แก๊งทวงหนี้อุดรโหด ตื้บทหาร! หน้าแหก-เย็บ14เข็ม

ตร.อุดรฯรวบยกแก๊งทวงหนี้โหด กระทืบสารวัตรทหารเดี้ยง

เผยตร.รวบ 3 นักทวงหนี้ แฉหว่านเงินกู้นอกระบบกู้ 5,000 บาท เก็บทั้งต้น-ดอกวันละ 200 บาทรวม 37 วันคิดเป็นดอกเกือบ 50% ถ้าผัดวันจะทบไปเรื่อยวันละ 200 บาท ต้นไม่ลด ทวง 3 ครั้งไม่ได้โดนตื้บ ล่าสุดทวงเมียทหารไม่ได้รุมตื้บผัวแทนเย็บ 14 เข็ม แถมทำลายข้าวของในร้านลาบพังเสียหาย อ้างเป็นเด็กใต้ทั้งๆ ที่เป็นคนจันทบุรี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 พ.ย. ที่ห้องสืบสวนพิรุณ สภ.เมืองอุดรธานี

พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ศักดา พงศ์ศิริยานนท์ รองผบก. พ.ต.อ.สุเมธ วงศ์สุเมธ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม สว.สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพิรุณ นำตัวนายพีรพงษ์ หรือเบิร์ด ภาคเจริญ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/3 หมู่ 8 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นายพันธ์ศักดิ์ หรือโอ่ง ตระกูลดี อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.8 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และนายชูชาติ หรือเปี๊ยก เสริฐศรี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 5 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

พร้อมของกลาง เงินสด 16,610 บาท หนังสือสัญญาเงินกู้จำนวน 181 รายการ

เป็นเงิน 1,469,000 บาท รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีฟ้า ทะเบียน กลบ 938 จันทบุรี รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า โนวาแดซ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สมุดบัญชีรายการเก็บเงิน 2 เล่ม นามบัตรเจริญทรัพย์เงินทุน ระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 3 หมายเลข บัตรเอทีเอ็ม ระบุชื่อนายเสกสรร คุ้มพาล 1 ใบ ออกมาแถลงข่าว

ในคดีข้อหา "ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น โดยเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริม ทรัพย์ของเขาโดยปกติสุขในเวลากลางคืน และร่วมกันให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด" โดยมี ส.อ.สุพร ธรรมโหร อายุ 49 ปี สารวัตรทหาร หรือ สห.มาช่วยราชการฝ่ายข่าวกรอง มทบ.24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคมอุดรฯ และนางอภัสรา ธรรมโหร อายุ 41 ปี ภรรยา เป็นผู้ชี้ให้จับกุม เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.40 น.วันที่ 15 พ.ย. ที่ร้านอีสานลาบก้อย อยู่ในปั๊มน้ำมัน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรฯ


พล.ต.ต.สรศักดิ์เปิดเผยว่า ในวันเวลาดังกล่าวทาง สภ.เมืองอุดรฯ รับแจ้งทางโทรศัพท์จากนางอภัสราว่า

มีคนร้ายเป็นแก๊งทวงหนี้บุกเข้าทำลายเข้าของในร้านจนได้รับความเสียหายจำนวนมาก และยังทำร้ายส.อ. สุพร สามี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สุเมธ พร้อมด้วยพ.ต.ท.กิตติพงษ์ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพิรุณไปยังที่เกิดเหตุ และเมื่อไปถึงพบว่าคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปแล้ว ส่วนส.อ.สุพร คนเจ็บ มีพลเมืองดีนำส่งร.พ.ศูนย์อุดรฯ

พล.ต.ต.สรศักดิ์กล่าวต่อไปว่า จากการสอบสวนนางอภัสราให้การว่า

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา นางอภัสราต้องหาเงินส่งลูกชายไปสมัครสอบโรงเรียนเตรียมนายสิบที่กทม. เนื่องจากเงินสดขาดมือ จึงไปกู้เงินนอกระบบของบริษัทเจเอส เจริญศรี เงินทุน ที่เที่ยวแจกนามบัตรไว้กับพ่อค้าแม่ค้าในตัวเมือง ระบุว่ากู้ง่ายภายใน 5 นาทีก็ได้เงิน โดยไม่ต้องมีการวางหลักทรัพย์ โดยนางอภัสรากู้มาในวงเงิน 5,000 บาท และจะต้องเสียทั้งต้นและดอกวันละ 200 บาท เป็นเวลา 37 วัน ซึ่งคิดเป็นเงินที่ต้องส่งทั้งหมด 7,400 บาท โดยจะมีนายพีรพงษ์ และนายพันธ์ศักดิ์ เป็นคนคอยมาเก็บเงิน และมีนายชูชาติเป็นหัวหน้า

