โม่งบุกจี้แบงก์ หอบไป3.5แสน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ร.ต.ท.สมเกียรติ รวมเงิน พงส.(สบ 1) สน.ปทุมวัน

รับแจ้งเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ธนาคารนครหลวงไทย สาขาสามย่าน เลขที่ 1553
, 1555 และ 1557 ถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. ไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.น.6 พ.ต.อ.ชุมพร กาญจนรัตน์ ผกก.สน. ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
 

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น 3 คูหา ด้านหน้าเป็นกระจกใสมองทะลุด้านใน

ช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงพักเที่ยง พนักงานออกไปรับประทานอาหารข้างนอกเกือบหมด เหลืออยู่ในธนาคารเพียง 2 คน คือ น.ส.กศิรัช บุญเพ็ง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/536 หมู่ 5 แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กับ น.ส.มติมา ชนะสิทธิ์ อายุ 29 ปี พนักงานเคาน์เตอร์ฝาก-ถอนเงิน ทั้งคู่อยู่ในอาการตกใจ ให้การว่า ขณะนั่งให้บริการลูกค้า โดยมีลูกค้าผู้หญิงนั่งรออนุมัติสินเชื่ออยู่ด้านข้างเคาน์เตอร์ 1 คน จู่ๆมีชายคนร้ายสูงประมาณ 170 ซม. ไว้ผมรองทรงสั้น สวมกางเกงยีนส์ เสื้อแจ็กเกตแขนยาวสีดำปกสีแดง สวมถุงมือ คลุมหมวกไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้าเห็นแต่ลูกตา เดินสะพายกระเป๋าเป้สีดำเข้าไปหา

จากนั้น ล้วงปืนสีดำแบบแมกกาซีน ซึ่งห่อถุงพลาสติกออกจากเสื้อคลุม เล็งส่ายไปมาบอกว่านี่คือการปล้น

พร้อมกับเอื้อมมือเปิดลิ้นชักเคาน์เตอร์ล้วงเงินสดใส่กระเป๋ารวมทั้งสิ้น 350,000 บาท ก่อนจะเดินออกจากธนาคารอย่างใจเย็น ไปเข้าซอยอยู่ห่างจากธนาคาร 5 คูหา เสร็จแล้วซ้อนท้ายรถ จยย.แบบผู้ชาย ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียน ซึ่งมีชายรูปร่างอ้วนดำ ไว้ผมยาวเกล้าผมจอดรออยู่ ขี่หลบหนีไปในซอยจุฬา 13 มุ่งหน้าตลาดสามย่าน เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับ แต่ไม่พบวี่แวว จากการตรวจสอบพบว่าทางธนาคารติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทั้งหมด 5 ตัว ด้านหน้าธนาคาร 1 ตัว และภายในธนาคาร 4 ตัว โดยไม่มี รปภ.ประจำธนาคาร

 

พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น.เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคารพบว่า สามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุได้ 2 กล้อง

เป็นกล้องหน้าธนาคารและตรงเคาน์เตอร์ภายในธนาคาร โดยคนร้ายเข้าไปลงมือเวลา 12.45 น. แต่งตัวเหมือนพนักงานส่งของ เสื้อมีโลโก้สีขาวปักที่หน้าอกซ้ายและด้านหลัง แต่มองไม่ชัด อายุประมาณ 35-40 ปี ตอนแรกสวมหมวกไหมพรมคลุมหัว เมื่อเข้าไปในธนาคารได้ดึงลงมาปิดบังใบหน้ามองเห็นแค่ลูกตา จากนั้นเดินปรี่เข้าไปหาพนักงาน ใช้เวลาปฏิบัติการไม่ถึง 1 นาที ก่อนจะเดินออกไปอย่างใจเย็น เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นมืออาชีพ มีการเตรียมพร้อม วางแผนดูลาดเลามาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเดินอ้อมเพื่อหลบกล้องวงจรปิดหน้าธนาคารอีกด้วย และน่าจะรู้ว่ามีพนักงานหญิงอยู่ในธนาคารเพียง 2 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บร่องรอยหลักฐานของคนร้ายที่ลิ้นชักและเคาน์เตอร์ รวมทั้งเก็บถุงพลาสติกห่อปืนที่คนร้ายทำหล่นไว้ไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีเขม่าดินปืน เพื่อยืนยันว่าเป็นปืนจริงหรือปืนปลอม

 
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนร้ายที่ก่อเหตุเป็นแก๊งเดียวกับที่เคยบุกเดี่ยวจี้ธนาคารออมสิน สาขาสามย่าน ได้เงินไป 4 แสนบาท เมื่อวันที่ 11 ก.ย.50 หรือไม่
 
รอง ผบช.น.ตอบว่า ยังไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่าน่าจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อนอย่างแน่นอน หากคนรู้จักเห็นรูปพรรณของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดคงจะจำได้ว่าเป็นใคร ซึ่งจะแจกจ่ายให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ต่อไป

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์