แจ้งข้อหา4ทหาร ฆ่านายก พท.มนัสคนแรก

"รวบรวมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์"


หลังจากใช้ความพยายามรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลหาความเชื่อมโยงถึงผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่น ในเหตุการณ์ ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ นายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพบก ช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ถูกจับกุมตัวพร้อมรถเก๋งซุกซ่อนระเบิดทีเอ็นทีและซีโฟร์พร้อมทำงาน บริเวณเชิงสะพานข้ามแยกบางพลัด เมื่อเช้าวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

ซึ่งถูกระบุว่าเป็นความพยายามลอบสังหาร พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ล่าสุด พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ นายทหารสังกัดศูนย์สงครามพิเศษ ค่ายเอราวัณ จ.ลพบุรี ช่วยราชการ กอ.รมน. เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเช้าวันที่ 2 ก.ย.กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าค้นบ้านนายทหารผู้นี้ในเขต อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พบสิ่งของต้องสงสัยหลายรายการ

4 ทหาร โดนข้อหาพยายามฆ่า

ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (4 ก.ย.) พล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผบช.ก. พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น. พล.ต.ต. วินัย ทองสอง ผบก.ป. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีเตรียมการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี หลังจากรวบรวมหลักฐานหาตัวผู้ร่วมขบวนการมานานกว่า 1 สัปดาห์ พล.ต.ท.มนตรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้เร่งทำงาน

โดยรวบรวบพยานบุคคลพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด จนถึงขณะนี้สามารถทำหนังสือเรียกตัวข้าราชการทหารที่เกี่ยวข้องกับคดีอีก 4 นาย มารับทราบข้อกล่าวหา พยายามฆ่าเจ้า พนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือถึงต้นสังกัดเพื่อให้ส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

เผยรายชื่อทั้งหมดอยู่ กอ.รมน.


พล.ต.ท.มนตรีกล่าวอีกว่า สำหรับทหารทั้ง 4 นายที่มีส่วนร่วมกระทำผิดกับ ร.ท.ธวัชชัย ประกอบด้วย พล.ต.ไพโรจน์ ธีระภาพ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ และ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ ทั้งหมดช่วยราชการที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการเชิญตัวทหารทั้ง 4 นายมาแล้ว จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ ร.ท.ธวัชชัย ด้วยหรือไม่ พล.ต.ท. มนตรี กล่าวว่า ต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติมด้วย

เรียกแล้วไม่มาออกหมายจับ

เมื่อถามว่าข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในที่นี้หมายถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.มนตรี ตอบว่า เป็นอย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ผู้ร่วมขบวนการครั้งนี้ทำกันมาหลายวันและจุดที่มีความเคลื่อนไหวเป็นเส้นทางที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และชุดรักษาความปลอดภัยต้องเดินทางผ่านทุกครั้ง เจ้าพนักงานนั้นก็หมายถึงนายกรัฐมนตรีกับพวก ต่อข้อถามว่า เหตุใดจึงไม่พิจารณาออกหมายจับกับทหารทั้ง 4 นาย ผบช.ก.กล่าวว่า คณะทำงานประชุมกัน แล้วเห็นว่า ในฐานะที่ทั้งหมดยังรับราชการทหารอยู่ ตามระเบียบจึงต้องทำหนังสือถึงต้นสังกัด แต่ถ้าเชิญตัวแล้วไม่มา พนักงานสอบสวนจึงจะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

ฝากขัง ร.ท.บึมวันที่ 5 ก.ย.

ขณะที่ พล.ต.ต.เจตน์กล่าวว่า พยานหลักฐานต่างๆที่รวบรวมไว้แล้วนั้น ไม่สามารถเปิดเผยในราย ละเอียดได้ แต่มั่นใจว่าสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ส่วนกรณีการเชิญตัวผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นไปตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีที่ทหารถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดคดีอาญา ส่วนพยานหลักฐานจะเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่บงการรายที่อยู่เหนือกว่าหรือไม่นั้น ในชั้นนี้มีเพียงเท่านี้ยังไม่มีผู้ต้องหารายอื่น ส่วน ร.ท.ธวัชชัย ที่จะครบกำหนดฝากขังในวันที่ 5 ก.ย.นี้ พนักงานสอบสวนจะไปขออำนาจศาลฝากขังครั้งที่สอง และจะขอรับตัวกลับมาที่กองปราบปราม ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

