เลื่อนสอบคดี บึ้มราชประสงค์!! เหตุล่ามหนี!

เลื่อนสอบคดี บึ้มราชประสงค์!! เหตุล่ามหนี!

23 ส.ค. 59 เมื่อเวลา 08.50 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายอาเดม คาราดัก จำเลยที่ 1 และนายไมไรลี ยูซุฟู จำเลยที่ 2 ผู้ต้องหาในคดีระเบิดราชประสงค์ และท่าเรือสาทร มายังศาลทหาร เพื่อนัดสืบพยานปากแรก โดยมี พ.ต.ท.ทวยเทพ เดวิด วิบุลศิลป์ สว.กก.4ส.2 กองบัญชาการตำรวจสันติบาลทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย โดยทางศาลทหารได้อนุญาตให้สื่อมวลชนส่งตัวแทนเข้าร่วมรับฟังได้ด้วย

จากนั้นเวลา 11.40 น. เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้นำตัวนายอาเดม และนายไมไรลี ออกจากศาลทหาร ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางศาล เพื่อเดินทางกลับเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11)

ทั้งนี้ นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเดม กล่าวภายหลังว่า วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานของโจทก์นัดแรก แต่ล่ามที่ศาลทหารได้แต่งตั้งคือนายบัคคาดีร็อก ซีโรจิดินส์ ที่สามารถสื่อสารภาษาอุยกูร์เป็นภาษาอังกฤษได้นั้นถูกดำเนินคดีที่ สน.ลุมพินี และได้หลบหนีหมายศาลอยู่ ทำให้มาศาลทหารในวันนี้ไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องเลื่อนสืบพยานออกไปเป็นวันที่ 15 ก.ย. 59 เพื่อหาล่ามคนใหม่แทน โดยทางฝ่ายจำเลยได้เสนอชื่อนายโอเมอร์ แฮเนท ที่อยู่สภาอุยกูร์โลกมาเป็นล่ามคนใหม่ ซึ่งทางอัยการศาลทหารก็ได้เสนอให้หาล่ามคนใหม่เช่นเดียวกัน โดยตนได้ยื่นคำร้องต่อศาลทหารไปแล้ว ทั้งนี้ต้องรอการพิจารณาคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน เพื่อทำหนังสือถึงสภาอุยกูร์โลกเพื่อส่งตัวล่ามมาช่วยในขั้นตอนของศาลทหาร ซึ่งทางสภาอุยกูร์โลกก็ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ทั้งนี้ต้องรอศาลทหารแต่งตั้งเป็นล่ามก่อนถึงจะดำเนินการในศาลทหารได้ ส่วนค่าใช้จ่ายของล่ามทางสภาอุยกูร์โลกเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ถือว่าเป็นล่ามที่ได้มาตรฐาน

         นายชูชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในระหว่างการพิจารณาทางกรมราชทัณฑ์ได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการที่ทางจำเลยทั้งสองขอให้ย้ายเรือนจำจากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ทางกรมราชทัณฑ์ได้แจ้งว่าคดีดังกล่าวนี้เป็นคดีความมั่นคง การที่จะนำผู้ต้องหาทั้งสองคนไปขังปนกับผู้ต้องหาคนอื่นนั้นอาจจะไม่มีความปลอดภัยจึงขอให้อยู่ที่เดิมคือเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ซึ่งตนได้แจ้งจำเลยทั้งสองคนแล้วและก็ไม่ได้ขัดข้อง รวมถึงทางเจ้าหน้าที่เรือนจำก็ดูแลอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องอาหารอิสลาม ส่วนกรณีที่เคยแถลงต่อศาลทหารว่าจำเลยทั้งสองคนถูกทำร้ายขณะที่อยู่ในเรือนจำนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ได้ส่งหนังสือกลับมาที่ศาลทหารว่าได้ตรวจร่างกายแล้วไม่พบร่องรอยว่าถูกทำร้ายร่างกาย อย่างไรก็ตามตนคิดว่าคดีนี้ศาลทหารจะมีคำพิพากษาได้ช่วงปลายปี 60 เนื่องจากมีพยานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยไม่ต่ำกว่า 250 ปาก ดังนั้นต้องใช้เวลา


เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์