รถร่วมแสบทิ้งคน-วิ่งระยะสั้น

รถร่วมแสบทิ้งคน-วิ่งระยะสั้น

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายชัยรัตน์ สงวนซื่อ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า
 
ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มการเดินรถโดยสาร หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่า รถโดยสารประจำทาง โดยเฉพาะรถร่วม ขสมก. ส่งผู้โดยสารไม่ถึงปลายทาง เช่น ปลายทางอยู่ที่บางกะปิ แต่ให้ผู้โดยสารลงตั้งแต่ย่านรามคำแหง โดยอ้างว่าเหลือผู้โดยสารน้อยไปแล้วไม่คุ้มค่าน้ำมัน หรือบางรายจะนำป้ายรถเสริมมาติดหน้ารถในเวลาไม่เร่งด่วน เพื่อตัดระยะทาง ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน หากตรวจพบจะถูกลงโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากยังทำผิดซ้ำ อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตเดินรถและขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์
 
“การติดป้ายรถเสริมนั้นต้องมีการขออนุญาตจากกรมขนส่งทางบก เพราะต้องรายงานคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ไม่สามารถติดป้ายได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากเป็นการตัดระยะทาง และใช้สำหรับเส้นทางรถโดยสารที่ไม่เพียงพอ หรืออยู่ในเวลาเร่งด่วน เช่น ช่วงเช้า ซึ่งหากผู้โดยสารรายใดพบเห็นการเอาเปรียบให้จดชื่อผู้ขับรถ บริษัทรถ ทะเบียน แจ้งมาที่ 1584 ซึ่งกรมฯ จะเร่งตรวจสอบ และหากมีมูลความจริงจะเร่งแก้ไขทันที โดยการร้องเรียนนั้นเกิดขึ้นในช่วงดึก ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ปกติแล้วป้ายเสริมส่วนใหญ่ จะอนุญาตเฉพาะช่วงเช้าเพราะเป็นเวลาเร่งด่วน” นายชัยรัตน์ กล่าว

รถร่วมแสบทิ้งคน-วิ่งระยะสั้น


รถร่วมแสบทิ้งคน-วิ่งระยะสั้น

รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เผยต่อว่า

ส่วนผลการตรวจสอบปริมาณรถโดย สาร ที่เปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (ซีเอ็นจี) หรือเอ็นจีวี ทั้ง ขสมก. รถร่วมบริการ รถโดยสารขนาดเล็กที่ให้บริการในซอย ที่อยู่ภายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลพบว่า มีรถบางส่วนที่เปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี โดยรถร่วมบริการ ขสมก. 76 เส้นทาง 2,763 คัน มีกว่า 1,000 คัน เปลี่ยนมาใช้ก๊าซเอ็นจีวี แต่รถโดยสารที่ให้บริการในซอย 33 เส้นทาง รวม 1,511 คัน เปลี่ยนใช้ก๊าซเอ็นจีวี 38 คัน เพราะขาดแคลนเงินทุนและมีปัญหาเรื่องสถานีบริการไม่เพียงพอ
 
นายชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจำนวนรถร่วมบริการ ขสมก. จากผู้ประกอบการ 87 ราย รถ 2,736 คัน เป็นรถใช้เอ็นจีวีอย่างเดียว 1,073 คัน

ใช้ร่วมกับน้ำมันดีเซล 95 คัน และอยู่ระหว่างติดตั้ง 41 คัน ส่วนรถใช้น้ำมันดีเซล 1,492 คัน ใช้ก๊าซแอลพีจี 2 คัน และใช้แอลพีจีร่วมกับน้ำมันดีเซล 33 คัน ส่วนรถโดยสารขนาดเล็กที่วิ่งในซอยมี 22 รถ 1,511 คัน ใช้เอ็นจีวีอย่างเดียวมี 38 คัน อีก 1,366 คันใช้น้ำมันดีเซล ก๊าซแอลพีจี 92 คัน และก๊าซแอลพีจี ร่วมกับน้ำมันเบนซิน 15 คัน


นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผอ.ขสมก. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ เพิ่งทราบจากสื่อมวลชน

และจากการตรวจสอบที่ศูนย์ร้องเรียน ขสมก. 184 ก็ไม่มีเรื่องนี้ร้องเรียนเข้ามา อย่างไรก็ตามหากรถร่วมกระทำการดังกล่าวจริง อยากขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลให้ชัดเจนโดยจดเลขข้างรถ ทะเบียนรถ รวมทั้งเก็บตั๋วไว้ โดยจะมีการลงโทษอย่างหนัก เพราะถือว่าผิดกฎหมายและผิดสัญญาสัมปทาน ซึ่งมีโทษตั้งแต่สั่งพักรถอย่างน้อย 3 วัน สั่งพักไม่มีกำหนด และให้ลงโทษพนักงานขับรถถึงขั้นไล่ออกได้ หรือหากไม่ดำเนินการอีกสามารถยกเลิกสัญญาได้ จึงขอเตือนรถร่วมอย่าทำผิดในส่วนของรถขสมก. ยืนยันไม่ทิ้งผู้โดยสารแน่นอน


เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้