ไปรับตัว พ.ท.มนัส ที่ลพบุรี


ภายหลังการแถลงข่าว พล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผบช.ก.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน สั่งการให้ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบก.ทอช.สตม. พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ผกก.ฝอ.บก.ป. พ.ต.ท.อัครเดช พิมลศรี รอง ผกก.ปพ.บก.ป. นำหนังสือขอความร่วมมือให้ส่งตัวทหารที่ต้องคดีอาญา เดินทางไปยังศูนย์สงครามพิเศษ (ค่ายเอราวัณ)

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ถนนนารายณ์มหาราช ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี หลังสืบทราบว่า พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ นายทหารสังกัดศูนย์สงครามพิเศษ ช่วยราชการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) หนึ่งในผู้ต้องหาที่พัวพันคดีเตรียมการลอบสังหารรักษาการนายกรัฐมนตรีพักอยู่ที่ค่ายดังกล่าว

ผู้บังคับบัญชาให้ความร่วมมือ

เมื่อเดินทางไปถึง พล.ต.ต.จักรทิพย์ พร้อมคณะได้เข้าพบ พล.ต.จเร อานุภาพ ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ ขอรับตัว พ.ท.มนัสไปสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางต้นสังกัดได้ส่งตัว พ.ท.มนัส ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบทหารลายพราง (ชุดฝึก) ให้พนักงานสอบสวนนำตัวมาที่กองปราบปราม โดยมี พ.ต.สุรัตน์ แสงเย็นพันธุ์ นายทหารพระธรรมนูญ เดินทางมาร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย

ถึงกองปราบฯถูกสอบเครียด

ต่อมาเวลา 15.30 น. พนักงานสอบสวนนำตัว พ.ท.มนัสไปถึงกองปราบปราม โดยมีตำรวจหน่วยคอมมานโดประมาณ 50 นาย เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัย ตั้งแต่บันไดทางขึ้นอาคารสำนักงานผู้บังคับการกองปราบปราม ทันทีที่ลงจากรถเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว พ.ท.มนัสขึ้นไปสอบปากคำที่ห้องรับรอง ผู้บังคับการกองปราบปรามทันที


แฉไปซื้อวงจรต่อสัญญาณรีโมต


สำหรับประวัติของ พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ 1 ใน 4 ทหาร ที่ถูกเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีสำคัญ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบสังหาร เป็นผู้บังคับบัญชาของ ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ มาช่วยราชการที่สำนักงาน พล.อ.พัลลภ ปินมณี รอง ผอ.กอ.รมน. จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า พ.ท.มนัสอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกระเบิด เชิงสะพานข้ามแยกบางพลัด และที่สนามบิน บน.6 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ปัจจุบันเป็นครูฝึกอยู่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการโดดร่ม และการดำรงชีพในป่า เคยไปราชการที่ประเทศลาว และเวียดนาม ถือเป็นคนสนิทในสำนักงานของ พล.อ.พัลลภ แนวทางการสืบสวนพบว่า พ.ท.มนัสไปซื้อเครื่องร่อนที่ย่านคลองถม เพื่อเอาแผงวงจรมาใช้ในการรับส่งสัญญาณรีโมตจุดระเบิด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำจากพยานที่เป็นคนขายเรียบร้อยหมดทุกปากแล้ว สำหรับ พ.ท.มนัส เป็นคน จ.เพชรบุรี มีภรรยาเป็นคน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ช่วงเป็น ร.ท. มีความสนิทสนมกับเจ้าพ่อภาคตะวันออก

โทษหนักสุดจำคุกตลอดชีวิต

ด้าน พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง รอง ผบช.ก. ในฐานะรองประธานคณะทำงานคลี่คลายคดีนี้ กล่าวถึงฐานความผิดที่กลุ่มผู้ต้องหาจะได้รับหลังถูกแจ้งข้อหาว่า หากพิจารณาตามข้อกฎหมายแล้ว ถือว่าคนร้ายทำผิดตามมาตรา 80 ของประมวลกฎหมายอาญาฐานพยายามกระทำการ ซึ่งมีโทษสองในสามของฐานความผิดนั้น ประกอบกับการฆ่าเจ้าพนักงานถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 289 มีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต แต่การกระทำครั้งนี้เป็นแค่ความพยายามฆ่าตามมาตรา 80 การรับโทษสองในสามอาจจะทำให้กลุ่มผู้ต้องหาได้รับโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต แม้ว่าระเบิดจะยังไม่ทำงานก็ตาม อย่างไรก็ตาม การพิจารณาโทษนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลทหาร ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ตัดสินในที่สุด

