กรุงเทพฯจมแน่ น้ำเริ่มทะลัก

กรุงเทพฯจมแน่ น้ำเริ่มทะลัก


กรุงเทพฯจมแน่ น้ำเริ่มทะลัก

รายงานข่าวจาก ศปภ.ระบุว่าแม้ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.จะออกมารับปากพร้อมจะเปิดประตูระบายน้ำของพื้นที่กทม. เพื่อรับน้ำเหนือให้ระบายลงทะเลโดยเร็วที่สุด
 
แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ทาง กทม.ยังไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำทั้งหมด ได้เปิดเพียงครึ่งเดียว เช่น ประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ คลองพระโขนง และคลองประเวศบุรีรมย์ ทั้งที่ในทางปฏิบัติ กทม.ต้องยอมให้น้ำผ่านระบายลงทะเลไปได้มากที่สุด ก่อนน้ำทะเลหนุนสูง แต่เจ้าหน้าที่ กทม.อ้างว่าจะเปิดทั้งหมดไม่ได้ เพราะผู้ว่าฯกทม.ยังไม่มีการสั่งการให้เปิดทุกประตู แต่ให้ดูสถานการณ์น้ำภายในลำคลองของกรุงเทพฯเป็นหลัก หากเปิดทั้งหมดจะทำให้น้ำเข้าไปสู่คลองอื่น ๆ ด้วยซึ่งต้องเตรียมพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้รองรับน้ำฝน แม้ว่าฝนจะลงภาคใต้แล้วแต่ยังมีอิทธิพลต่อพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
   
รวมทั้งต้องระวังปัญหาสำคัญคือน้ำทะเลหนุนสูงสุด ในรอบปีช่วงปลายเดือนระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค. ที่จะส่งผลให้กรุงเทพฯไม่สามารถระบายน้ำลงทะเลได้

หากเกิดปัญหา 3 น้ำมาถึงกรุงเทพฯ รับรองเมืองหลวงคงจมหายไปจากแผนที่ประเทศไทยแน่ เพราะปริมาณน้ำเหนือ ขณะนี้ทางรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้ รอเพียงแต่จะเข้าโจมตีจุดใดของพื้นที่ กทม.อีก ดังนั้นจะให้ กทม.เปิดประตูระบายทุกคลองเพื่อรับน้ำเหนือเป็นเรื่องผิดหลักวิศวกรรม และเกินขีดความสามารถในการบริหารจัดการของ กทม
   
ทั้งนี้การที่ กทม.ไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำและยอมรับให้น้ำเหนือไหลผ่าน กทม. อาจจะทำให้น้ำท่วมพื้นที่ กทม.ชั้นในทั้งหมดและย่านฝั่งธนบุรี


คาดว่าจะสูงประมาณ 1.50 เมตร ภายในไม่เกินสิ้นเดือนนี้ ทำให้กรุงเทพฯจะมีสภาพไม่ต่างจาก จ.พระนครศรี อยุธยาแตก เพราะคลองหกวาจะไม่สามารถต้านทานน้ำจำนวนมาก ที่กองอยู่เต็มทุ่งรังสิตทั้งรังสิตเหนือและรังสิตใต้ ความแรงน้ำจะพังทะลักแนวคันกั้นน้ำของ กทม.เข้าพื้นที่กรุงเทพฯทุกทิศทาง โดยทาง กทม.พร้อมที่จะโยนให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งหมด โดยประชาชนจะเห็นว่ารัฐบาลประเมินข้อมูลน้ำผิดพลาด และการป้องกันที่ล่าช้า จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ต่อระบบโดยรวมของประเทศโดยตลอด
   
นอกจากนี้ที่ยังไม่สามารถเข้าไปจัดการ กับปัญหาการเร่งระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันออก คือติดปัญหาชาวบ้านขัดขวาง

การปิดเปิดประตูน้ำที่คลอง 3 กับคลอง 4 ที่น้ำจะผ่าน  หรือฟัดส์เวย์ไปลงมีนบุรี หนองจอกก่อนไปออกที่แม่น้ำบางปะกง โดยการระบายน้ำทำได้เพียง 29 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อีกทั้งการระดมสูบน้ำออกจากคลองรังสิต ทางประตูจุฬาลงกรณ์ ส่งผลให้น้ำไปท่วม จ.ปทุมธานี และไหลบ่าเข้าท่วม จ.นนทบุรี ก่อนจะไหลเข้าทางฝั่งตะวันตกของกทม. โดยน้ำที่ล้นจากคลองรังสิตและน้ำไหลบ่ามาเติมจากพระนคร ศรีอยุธยา ที่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการปิดประตูระบายน้ำคลองข้าวเม่าและคลองสาคูได้ ทำให้น้ำที่ไหลบ่ามีปริมาณน้ำเพิ่มอีก 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จากนั้นกองทัพน้ำจะพุ่งเข้าโจมตีกรุงเทพฯ ทางด้านที่ไม่ได้ทำคันกั้นน้ำ เช่นทางตะวันตกของรังสิต น้ำจะไหลท่วมเข้าดอนเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ จากนั้นจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯชั้นในภายไม่เกิน 3 วัน หรือราว     วันที่ 23 ต.ค.นี้

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้