‘แพรวา’ 9 ศพ บำเพ็ญประโยชน์ ครบ 138 ชั่วโมงแล้ว

‘แพรวา’ 9 ศพ บำเพ็ญประโยชน์ ครบ 138 ชั่วโมงแล้ว


ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร ศาลนัดพร้อมเพื่อฟังผลการทำกิจกรรมบริการสังคม ของน.ส.แพรวา (นามสมมติ) เยาวชนหญิง จำเลยในคดีหมายเลขดำ 1233/2554 หลังจากที่เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ศาลได้ไต่สวนคำร้องของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ ที่ขอให้ศาลพิจารณากรณี เยาวชนหญิงจำเลย ผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ในการบำเพ็ญประโยชน์ คดีขับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร สายธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-หมอชิต บนทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ เมื่อค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 เป็นเหตุให้คนขับรถตู้และผู้โดยสารเสียชีวิต รวม 9 ราย โดยหลังจากกการไต่สวน จำเลยผู้ถูกคุมประพฤติ ได้แถลงต่อศาลว่า เข้าใจผิดพลาดต่อกระบวนการและสถานที่ในการบำเพ็ญประโยชน์ จึงขอทำกิจกรรมบริการสังคมใหม่ให้ครบถ้วน รวม 138 ชั่วโมง

โดยสำนักงานคุมประพฤติ จัดทำรายงานผลการคุมประพฤติของจำเลย ส่งศาล ซึ่งระบุว่า จำเลยได้ทำงานบริการสังคมกับหน่วยงานภาคีที่ โรงพยาบาลไทรน้อย จ.นนทบุรี ในงานแผนกผู้ป่วย ด้านการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีญาติ งานในห้องฉุกเฉินที่ช่วยเฉพาะลักษณะงานเบื้องต้น รวมทั้งการออกพื้นที่ด้วยการนั่งรถฉุกเฉินไปรับผู้ป่วยนอก โดยดำเนินการทำงานบริการสังคม ตั้งแต่ 27 มิถุนายนเป็นต้นมา วันละ 6 ชั่วโมงต่อเนื่องเป็นเวลาทั้งหมด 138 ชั่วโมง ซึ่งมีพนักงานคุมประพฤติไปตรวจสอบดูแลประจำทุกวัน

ทั้งนี้จำเลย ได้แถลงด้วยว่า ได้ไปทำกิจกรรมบริการสังคมตามคำพิพากษาศาลแล้วจริง

ศาลพิเคราะห์รายงานและคำแถลงของคู่ความแล้ว เห็นว่า จำเลยได้ทำกิจกรรมบริการสังคมครบกำหนดเป็นระยะเวลา 138 ชั่วโมงแล้ว ก็ให้บันทึกไว้เป็นรายงานกระบวนพิจารณาในคดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ว่าจำเลยมีความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุก ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี โดยคุมประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน พร้อมให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง รวมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนความผิดฐานใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยใช้โทรศัพท์จริงหรือไม่

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนโทษจำคุก 2 ปี แต่ให้แก้ระยะเวลาการรอลงอาญาเป็น 4 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยเป็นเวลา 3 ปี โดยให้บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ส่วนโทษอื่นให้คงตามศาลชั้นต้น ซึ่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวถือเป็นที่สุด เมื่อศาลฎีกา มีคำสั่งปี 2558 ไม่รับฎีกาของเยาวชนสาว จำเลยต่อสู้คดี เนื่องจากไม่มีสาระสำคัญจะเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาเดิม

ขณะที่คดีแพ่งที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยื่นฟ้องบิดา-มารดาของเยาวชน และตัวเยาวชนต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำ 4013/2554 เรียกค่าเสียหาย 113 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนั้น ศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 ให้จำเลยทั้งสามชดใช้เงินกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บเป็นเงินรวม 26,881,925 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2553 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุรถพลิกคว่ำ


‘แพรวา’ 9 ศพ บำเพ็ญประโยชน์ ครบ 138 ชั่วโมงแล้ว


‘แพรวา’ 9 ศพ บำเพ็ญประโยชน์ ครบ 138 ชั่วโมงแล้ว


Cr.khaosod

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์