เหวี่ยงแหจับพันคน ตรวจดีเอ็นเอล่าตัว ‘โจรข่มขืนต่อเนื่อง’

เหวี่ยงแหจับพันคน ตรวจดีเอ็นเอล่าตัว ‘โจรข่มขืนต่อเนื่อง’

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม (รรท.ผบก.ป.)

กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรต่อเนื่องก่อเหตุข่มขืนหญิงชรา 9 คดี พื้นที่ 3 จังหวัดคือ นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2553-2557 โดย 2 ใน 9 ราย ถูกทำร้ายเสียชีวิต ล่าสุดเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับหญิงชราวัย 73 ปี ในบ้านพัก ต.ลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 24 มกราคม

พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รรท.ผบช.ก.ร่วมกับ ตำรวจภูธรภาค 7 เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ โดยตนได้มอบหมายให้รอง ผบก.ป. 5 นาย และ พ.ต.อ.ภุมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 9 ชุด ลงพื้นที่เพื่อร่วมสืบสวนสอบสวนกับตำรวจในพื้นที่แล้ว โดยเน้นตรวจสอบดีเอ็นเอของคนร้าย ที่ก่อเหตุตั้งแต่ปี 2553 ถึงปัจจุบันพบทั้ง 9 คดี ยืนยันว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกัน ส่วนคดีล่าสุด รอผลดีเอ็นเอของแพทย์

เบื้องต้น ยังไม่สามารถชี้ชัดหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้

จึงต้องแสวงหาพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด แต่คาดว่าคนร้ายจะกบดานอยู่ ซึ่งพฤติการณ์คนร้าย จะคอยติดตามเหยื่อเป็นเวลาหลายวัน ก่อนลงมือเมื่อสบโอกาส เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นผู้ที่มีสภาพจิตไม่ปกติ หรือเป็นคนวิปริต ไม่ได้มีอาชีพ เป็นหลักแหล่ง

ทั้งนี้ ทางตำรวจจะมีการประชุมคณะทำงานชุดใหญ่ ซึ่งมีทั้งตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และ บก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีอีกครั้ง ที่ สภ.นครชัยศรี ในวันที่ 28 มกราคมนี้ เวลา 14.00 น.

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม ชั้น 4 สำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ท.วีระพงษ์ ชื่นภักดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ประชุม

ร่วมกับคณะทำงานเพื่อติดตามคดีคนร้ายก่อเหตุข่มขืนผู้สูงอายุหลายพื้นที่ ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยยอมรับว่าคดีนี้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก เพราะอดีต ผบก.ภาค 7 ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และนำผู้ต้องสงสัยมาตรวจ DNA ไว้แล้วกว่า 1,000 คน สามารถลดพื้นที่ในการตรวจติดตามได้มากขึ้น ที่สำคัญคนร้ายโรคจิตในยามปกติ จะไม่แสดงอาการให้เห็น จึงยากที่จะติดตาม ยกเว้น แต่มีสิ่งเร้าหรือสบโอกาสเท่านั้น ส่วนภาพที่สเกตช์ออกมา ก็เป็นข้อมูลในการที่จะนำตัวผู้ต้องสงสัยมาตรวจสอบ


“ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรในพื้นที่รับผิดชอบทุกจังหวัด สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ประเภทอยู่บ้านคนเดียว บ้านริมน้ำ หรือชอบปิดไฟมืดในเวลากลางคืนให้ทำข้อมูลเก็บไว้และให้สายตรวจแวะเวียนเข้าไปตรวจเพิ่มมากขึ้น พร้อมประชาสัมพันธ์บุตร หลาน หรือญาติ ให้ช่วยกันเฝ้าระวัง หรือหากพบผู้ต้องสงสัย สามารถโทร.แจ้งได้ที่ 191 ตลอด 24 ชม. จะมีชุดเฉพาะกิจ หรือม้าเร็วเข้าไปตรวจสอบทันที” พล.ต.ท.วีระพงษ์ ย้ำ


เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์