เงินบริจาคกลิ่นโชย!ชำเราน้องหมาบานปลาย

เงินบริจาคกลิ่นโชย!ชำเราน้องหมาบานปลาย

ผู้ดูแลสุนัขสายพันธุ์ปั๊กที่ถูกชำเราโต้เปิดบัญชีรับบริจาคเงิน ปฏิเสธโพสต์เจ้าตูบถูกล่วงละเมิดทางเพศ โบ้ยมือมืดสร้างความเข้าใจผิด ส่วนเจ้าของเฟซบุ๊กอ้างมีผู้ขอเลขบัญชีไปเปิดรับเงินบริจาค ด้านบุ๋ม-ปนัดดา,โย-ยศวดี จ่อแจ้งความเอาผิด วอนตรวจสอบบัญชี เกรงมิจฉาชีพฉวยโอกาสนำเงินไปใช้ไม่ถูกต้อง

กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องราวเกี่ยวสุนัขเพศเมียสายพันธุ์ปั๊กชื่อน้ำทิพย์

ที่ถูกนำมาโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ถูกโรคจิตล่วงละเมิดทางเพศจนป่วยด้วยโรคร้าย และเสียชีวิตอย่างน่าสงสาร ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้เร่งผลักดันออกกฎหมาย เอาผิดกับพวกทำร้ายทารุณสัตว์อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันเริ่มมีการตั้งข้อสงสัยกันอย่างแพร่หลายว่าเรื่องดังกล่าวเป็น เรื่องจริง หรือเป็นเพียงเรื่องราวลวงโลก จุดกระแสให้มาเป็นข่าวครึกโครม เพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง
 
อย่างไรก็ตาม น.สพ.อภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์ จ.นครนายก


พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 215 หมู่ 12 ถนนสายวัดสันตยาราม-เขาน้อย ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายก ของน.ส.ชุติกาญจน์ ทรัพย์ศุภธาดา อายุ 31 ปี ผู้ดูแลเจ้าน้ำทิพย์ โดย น.ส.ชุติกาญจน์ เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วตนไม่ใช่เจ้าของสุนัขตัวดังกล่าว แต่เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนว่าพบสุนัขพันธุ์ปั๊กป่วยหนัก ด้วยความเป็นห่วงจึงไปรับตัวมารักษา และตั้งชื่อให้ว่าน้ำทิพย์ แต่เห็นว่ามีอาการหนัก ป่วยเป็นขี้เรื้อนเปียก มีน้ำเหลืองไหล อวัยวะเพศถูกโกนขนทิ้งและบวม ส่วนอาการภายในไม่ทราบว่าป่วยเป็นอะไรบ้าง จากนั้นได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กขอบริจาคเสื้อผ้า พร้อมปฏิเสธถึงเรื่องบัญชีรับบริจาค ไม่ได้เป็นคนโพสต์ เพราะไม่ได้หากินกับสุนัข อ้างว่ามีเพื่อนในกลุ่มคนรักสุนัข ขอเลขบัญชีธนาคารนำไปโพสต์ขอรับบริจาค ตามข่าวข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสัมภาษณ์น้องเมย์ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ-สกุลจริง)

