บันทึกประวัติศาสตร์ 1 ปี สวรรคตในหลวง ร.9

บันทึกประวัติศาสตร์ 1 ปี สวรรคตในหลวง ร.9

13 ตุลาคม 2560 ครบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ความอาลัยยังคงมีอยู่ทั่วทุกแห่ง น้ำตานองไปทั่วทั้งแผ่นดิน ภาพแห่งความทรงจำร่วมกันของคนไทยหวนระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสะพายกล้อง ทรงพระดำเนินไปยังผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อเสด็จฯไปเยี่ยมเยียนพสกนิกรทุกแห่งหนไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใดก็ตาม


หยดน้ำตาคนไทยในวันนี้เทียบไม่ได้กับหยาดเหงื่อพระราชาที่ทรงงานหนัก เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยให้อยู่ดีกินดี และทรงสร้างหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง เพื่อให้คนไทยได้เพียงพอใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าและสร้างความสุขจากสิ่งที่มี

รอยเบื้องพระยุคลบาทประทับอยู่ในทุกหนแห่ง ตั้งแต่เหนือจดใต้ ยังเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ประทับอยู่ในใจไทยทั่วหล้า

เพื่อรำลึกวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ครบ 1 ปี บรรดาสื่อทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ ดิจิทัล และสื่อสิ่งพิมพ์ ทุกค่ายต่างร่วมกันถวายความจงรักภักดีด้วยการเทิดพระเกียรติพระองค์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ต่างพากันทำหนังสือฉบับพิเศษเพื่อแจกจ่ายประชาชนอย่างทั่วถึงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


เช่นเดียวกับบริษัทในเครือมติชน นอกจากทำหนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษแทรกในหนังสือพิมพ์รายวันอย่าง มติชน ข่าวสด และรายสามวัน อย่างหนังสือพิมพ์ประชาชาติฯ ทุกกองบรรณาธิการต่างทำหนังสือฉบับพิเศษเพื่อนำเสนอเนื้อหาเพื่อแสดงความอาลัยถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ทรงทำมาตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ครองราชย์ ยังประโยชน์สุขมาให้ประชาชนตราบจนทุกวันนี้

บันทึกประวัติศาสตร์ 1 ปี สวรรคตในหลวง ร.9


นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมเพื่อระลึกพระราชพิธีงานพระบรมศพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัชกาลที่ 9 โดยสํานักพิมพ์มติชนเปิดจองหนังสือที่จัดพิมพ์พิเศษ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เล่มพิเศษ "สู่ฟ้าเสวยสวรรค์" จัดพิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม นำเสนอศิลปะในงานพระเมรุมาศ สถาปัตยกรรมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


ในส่วนของพระเมรุมาศนับเป็นที่รวมงานช่างต่าง ๆ ที่มารังสรรค์ให้พระเมรุมาศมีความงดงาม ประกอบด้วย งานสถาปัตยกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรม และประณีตศิลป์ รวมถึงความหมายที่มาของสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของงานช่าง เพื่อให้ชาวไทยทราบถึงความหมาย คติต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังพระเมรุมาศ และพร้อมใจถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย

ตามมาด้วยเล่มที่ทรงคุณค่าของพระราชพิธีและทำเนียมปฏิบัติแบบโบราณ กับหนังสือ "ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย" โดย ดร.นนทพร อยู่มั่งมี (ปกแจ็กเกตลายเส้นปั๊มทอง) ภายในเล่มนี้บรรจุเนื้อหา อาทิ การสรงน้ำพระบรมศพและพระศพ, สุกำศพ, พระโกศ, การไว้ทุกข์, สดัปกรณ์, นางร้องไห้, ริ้วกระบวนแห่, การบรรเลงดนตรีไทย การประโคม ย่ำยาม และการมหรสพ, ของที่ระลึกในงานพระบรมศพและพระศพ, พระเมรุมาศ พระเมรุ, เผาพระบุพโพ, ลักพระศพ-ลักศพ, ธรรมเนียมการพระศพในยามวิกาล, ถวายพระเพลิง และเปิดเพลิง ฯลฯ

"ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย" เป็นอีกหนึ่งเล่มที่รวมรวบพระราชพิธีไว้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์เล่มหนึ่ง ที่อ่านง่ายและเข้าใจง่าย

