ตามรวบอีกราย แชร์ข้าวสารโฉ่

ตามรวบอีกราย แชร์ข้าวสารโฉ่

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 พ.ย.

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.บรรฑป สุคนธมาน ผบก.ภ.จ. เชียงใหม่ พ.ต.อ.มนตรี สัมบุณณานนท์ รองผบก.หน.ศสส.ภ.5 พ.ต.ท.สุจินดา โสภา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ นำตัว นายพีรพณ เจริญธรรม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 9 ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี กก.ผจก.ห้างหุ้นส่วนเจริญธรรมพัฒนกิจเทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 500/1 ซอยข้างสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ หมู่ 7 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ มาแถลงข่าวที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.เชียงใหม่


พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า

ตั้งแต่เดือน ก.ค. เป็นต้นมา มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง และ สภ.ภูพิงค์ อ.เมืองเชียงใหม่ ว่า ถูกบริษัทแชร์ข้าวสารหลอกลวงเชิดเอาเงินไปมหาศาล ซึ่งล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้ส่งเรื่องให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รับเรื่องไปดำเนินการแล้ว ขณะเดียวกันทาง ผวจ.เชียงใหม่ สั่งการมายังตำรวจภาค 5 ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของบริษัท แชร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในขณะนี้ ตามท้องที่ต่างๆ เพราะเกรงจะดำเนินกิจการหลอกลวงประชาชนอีก


ตามรวบอีกราย แชร์ข้าวสารโฉ่


ตามรวบอีกราย แชร์ข้าวสารโฉ่


ปรากฏว่า จากการตรวจสอบพบบริษัทโกล์เด้นเก็ตกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด

ที่ถูกทางดีเอสไอจับกุม และ ดำเนินการไปแล้วที่กรุงเทพฯ แอบมาเปิดสาขาอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญธรรมพัฒนกิจเทรดดิ้ง จำกัด และร้านพลเจริญการค้า จึงสั่งการให้ ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงไปสืบหาพยานหลักฐาน จนทราบว่า หจก.ดังกล่าว มีนายพีรพณ เจริญธรรม เป็น ผู้บริหาร และตามประวัติพบว่า นายพีรพณ อดีตเป็นพนักงาน บริษัทโกล์เด้นฯ และการดำเนินกิจการมีพฤติกรรมเหมือนบริษัทแม่ทุกประการ จึงรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาล ขออนุมัติหมายจับ และตามจับกุมข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน พ.ศ. 2527


ขณะที่ พ.ต.อ.มนตรีเผยว่า

คดีนี้ไม่เหมือนกับคดีอื่น เพราะคดีนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้เสียหาย สามารถร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ ในชั้นการจับกุมผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธ จึงขอฝากไปยังผู้เสียหายที่ไปร่วมลงทุนกับ หจก.เจริญธรรมฯ และร้านพลเจริญการค้า มาให้ปากคำ กับพนักงานสอบสวน เหตุที่ยังไม่มีคนมาแจ้งความ เพราะกลัวจะไม่ได้เงินที่ลงไปคืน หรืออาจเห็นว่าบริษัทยังไม่ล้ม ยังมีเงินหมุนต่อยอดอยู่ จากการตรวจสอบพบมีเงินหมุน เวียนอีกราว 20 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินตึกแถวของบริษัท และบัญชีเงินฝากของนายพีรพณ 7 บัญชี ถูกดีเอสไออายัด เอาไว้ในคดีบริษัทโกล์เด้นฯแล้ว แต่ผู้ต้องหายังไม่ยอมเข็ดหลาบและเกรงกลัวกฎหมาย กลับนำสมาชิกเก่าของบริษัท โกล์เด้นฯมาระดมทุนใหม่อีก


ด้าน พ.ต.ท.สามารถ สารวัตรเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า
 
ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 3 ปาก พยานบางคนยืนยันว่า การลงทุนกับผู้ต้องหาต้องไปซื้อหุ้น 1 หุ้น ราคาหุ้นละ 1,500 บาท ผ่าน 3 วัน จึงจะได้ทุนคืน 700 บาท และผ่าน 30 วัน ได้เงินคืน 1,500 บาท และ 60 วัน ได้อีก 1,500 บาท ลูกค้ามีอายุ 3 เดือน จะต้องต่อทุนใหม่ หาก ไม่ลงทุนถือว่าหมดสมาชิกภาพ ขณะที่พยานบางคนเผยว่า 3 วันแรกได้เงินคืน 700 บาท ส่วนที่เหลือจะไม่ได้คืน และบริษัทจะเปลี่ยนชื่อบริษัทและผู้บริหารใหม่เพื่อหลีกเลี่ยง แต่ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่ขนเงินมาระดมทุน แต่ไม่กล้ามาแจ้งความเพราะเกรงว่าจะไม่ได้เงินคืน


ขณะที่นายพีรพณ ผู้ต้องหา กล่าวว่า

ได้ให้การปฏิเสธ เพราะว่าแชร์ของตนยังหมุนเงินได้ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ยังปันหุ้นให้สมาชิก ส่วนสาเหตุที่แชร์ของบริษัทโกล์เด้นฯซึ่งเป็นบริษัทเก่าล้ม เพราะเจ้าของเอาเงินไปใช้นอกระบบ ผิดกับตนที่เอาบทเรียนจากครั้งนั้นมาแก้ไขปรับปรุงจนบริหารเงินได้ดีกว่าเดิม จะมาโทษตนไม่ได้ ต้องโทษลูกค้า ที่เกิดความโลภเอง บางคนนำเงินมาลงทุนมาก เพราะอยากได้เงินเยอะๆ เมื่อเขาได้รับกำไรไป กลับนำเงินมาเพิ่มทุนอีกเพื่อต่อยอดเงิน


เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้