พล.ต.ต.สรศักดิ์กล่าวต่อไปว่า และเมื่อนางอภัสราจ่ายเงินไปได้ 7,000 บาท
ก็แจ้งให้ทางนายพีรพงษ์และนายพันธ์ศักดิ์ ที่มาเก็บเงินทราบว่ายังเหลืออยู่เพียง 400 บาท แต่ชายทั้ง 2 กลับว่ายังเหลืออีก 2,500 บาท ถ้านางอภัสราไม่จ่ายก็จะคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีก จึงปรึกษากับสามีว่าจะจ่ายไปเพียง 400 บาท ทำให้แก๊งนี้ไม่พอใจจึงมาข่มขู่ว่าให้ระวังตัวให้ดี "ตำรวจ 191 ก็ช่วยไม่ได้เขาเป็นพวกของกูหมด กูเป็นคนใต้" หลังจากนั้นทั้ง 2 คนก็ได้เข้าไปในร้านแล้วทำลายโต๊ะเก้าอี้ ขณะนั้นส.อ.สุพรนั่งทำงานอยู่ในร้านก็ออกมาขัดขวาง จึงถูกแก๊งนี้ใช้เก้าอี้และเขียงตีส.อ.เข้าที่ศีรษะและใบหน้า จนทำให้ต้องเย็บถึง 14 เข็ม

พล.ต.ต.สรศักดิ์กล่าวต่อไปว่า หลังจากทราบเรื่องจึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ และ พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ให้ออกทำการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายแก๊งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

จนสามารถสืบทราบว่าแก๊งนี้เป็นแก๊งทวงหนี้แก๊งใหญ่ โดยมีนายทุนชื่อนางสุพัตรา บรรจงใจรักษ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ถ.เทศบาล สาย 2 ต.ยายร้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กับนายเปี๊ยก ที่ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง สามี เป็นนายทุนเงินกู้ แล้วมีนายเสกสรร คุ้มพาล หรือโอ๋ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 ม.8 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นหัวหน้าแก๊งทวงหนี้ ซึ่งได้ว่าจ้างนายชูชาติ นายพีรพงษ์ และนายพันธ์ศักดิ์ ให้ดูแลและตามทวงหนี้ในอุดรฯ มีนายชูชาติเป็นหัวหน้า ได้ค่าจ้างคนละ 5,000 บาทต่อเดือนและเบี้ยเลี้ยงในการตามเก็บเงินอีกวันละ 200 บาท

พล.ต.ต.สรศักดิ์กล่าวต่อไปว่า จากการสืบทราบว่า

นายเสกสรรมาเช่าบ้านให้ทั้ง 3 อยู่ที่บ้านเลขที่ 741/34 ซ.ย่อย 1 ในซอยจินตคาม ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรฯ จากนั้นจึงไปขอหมายจับของศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.641,642,643/2550 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2550 เข้าจับกุมตัวแก๊งนี้พร้อมของกลาง ซึ่งพบว่ามีคนอุดรฯ ถึง 100 กว่ารายที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้ และทราบว่า 90% ของลูกหนี้จะถูกแก๊งนี้ทำร้ายเอา จนถึงกับปิดบ้านหนี

ผบก.ภ.อุดรธานี กล่าวในตอนท้ายว่า จากการสอบสวนทั้ง 3 คนก็ให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

เพียงแต่ว่าที่ทำร้ายส.อ.สุพรเพราะเขาจะทำร้ายตนก่อน แต่จากการเอาพยานมายืนยันพบว่าแก๊งนี้บุกเข้าไปทำลายข้าวของและทำร้ายส.อ.สุพรในร้าน ซึ่งขณะนั้นก็มีลูกค้าจำนวนมาก ที่กำลังดื่มกินอาหารอยู่ในร้าน อย่างไรก็ตามก็ขอให้คนอุดรฯ ที่ตกเป็นลูกหนี้ของแก๊งนี้และถูกแก๊งนี้ทำร้ายร่างกาย ขอให้ไปช่วยแจ้งความเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรฯ เพื่อจะปราบปรามไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง และในขณะเดียวกันก็ได้สั่งการให้ติดตามขบวนการแบบเดียวกับแก๊งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้หมด

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์