หนังสือ "งานพระเมรุ ศิลปสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเกี่ยวเนื่อง" โดยมี ดร.เกรียงไกร เกิดศิริ เป็นบรรณาธิการ หนังสือที่รวมบทความจากนักวิชาการ, นักประวัติศาสตร์ 14 คน ว่าด้วยเรื่อง "งานพระเมรุ" พิธีกรรมสำหรับส่งผู้วายชนม์ไปสู่ภพภูมิใหม่ ซึ่งคติความเชื่อดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นแค่วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น หากแต่พบอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งอุษาคเนย์ หนังสือเล่มนี้รวบรวมคติความเชื่อ รูปแบบสถาปัตยกรรม และพระราชพิธีต่าง ๆ นับแต่สุวรรณภูมิกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์

บันทึกประวัติศาสตร์ 1 ปี สวรรคตในหลวง ร.9


อีกเล่มที่แนะนำเรื่อง "ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต" เขียนโดย รศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ที่รวบรวมเนื้อหาเมื่อคราวสวรรคตของกษัตริย์ ราชินี หรือเจ้านายชั้นสูง ซึ่งมักจะมีเอกสารชั้นต้นพรรณนาถึงพระอาการเบื้องต้น ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ทางการแพทย์มาวินิจฉัยพระอาการ จนนำไปสู่การไขปริศนาว่าเกิดจากพระโรค ปลงพระชนม์ หรือแม้กระทั่งยาพิษ โดยยกกรณีสวรรคตของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาบางพระองค์ และสมัยยุครัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-7


และเล่มสุดท้ายเป็นของนิตยสาร "ศิลปวัฒนธรรม" ฉบับเดือนตุลาคม 2560 น้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 (ปกแจ็กเกตปั๊มทอง) เป็นการรวมเนื้อหา "ธรรมเนียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพสมัยกรุงรัตนโกสินทร์, มหรสพในงานพระเมรุสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดย ดร.นนทพร อยู่มั่งมี รวมถึง "กำสรวลทั้งแผ่นดิน งานพระบรมศพเอกกษัตริย์ พระราชินี และเจ้าประเทศราช" โดย ไกรฤกษ์ นานา

นอกจากนี้ยังมีเนื้อหา "งานพระเมรุ (มาศ) : ศึกษาจากวรรณคดีและภาพวาด" โดย ศ.ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร และ "ข้อวินิจฉัยเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพงานพระเมรุสมเด็จพระเทพราชาที่ค้นพบใหม่" โดย ผศ.พิชญา สุ่มจินดา

รับรองว่าแต่ละเล่มล้วนบรรจุเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงภาพที่ทรงคุณค่า เหมาะกับเป็นหนังสือที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ในห้วงที่คนไทยพร้อมใจกันแสดงความอาลัยทั่วหล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย

บำเพ็ญพระราชกุศลครบ 1 ปี


สำหรับพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี สวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางสำนักพระราชวังได้เผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13-14 ต.ค. 2560 มีใจความดังนี้

เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ เสด็จสวรรคตจะบรรจบครบรอบ 1 ปี ในวันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล มีกำหนดการ ดังนี้

วันศุกร์ที่ 13 ต.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง

เวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ และสวดคาถาพิเศษ "ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา" จบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง

เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่งจบ พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถาแล้วทรงประเคนเครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

วันเสาร์ที่ 14 ต.ค. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง


เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน ถวายพรพระจบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้นถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 89 รูปเท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวดมาติกา สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สวดมนต์คาถาพิเศษพร้อมเพรียง

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปีวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 89 รูป เวลา 07.00 น. และหากหน่วยงานใดต้องการจัดกิจกรรม ขอให้ยึดแนวทางที่รัฐบาลปฏิบัติในรูปแบบและช่วงเวลาเดียวกัน

เวลา 17.00 น. โดยกระทรวงมหาดไทยจะแจ้งให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันสวดมนต์ในเวลาเดียวกัน และสามารถดาวน์โหลดบทสวดมนต์พระพุทธมนต์และสวดคาถาพิเศษ "ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ที่มา : prachachat

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์