แจ้งข้อหา ร.ท.ธวัชชัยเพิ่มด้วย

วันเดียวกัน พ.ต.ต.วรพจน์ พืชผล พนักงานสอบสวน (สบ.2) บก.ป. เบิกตัว ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ ผู้ต้องหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ออกจากห้องควบคุมไปสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยมีนายนิธิกร นนทสวัสดิ์ นายประภาส คงเมือง และนายสิริชัย ภักดี ทนายความ เข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย

5 ข้อหา พยายามฆ่า-ซ่องโจร


หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนดังกล่าว นายนิธิกร นนทสวัสดิ์ ทนายความ ร.ท.ธวัชชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมรวม 5 ข้อหา คือ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง ร่วมกันมียุทธภัณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และข้อหาสุดท้ายคือซ่องโจร ซึ่ง ร.ท.ธวัชชัยได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอให้การชั้นศาลเท่านั้น

ทนายบอกให้เกียรติกันบ้าง

นายนิธิกรกล่าวว่า หลังจากทราบว่าพนักงานสอบสวนจะควบคุมตัว ร.ท.ธวัชชัยไปผัดฟ้องในวันที่ 5 ก.ย.นี้ และขออำนาจศาลฝากขังอีก 12 วัน ซึ่งอยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ใด ทาง ร.ท.ธวัชชัยได้ร้องคัดค้านการควบคุมที่กองปราบปราม แต่ถ้าคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลทหารก็น่าจะควบคุมตัวที่เรือนจำทหาร จ.นครปฐม เนื่องจากการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว อยากจะฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องกระทำตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ใน ป.วิอาญา เรื่องอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยาน หลักฐาน ก่อนส่งให้พนักงานอัยการ และกรณีนี้ผู้ต้องหาเป็นทหาร มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ซึ่งพนักงานสอบสวนก็ควรที่จะให้เกียรติบ้าง นายนิธิกรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การสอบสวนครั้งนี้ ร.ท.ธวัชชัย มีปัญหากังวลใจหรือเคร่งเครียดมากขึ้นหรือไม่ นายนิธิกรกล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการสอบถาม ร.ท.ธวัชชัยก่อนเริ่มการสอบสวนแล้ว ซึ่ง ร.ท.ธวัชชัยไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะมีทนายความเข้าร่วมรับฟังและได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พล.ต. พ เปิดตัวไม่หนี

วันเดียวกัน พล.ต.ไพโรจน์ ธีระภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯทำหนังสือเรียกตัวไปให้ปากคำ กล่าวว่า ทุกอย่างคงเป็นไปตามขั้นตอน โดยหลังจากที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รอง ผอ.กอ.รมน. ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ตนในฐานะที่ถูกขอตัวไปช่วยราชการที่ กอ.รมน. ก็ต้องกลับต้นสังกัด ผมเป็นนายทหารในสังกัดของกองทัพบก อยู่ที่กองทัพบกไม่ได้หนีไปไหน และไม่เคยคิดหนี เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ที่พนักงานสอบสวนต้องทำหนังสือมายังผู้บังคับบัญชา คือ ผบ.ทบ. หรือผู้ที่ท่านได้มอบหมายในการออกคำสั่งให้ไปตามหมายเรียก แต่ขณะนี้ยังไม่มีขั้นตอนดังกล่าวแต่อย่างใด พล.ต. ไพโรจน์กล่าว

