เหยื่อรอดชีวิตซานติก้าเผยนาทีหนีตาย

เหยื่อรอดตาย"ซานติก้า" เผยชีวิตหนีตาย ระบุเหมือนกันเกิดจากไฟลุกไหม้บนหน้าเวที ก่อนนักเที่ยววิ่งหนีตายชุลมุน ไฟลุกรวดเร็ว ทางหนีคับแคบ

เมื่อวันที่ 1 มกรคม  น.ส.ฟ้า หนึ่งในผู้รอดชีวิต เล่าถึงเหตุการณ์หนีตายว่า
 
เวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่ 31 ธันวาคม ตนกับเพื่อนอีก 2 คนได้เดินทางมาเที่ยวผับแห่งนี้ เนื่องจากทราบมาก่อนหน้านี้ว่าผับจะเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และจะมีการจัดงานเลี้ยงวันปิดกิจการของซานติก้าลงในวันนั้นด้วย ในชื่อ “นิวเยียร์ กู๊ดบาย ซานติก้า” และในงานเจ้าของร้านมีการแจกเหล้าให้กับลูกค้าเพื่อเป็นของขวัญ แต่ซีดีที่เจ้าของร้านได้แจกให้กับลูกค้านั้นตนไม่ทราบว่ามีการแจกเนื่องจากตนไม่ได้รับซีดีดังกล่าว
 


น.ส.ฟ้า กล่าวว่า
 
บรรยากาศภายในร้านนอกจากตนแล้วยังมีลูกค้าอีกหลายคนเดินทางมาเค้าต์ดาวและเลี้ยงส่งให้ร้านแห่งนี้ด้วยอีกประมาณ 500 คน ซึ่งจังหวะก่อนเกิดเหตุตนกับเพื่อนอีก 2 คนได้ยืนกินดื่ม และฟังเพลงบริเวณหน้าบาร์ภายในร้าน ที่อยู่ใกล้ประตูทางออกชั้นล่างของร้าน  เพราะตอนนั้นลูกค้าในร้านเยอะมากทั้งชั้นล่างที่ตนอยู่ ชั้นลอย (ชั้น 2) และชั้นใต้ดิน ลูกค้าทุกคนต่างสนุกสนานกับงานดังกล่าว ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

 

"ช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณ เที่ยงคืนเกือบตี 1 ได้มีกลุ่มนักร้องขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีที่เรียกกันว่า โซนดนตรีสด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มีการจุดพรุขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำแอ็ฟเฟ็กเพื่อสร้างสีสันให้กับงาน ซึ่งตนเชื่อว่าสเก็ตพรุคงกระเด็นไปโดนกับเพดานของร้านเลยทำให้ไฟลุกไหม้ไปทั่วร้านอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นยังคิดว่าเป็นการทำแอ็ฟเฟ็กที่เหมือนจริงมาก แต่สักพักก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่าไฟไหม้


จังหวะนั้นทุกคนก็ต่างแตกตื่นวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่โชคดีที่หนูกับเพื่อนยืนอยู่ใกล้กับประตูทางออกจึงออกมาจากร้านได้เร็วกว่าคนอื่นและรอดชีวิตมาได้ แต่คนที่ติดอยู่ข้างในร้านต่างวิ่งแตกตื่นกันไปยังประตูทางออกซึ่งมีเพียง 2 ทางคืนด้านหน้าร้าน กับด้านข้างของร้านเท่านั้นซึ่งแคบมาก ที่สำคัญบริเวณประตูหน้าร้านยังมีบันไดขวางไว้ด้วยทำให้การลำเลียงคนออกมาจากข้างในไม่สะดวก"น.ส.ฟ้า กล่าว


 เธอกล่าวอีกว่า

เมื่อตนกับเพื่อนออกมาจากร้านได้แล้วตนได้ส่งเพื่อนขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน แต่ตนนั้นได้ยืนรอดูเหตุการณ์อยู่ ก็เห็นว่าทุกคนต่างร้องขอความช่วยเหลือ และต่างแย่งกันวิ่งออกมายังหน้าร้าน ซึ่งก็มีหลายคนที่รอดชีวิตมาได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ไม่สามารถรอดชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งตนคิดว่าคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์น่าจะเป็นลูกค้าที่ขึ้นไปนั่งกินดื่ม กันที่ชั้นลอย (บนชั้น 2)ที่น่าจะลงมาข้างล่างไม่ได้  ชั้นใต้ดินที่ไม่มีช่องระบายอากาศ  และกลุ่มที่อยู่ใกล้กับเวทีชั้นล่างที่เกิดเหตุไฟไหม้  เนื่องจากลูกค้าในร้านวันนั้นเยอะมากจึงไม่สามารถวิ่งเอาชีวิตรอดได้ ซึ่งลูกค้าพยายามวิ่งออกมาด้านนอก ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกค้าด้านนอกที่พึ่งเดินทางมาถึงและไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นก็ต่างพยายามเข้าไปข้างใน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนกันขึ้น


