โจรกลัวตายแอบคืนเศียรพระร้องขอไถ่บาป

โจรนิรนามกลัวตาย


แอบนำเศียรพระที่ลักลอบตัดไปมาแขวนไว้ที่หน้าบ้านประธานชุมชน พร้อมเขียนจดหมายบรรยายความว่า กลับใจนำมาคืน เพราะกลัวมีอันเป็นไป ขอให้นำไปร่วมหลอมเป็นพระพุทธรูปในงานบุญใหญ่ของ จ.เชียงใหม่


นายสุกิจ ภู่ทาสิน อายุ 62 ปี ประธานชุมชนตำบลหนองหอย


อยู่บ้านเลขที่ 52 ถนนเกาะกลาง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่ตนได้ประกาศผ่านเสียงตามสาย เพื่อขอรับบริจาคเศษทองเหลือง และเศษทองแดง ที่เหลือใช้จากชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา เนื่องจากเป็นช่วงที่คณะสงฆ์ใน จ.เชียงใหม่ ร่วมกับนายอุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ อดีตนายกอบจ.เชียงใหม่


กำลังรวบรวมวัสดุดังกล่าว


เพื่อจะนำไปหล่อรวมเป็นพระพุทธรูปพระเจ้าแสนแซ่ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองเหลืองขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 9 เมตร โดยต้องใช้ทองเหลืองทั้งสิ้น 12,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 12 ตัน หลังจากนั้นก็จะนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดยางกวง ต.หายยา อ.เมือง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดร้างที่ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่


ปรากฏว่า ได้มีผู้นำเศียรพระที่คาดว่า


จะได้มาจากการขโมยตัด ได้นำมาใส่ในถุงพลาสติก แล้วนำมาให้ห้อยไว้ที่บริเวณรั้วหน้าบ้านของตนเอง โดยมีจดหมายเขียนไว้ข้างถุงพลาสติกว่า อยากร่วมทำบุญ เททองหล่อพระเจ้าแสนแซ่ด้วย เพราะเศียรพระพุทธรูปนี้ เป็นของร้อน และตั้งแต่ได้มาทำให้คนภายในบ้านได้เสียชีวิตไปแล้ว 4 คน และด้วยความกลัวที่ว่า จะเสียชีวิตไปด้วยนั้น จึงได้นำเศียรพระพุทธรูปดังกล่าว มาร่วมทำบุญด้วย"


อย่างไรก็ตาม


ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบไปแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบ โดยช่วยกันตรวจสอบเศียรพระดังกล่าว จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เศียรพระพุทธรูปดังกล่าว เป็นเนื้อสัมฤทธิ์มีน้ำหนักกว่า 7 กิโลกรัม ตรงบริเวณคอมีรอยถูกตัดด้วยเครื่องมือที่คาดว่าต้องใช้ความร้อนสูง เซียนพระแจ้งว่า จากลักษณะเศียรพระพุทธรูปดังกล่าว คล้ายกับพระพุทธรูปสิงห์ 2 หรือสิงห์ 3 ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่อายุน่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ปีขึ้นไป


ต่อมาจึงได้ตัดสินใจ นำเศียรพระพุทธรูปดังกล่าว


ไปแจ้งความไว้กับ ร.ต.ท.ภูวนัย กะนะลัย ร้อยเวร สภ.ต.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ เศียรพระพุทธรูปดังกล่าว ก็ยังอยู่ที่โรงพัก และยังไม่มีผู้เสียหาย หรือวัดใดมาแสดงความเป็นเจ้าของ และตนก็ไม่คิดจะนำเศียรพระพุทธรูป ที่ถูกลอบตัดมา ไปร่วมหล่อทำเป็นพระพุทธรูปแสนแซ่ ตามที่คนร้ายต้องการ


ด้านพ.ต.ท.ธนกฤต ภูมมินทร์ รอง ผกก.สภ.ต.แม่ปิงเชียงใหม่ กล่าวว่า


จากการตรวจสอบข้อความที่คนร้ายเขียนจดหมายไว้ข้างถุงพลาสติก น่าเชื่อว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุโจรกรรมเศียรพระพุทธรูปดังกล่าวมา แต่เกรงว่าจะมีอันเป็นไปและกลัวตาย เลยคิดหาวิธีที่จะไถ่บาป ด้วยการยอมนำเอาเศียรพระ มาร่วมทำบุญดังกล่าว


จากการตรวจสอบร่องรอยการตัดเศียรพระแล้ว


คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้เครื่องมือในการอ๊อกเหล็ก แบบไฟฟ้าในการตัดเศียรพระพุทธรูป ขณะนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบไปยังกลุ่มเซียนพระใน จ.เชียงใหม่ ว่าเศียรพระพุทธรูปดังกล่าวนั้น เป็นพระพุทธรูปสมัยไหน เพื่อสืบหาแหล่งที่มา และอยากประชาสัมพันธ์ถึงวัดต่าง ๆ ในเขตภาคเหนือด้วยว่า หากทางวัดใดที่มีเศียรพระพุทธรูปหายไป หรือถูกตัดเศียรไป ก็ขอให้มาตรวจสอบดูได้ที่โรงพัก เพื่อจะได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า


สำหรับโครงการการเททองหล่อพระเจ้าแสนแซ่ ซึ่งจะเป็นพระพุทธรูปทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือครั้งนี้ ทางเจ้าคุณพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้นายอุดรพันธ์ จันทรวิโรจน์ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ในการจัดหาทุนและดำเนินการขอความร่วมมือกับประชาชนทั่วไป ให้มีส่วนร่วมในการสร้างพระเจ้าแสนแซ่


สำหรับประวัติพระเจ้าแสนแซ่


ที่จะเททองหล่อขึ้นมาเป็นพระพุทธรูปนั้น เดิมพระยามังรายมหาราชเจ้า ได้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ.1831 หรือประมาณ 650 ปีมาแล้ว ต่อมาเมืองเชียงใหม่ ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า สันนิษฐานว่าองค์พระคงจะถูกทำลายไป คงเหลือไว้แต่ส่วนที่เป็นเศียรเท่านั้น ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เจ็ดยอด อ.เมือง จ.เชียงใหม่


และในปีมหามงคลของประชาชนชาวไทย 2549-2550


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 80 พระชันษา ดังนั้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสอันเป็นมิ่งมงคล พระเทพวรสิทธาจารย์ จึงได้มีดำริที่จะสร้างพระเจ้าแสนแซ่ ด้วยการหล่อขึ้นใหม่เต็มองค์ โดยให้มีพุทธลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ ซึ่งได้เริ่มลงมือหล่อเรื่อยมาตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.2549 และขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังไม่แล้วเสร็จ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์