แก๊งซิ่งหนีตร.ชนกันตาย2ศพคู่ขนานมอเตอร์เวย์

"ปิดล้อมสกัดจับ"


แก๊งซิ่ง จยย. ชะตาขาด จับกลุ่มเตรียมซิ่งรถบนทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ชาวบ้านทนรำคาญไม่ไหวโทรแจ้งตำรวจสกัดจับ ซิ่งหนีตร.เสียหลักพุ่งชนกันเอง 4 คัน ตายทันที 2 ศพ รอง ผบช.น.เผยทางแก้รถซิ่งเสนอเพิ่มโทษความผิด พ.ร.บ.จราจรไปแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา

หลังตำรวจนครบาลระดมกำลังกว่า 200 นาย ปิดล้อมลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อสกัดจับแก๊งซิ่งรถจักรยานยนต์กวนเมืองโดยยึดรถจักรยานยนต์ได้ร่วม 400 คัน ล่าสุดแก๊งซิ่งจักรยานยนต์ย่านประเวศขับขี่รถหนีตำรวจสกัดจับทำให้เสียหลักพุ่งชนกันเอง 4 คัน เสียชีวิตทันที 2 ศพ


"จยย.คว่ำ 4 คัน พบ 2ศพ"


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม ร.ต.ท.สิทธิโชค เที่ยงพรม ร้อยเวรพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุแก๊งซิ่งรถจักรยานยนต์ขี่ชนกันมีผู้เสียชีวิต 2 ศพที่บริเวณทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งลาดกระบัง เลยด่านทับช้าง แขวงและเขตสะพานสูง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จอดพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง 4 คัน หมายเลขทะเบียน รต-932 กรุงเทพมหานคร บย 177 กรุงเทพมหานคร ยงก 135 กรุงเทพมหานคร และคันสุดท้าย หมายเลขทะเบียน บวข 713 กรุงเทพมหานคร โดยที่กลางถนนเจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิต 2 รายคือ นายนพดล ฮาตัน อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 3 แขวงและเขตคันนายาว และนายศุภชัย ฮาเต๊ะ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 7 แขวงและเขตสะพานสูง เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง


"เจอ ตร.แตกฮื่อ วิ่งสวนชนกัน"


ร.ต.ท.สิทธิโชค กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและตำรวจสายตรวจของสน.ประเวศ ได้รับแจ้งจากประชาชนในละแวกดังกล่าวว่า มีวัยรุ่นจับกลุ่มแข่งรถจักรยานยนต์บนถนนสายดังกล่าวจำนวนกว่า 50 คัน สร้างความรำคาญและเดือดร้อน หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจระงับเหตุและจับกุมบรรดาวัยรุ่นที่แข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนโดยผิดกฎหมาย

"ระหว่างที่ตำรวจเข้าจับกุมได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อกลุ่มวัยรุ่นที่แข่งรถเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างตกใจถึงกับแตกฮือขี่รถไปคนละทิศคนละทางเพราะกลัวว่าตำรวจจะจับได้ รถจักรยานยนต์บางคันก็ขับสวนเลนวนวิ่งมั่วไปหมด ทำให้เกิดรถพลิกคว่ำบริเวณที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง" ร.ต.ท.สิทธิโชคกล่าว


"สกัดจับกว่า 1000 คัน"


ทั้งนี้ เมื่อเวลา 00.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ ผบก.น.1 พ.ต.อ.จรัญ ชิตะปัญญา รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.พิศิษฐ์ โปรยรุ่งโรจน์ ผกก.1 สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 นำกำลังตำรวจ สน.ดุสิต สน.พญาไท สน.นางเลิ้ง และ สน.สามเสน ประมาณ 200 นาย และตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (สายตรวจ 191) อีกประมาณ 50 นาย พร้อมรถสายตรวจอีก 20 คัน เข้าปิดล้อมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อจับกุมแก๊งจักรยานยนต์กวนเมืองที่นัดมารวมตัวกันในบริเวณดังกล่าวกว่า 1,000 คัน