ไม่แปลกใจมีชื่ออยู่ในหมายเรียก

พล.ต.ไพโรจน์กล่าวด้วยว่า เป็นธรรมดาที่รู้จักกับนายทหาร 3 คน ที่ถูกออกหมายเรียกพร้อมกัน เพราะอยู่ในสำนักงาน กอ.รมน. ส่วน ร.ท.ธวัชชัย เคยเห็น แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือสนิทสนม ต้องเข้าใจว่ามีนายทหารมากหน้าหลายตา มาจากต่างที่ในสำนักงานนี้หลายคน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มาจากหลายส่วน และไม่แปลกใจที่มีชื่อถูกออกหมายเรียก เนื่องจากอยู่ในสำนักงานนี้ก็อาจถูกนำเข้าไปโยงด้วย แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนและข้อเท็จจริง


เลขาฯทบ.ได้หนังสือเรียกตัว 2 ทหาร


ด้าน พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีทหารถูกพาดพิงเข้าไปเกี่ยวพันกับคดีลอบสังหารนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งหนังสือเชิญตัว พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ และ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ ไปให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ส่วนขั้นตอนต่อไปทางต้นสังกัดคือ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะแจ้งไปยังทหารทั้ง 2 นาย เพื่อรับทราบและไปตามวันเวลาที่กำหนด กระทรวงกลาโหมได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเตรียมจัดส่งนายทหารพระธรรมนูญจากกรมพระธรรมนูญไปร่วมฟังการสอบสวนด้วย

ยันนายกฯ ไม่ได้ก้าวก่าย

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายทหารมาให้ปากคำในข้อหาพยายามฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสืบสวนขยายผลต่อไป ทางนายกฯไม่ได้ติดตามหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ จะไม่เข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการสืบสวนสอบสวน แต่จะปล่อยให้เป็นการทำงานโดยอิสระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เป็นไปตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ถือว่าเข้าใกล้ถึงจุดที่จะเป็นคดีการลอบสังหารอย่างที่นายกฯตั้งข้อสังเกตเอาไว้หรือไม่ น.พ. สุรพงษ์กล่าวว่า การที่นายกฯและทีมรักษาความปลอดภัยมองว่าเป็นกรณีการลอบสังหาร เป็นเพราะได้รับข้อมูลต่างๆที่เตือนมา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นเช่นนั้น การจะกล่าวหาว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ หากวิเคราะห์ให้ดีจะรู้ได้เองว่าถ้าเป็นการสร้างสถานการณ์คงจะไม่มีตัวบุคคลที่สามารถจับกุมได้ โดยบุคคลที่ถูกจับกุมได้ยังอยู่ในฐานะของบุคคลใกล้ชิดของผู้ใหญ่บางท่านด้วย

โฆษก ปชป.เน้นให้รอบคอบ

ด้าน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า เรื่องนี้ขอให้เจ้าหน้าที่สืบสวนให้ชัดเจนและรอบคอบก่อน ว่าผู้ที่ถูกออกหมายเรียกเกี่ยวพันกับการลอบสังหารจริง เพราะบุคคลที่ถูกหมายเรียกจะเกิดความเสียหาย และเดิมเจ้าหน้าที่จะออกหมายจับ แต่ได้เปลี่ยนเป็นออกหมายเรียก สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลที่เจ้าหน้าที่มีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรกันแน่

จับตาเหตุลอบสังหาร...รอบ 2

เมื่อเวลา 17.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ. จุมพล มั่นหมาย ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสข่าวอาจจะเกิดการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในรอบ 2 ว่า ประเมินกันไว้ก็ไม่เสียหายอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.ต.อ.จุมพลตอบว่า ก็ต้องเฝ้าดูไว้ คงต้องจับตาดู

ตร.หมดมุก มนัส ปฏิเสธตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมเมื่อเวลา 20.45 น. พนักงานสอบสวนที่ร่วมสอบปากคำ พ.ท.มนัส เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ท.มนัสเดินทางไปถึงกองปราบฯ และพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้ทราบแล้ว นายทหารประจำหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แม้พนักงานสอบสวนจะเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวอย่างไร พ.ท.มนัสยังยืนกรานให้การปฏิเสธ เมื่อรูปการณ์ออกมาเช่นนี้ จึงเป็นที่คาดหมายว่า พนักงานสอบสวนคงนำตัว พ.ท.มนัสไปฝากขังศาลทหาร พร้อมกับ ร.ท.ธวัชชัย ที่ครบกำหนดฝากขังในวันนี้ (5 ก.ย.)


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์