เจ้าของเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า “น้องเมรี เมรี ลั้นลา” เนื่องจากได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเป็นผู้รับดูแลสุนัขชื่อน้ำทิพย์ โดยน้องเมย์ อ้างว่าไม่ได้เปิดเฟซบุ๊ก เพื่อรับสุนัขป่วยมาดูแล และเปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ไม่สามารถชี้แจงเรื่องบัญชีรับบริจาคได้นั้น เนื่องจากทำธุรกิจบางอย่าง และเกรงว่าหากเปิดบัญชีให้ทราบจะส่งผลต่อการทำธุรกิจ และส่งผลอาจมีผู้เข้าใจผิดเกี่ยวกับยอดเงินในบัญชี เนื่องจากมีการโอนเงินเข้ามาในบัญชีอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่รับอุปการะเลี้ยงดูสุนัข มีผู้บริจาคเข้ามาเพียง 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเงิน 400 บาท ส่วนครั้งที่สองมีเงินบริจาค 3,300 บาท และนำไปใช้จ่ายเป็นค่ารถ และค่ารักษาพยาบาลสุนัขไปหมดแล้ว ส่วนการรักษาสุนัขชื่อน้ำทิพย์รับบริจาคเพียงเศษเสื้อผ้าเท่านั้น แต่มีน้องรู้จักกันในเฟซบุ๊กรู้สึกสงสาร จึงมาขออนุญาตเป็นตัวแทนรับบริจาค แต่สุดท้ายแล้วยังไม่ทันได้รับบริจาค โดยระบุว่าน้องมาเสียชีวิตเสียก่อน อย่างไรก็ดี หากมีใครนำหลักฐานการบริจาคเงินมาแสดงยินดีคืนเงินให้ทุกบาท


ด้าน น.ส.ปนัดดา หรือบุ๋ม วงศ์ผู้ดี อดีตนางสาวไทย และประธานองค์กรทำดี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ

เนื่องจากมีการใช้ชื่อไปแอบอ้างว่าตนเข้าไปรับดูแลสุนัข นอกจากนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรทำดีเร่งตรวจสอบที่มาที่ไปของสุนัข หลังจากมีกระแสข่าวในโซเชียลว่าผู้ดูแลน้องหมาปฏิเสธพาสุนัขไปรักษาที่คลินิกใกล้บ้าน แม้สุนัขป่วยมีสภาพร่างกายทรุดหนัก อีกทั้งประกาศขอความช่วยเหลือผ่านทางเฟซบุ๊ก ทำให้มีคนรักสัตว์เลี้ยงโอนเงินและสิ่งของไปให้จำนวนหนึ่ง และตรงจุดนี้ทางองค์กรทำดีจะเร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างเร็วที่สุด โดยตอนนี้กำลังเร่งปรึกษากับทนายความ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปร่วมตรวจสอบ เนื่องจากพบพฤติกรรมต้องสงสัยหลายอย่าง โดยเฉพาะการเปิดบัญชีรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปช่วยเหลือดูแลสัตว์เจ็บป่วยว่าดำเนินการอย่างโปร่งใสถูกต้องหรือไม่


ขณะที่ น.ส.ยศวดี หรือโย หัสดีวิจิตร นางแบบและสมาชิกกลุ่มดารารักสัตว์ กล่าวก่อนเดินทางไปต่างประเทศว่า

ได้รับข้อมูลจากคนรู้จักสนิทสนมคุ้ยเคยมาพอสมควร โดยในวันที่ 3 พ.ย.นี้ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ต่างประเทศ ตนจะเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายก เพื่อให้ตำรวจดำเนินการตรวจสอบที่มาที่ไป และสาเหตุการเสียชีวิตของสุนัขว่า ได้รับการดูแลที่ดี หรือถูกทำร้ายทารุณ ปล่อยปะละเลยอย่างไรบ้าง ทั้งนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการตั้งข้อกล่าวหาว่าการรับบริจาคเงินไปช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่เจ็บป่วย มีข้อสงสัยบางประการ จึงอยากให้มีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งเข้าไปดำเนินตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสถูกต้อง และเป็นธรรมกับผู้บริจาค และผู้รับบริจาคเงินไปช่วยเหลือสัตว์เจ็บป่วย เนื่องจากต้องการให้เงินทุกทบาททุกสตางค์ไปถึงเป้าหมายอย่างแท้จริง


ส่วน พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.กองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)

เปิดเผยว่า อาชญากรที่ตั้งเฟซบุ๊กปลอมมาหลอกลวงให้บริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือช่วยเหลือสัตว์ถูกทิ้ง แล้วนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวจะมีความผิดตาม มาตรา 341 ในข้อหาผู้ใดกระทำโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และกระทำความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตามมาตรา 342 ในข้อหาฉ้อโกง นอกจากนี้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา14 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนผู้ใดกระทำความผิด ที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.


เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์