 “ตอนที่ฟ้ากำลังเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้านก็สังเกตเห็นว่ามีรกกระบะและรถตู้เปิดไซเลนส์จอดอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นรถกระบะธรรมดาที่ไม่ใช่รถของเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่เข้ามาช่วยเหลือ และจังหวะนั้นฟ้าคิดว่ารถของมูลนิธิไม่น่ามาเร็วขนาดนั้นเพราะว่าฟ้าเห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่ตรงนั้นก่อนที่จะเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น  และคิดว่าตอนที่เราแจ้งข่าวไปยังมูลนิธิรถของมูลนิธิไม่น่ามาถึงเร็วขนาดนี้ ซึ่งฟ้าคิดว่ารถคันดังกล่าวไม่น่าใช่รถของมูลนิธิเพื่อมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และจังหวะที่ฟ้านั่งรถกลับบ้านก็ไม่เห็นมีรถดับเพลิงของศูนย์พระราม 9 วิ่งออกไป มีเพียงรถดับเพลิงคันเล็ก 2 คันวิ่งไปเท่านั้น แต่สุดท้ายฟ้าก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เพราะคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับญาติพี่น้องของตนในวันต้อนรับปีใหม่หรอกค่ะ”ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าว


 


ด้านนายพงษ์ศิริ วงษ์เซ็ง อายุ 28 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า

ตนกับน้องสาวได้นัดกันมากินเลี้ยงที่ร้านซานติก้าเนื่องจากทราบมาว่าทางร้านจะปิดกิจการลงและจะมีการเลี้ยงฉลองพร้อมกับการเค้าต์ดาวน์ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตนก็ได้เดินทางมาพร้อมกับแฟนสาวและกลุ่มเพื่อนของน้องสาวทั้งหมดประมาณ 7 คนซึ่งกลุ่มตนมาถึงที่ร้านประมาณ 23.00 น.พอมาถึงก็พากันเข้าไปฟังเพลงบริเวณด้านหน้าเวทีที่เป็นจุดไฟไหม้จุดแรก


 จังหวะนั้นตนได้เห็นลูกไฟพุ่งขึ้นไปบนเวที แล้วไปติดกับโฟมพลาสติกด้านบนเพดานที่ทางร้านใช้ในการประดับตกแต่ง และไฟก็ลุกไหม้รวดเร็วมาก เป็นจังหวะเดียวกับที่แฟนของตนตะโกนบอกว่าไฟไหม้ ทุกคนที่อยู่ในร้านต่างวิ่งกันเพื่อออกมาข้างนอกร้านให้ได้ แต่เหตุการ์ก็วุ่นวายมาก


 "ผมกระโดดถีบกระจกบริเวณหน้าร้านออกมา ซึ่งตรงนั้นจะมาเหล็กกั้นอยู่ด้วยเป็นช่องเล็กมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าผมออกมาได้ยังไง เพราะผมตัวใหญ่มาก แต่จังหวะนั้นคงกลัวตายเลยรีบวิ่งออกมาจนไม่รู้สึกตัว แต่ตอนนั้นแฟนผมติดอยู่ข้างในตึก จนเจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปช่วยนำตัวแฟนผมออกมาได้ ซึ่งตนนั้นผมเป็นห่วงแฟนกับน้องสาวผมมาก" นายพงษ์ศิริกล่าว


 นายพงษ์ศิริ กล่าวต่อว่า
 
ตนได้รับบาดเจ็บจากการถูกเศษกระจกบาดเท่านั้น ส่วนแฟนสาวได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้เข้าที่บริเวณหน้าอก กับสะโพกและหมดสติในตอนนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลคามิลเลียน ซึ่งตอนนี้ก็ได้สติแล้วและได้ย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไทย 2 แล้ว ส่วนน้องสาวก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกไฟลวก ส่วนสมาชิกในกลุ่มคนที่เหลือที่เดินทางไปด้วยกันปลอดภัยดีทุกคน ส่วนในเรื่องความรับผิดชอบในค่ารักษาพยาบาลตอนนี้ตนยังไม่ทราบว่าจะติดต่อกับใครที่จะเข้ามารับผิดชอบในเรื่องนี้


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์