โดยใช้รถสายตรวจและกำลังตำรวจปิดทางเข้าออกบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ทั้งบริเวณแยกกองทัพภาคที่ 1 ด้านหน้าสวนอัมพร นอกจากนั้น ตำรวจ สน.ดุสิต ได้ตั้งด่านสกัดบริเวณถนนอู่ทองใน ด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม แขวงและเขตดุสิต เพื่อปิดเส้นทางให้รถจักรยานยนต์ออกทางถนนอู่ทองในเพียงด้านเดียว จากนั้นทำการตรวจสอบรถทุกคัน


"จับได้กว่า 400 คัน"


พ.ต.อ.จรัญ กล่าวว่า ตำรวจ 191 ได้รับโทรศัพท์ร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ส่งเสียงดัง ได้รับความเดือดร้อนบนถนนกว่า 10 สาย จึงได้ส่งกำลังไปตรวจสอบก็พบว่าในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. มีวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์มารวมตัวกันประมาณ 1,000 คัน ตำรวจจึงขับรถไล่จนแตกกระเจิงไปแล้ว แต่กลุ่มนี้ก็ยังกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. จึงระดมกำลังตำรวจปิดล้อมจับกุมดังกล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.พิศิษฐ์ กล่าวว่า จากการปิดล้อมสามารถตรวจยึดรถไว้ได้ประมาณ 400 คัน โดยรถคันที่ทำถูกกฎระเบียบก็ปล่อยไป แต่ส่วนใหญ่จะถูกออกใบสั่งในข้อหาต่างๆ กัน ทั้งอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ไม่ครบตามระเบียบ ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่สวมหมวกกันน็อค และดัดแปลงสภาพรถ


"ไม่สามารถเฝ้าระวังได้ 24 ชม."


พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รองผบช.น. กล่าวว่า การกระทำผิดเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นลักษณะของการรวมกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์มาเที่ยวดูไฟที่ประดับประดาบนถนนราชดำเนิน ไม่ใช่มาเพื่อแข่งรถ เพราะเป็นการขับขี่ตามปกติ เพียงแต่มีจำนวนมาก และบางครั้งก็ขับขี่อย่างผาดโผนจนสร้างความหวาดวิตกให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง

รอง ผบช.น. กล่าวยอมรับว่า แม้ตำรวจทุกพื้นที่จะเข้มงวดกวดขันอย่างเต็มที่ และจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมากอยู่เป็นประจำ แต่กลุ่มวัยรุ่นก็จะหาเส้นทางหรือช่วงเวลาที่ไม่มีตำรวจตั้งด่านเพื่อจับกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์อยู่เสมอ จึงต้องเห็นใจด้วยเพราะตำรวจคงไม่สามารถไปเฝ้าระวังได้ทุกถนน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และพฤติกรรมบางครั้งก็ไม่เข้าข่ายการแข่งรถ เพราะมีการรวมกลุ่มกันเฉยๆ หากจะเอาผิดได้ก็คงเป็นเพียง พ.ร.บ.จราจร และพกพาอาวุธที่คาดว่าจะใช้ในการก่อเหตุ เป็นต้น


"เสนอเพิ่มโทษ"


พล.ต.ต.วัจนนท์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาว่า อัตราโทษของการกระทำความผิด พ.ร.บ.จราจร ยังน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับต่างประเทศ จึงทำให้คนไม่ค่อยเกรงกลัว เมื่อกระทำผิดบ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยถูกจับกุม และหากถูกจับกุมได้ก็จะเสียค่าปรับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

"ผมเคยเสนอเพิ่มโทษ พ.ร.บ.จราจร ตอนที่ประชุมศูนย์อำนวยการเพื่อรักษาความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมี พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยแนวคิดเรื่องการเพิ่มโทษนี้ก็สอดคล้องกับงานวิจัยทางวิชาการว่า การเพิ่มอัตราโทษจะทำให้คนเกรงกลัวการกระทำความผิดมากขึ้น และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา" รองผบช.น.กล่าว


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์