อลงกรณ์ ยื่นหลักฐาน ป.ป.ช.เชือด เจ๊แดง มั่นใจเอาผิดได้

อลงกรณ์ ยื่นหลักฐาน ป.ป.ช.เชือด เจ๊แดง มั่นใจเอาผิดได้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 เมษายน 2549 17:01 น.

อลงกรณ์ พลบุตร บุก ป.ป.ช.ยื่นหลักฐานสอบ เจ๊แดง และครอบครัวฐานร่ำรวยผิดปกติ เชื่อโอนทรัพย์สินให้ลูกโดยมิชอบ มั่นใจข้อมูลทั้งหมดสามรถเอาผิดได้ รับกระบวนการตรวจสอบทางการเมืองสาวไม่ถึงตัวใหญ่ พร้อมเตือน ทรท.หานายกฯ คนใหม่ต้องมีจริยธรรม ลั่นหากไม่ซื่อสัตย์อย่าโผล่หัวมา เหน็บ แม้ว เว้นวรรคไปแล้วอย่าหวังกลับมามีอำนาจใหม่ ตั้งหน้าตั้งตาเตรียมสู้คดีดีกว่า

วันนี้ (10 เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะทำงานปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับทรัพย์สินของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน สามี และครอบครัว ได้เดินทางเข้าได้เข้ายื่นเอกสารหลักฐานข้อสงสัยว่านางเยาวภาและครอบครัวร่ำรวยผิดปกติ ต่อนายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการ ป.ป.ช.

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ตนเข้าพบเลขาฯ ป.ป.ช.เพื่อสอบถามใน 2 ประเด็น คือ 1.ขอทราบคดีร้องเรียนที่ยังค้างอยู่และจะหมดอายุความลงในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบดูว่าคดีดังกล่าวนี้จะดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้ขาดอายุความ เช่น การทุจริตคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และปล่อยคนโกงลอยนวลไปได้ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้า และนักธุรกิจที่มีส่วนร่วมในการทุจริต ฉ้อฉล เพื่อขอรายละเอียดในคดีดังกล่าวเพื่อนำไปดำเนินการในทางอื่น เช่น การแจ้งความ หรือการฟ้องศาลต่อไป 2.พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการถึง ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนางเยาวภา และสามี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำรายงานการสอบสวนเรื่องความร่ำรวยผิดปกติของบุคคลดังกล่าว และพรรคประชาธิปัตย์ และป.ป.ช.จะได้ร่วมมือซึ่งกันและกันในการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า กรณีของนางเยาวภาที่ทำให้เกิดข้อครหาเรื่องเจ๊ต่างๆ ทั้งเจ๊ใหญ่ เจ๊เล็ก ก็เริ่มจากเจ๊แดงนั่นเอง เพราะอะไรจึงมีข้อครหาว่าเจ๊ไปเรียกเปอร์เซ็นต์ที่โน่นที่นี่ แม้แต่ในโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ชื่อเสียงโด่งดังมาก ก็จะมีการพิสูจน์กัน โดย ป.ป.ช. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปตรวจสอบว่าเจ๊แดงร่ำรวยผิดปกติจริงหรือไม่ หรือว่าหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะพิสูจน์ในชั้นศาลสามารถฟ้องร้องมาได้

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า จากเอกสารหลักฐานเบื้องต้นมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านางเยาวภาและครอบครัวมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ และอาจจะเข้าข่ายการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปสู่บุตร ซึ่งแม้จะบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เมื่อตรวจดูฐานะของบุตรชายและบุตรสาวแล้ว แม้จะเป็นผู้ถือหุ้นในบางบริษัทก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีรายได้เป็นจำนวนพันล้านบาท ในช่วงเวลา 1-2 ปี สามารถไปเทกโอเวอร์บริษัท และเมื่อมีการตรวจสอบก็มีการเทขายหุ้นได้เงินสดไป ดังนั้นจึงจะต้องใช้กฎหมายของ ป.ป.ช. และ ปปง.ตรวจสอบต่อไป

หากมีสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้นแล้ว ถ้าจะดำเนินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 303 ก็ไม่ทราบว่าจะหวังได้หรือไม่ เพราะเป็นสภาของพรรคไทยรักไทย แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีการตรวจสอบและรายงานให้กับประชาชนได้ทราบ ซึ่งต่อไปการตรวจสอบจะโยงไปถึงรักษาการรัฐมนตรีอีกหลายคน ใครที่มาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่ใช่คนบริสุทธิ์ก็อย่าเข้ามาดีกว่า เพราะมันสกปรกต่อบ้านเมือง เพราะหลายคนก็มีส่วน ที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตเหล่านี้ ซึ่งผมมีชื่อของคนอื่นๆ เพราะคนเหล่านี้มีส่วนร่วมในการก่อกรรมทำเข็นประเทศชาติ เราจะไม่เอาไว้ ดังนั้น หากรู้ว่าทำทุจริต ฉ้อฉล ฉ้อโกงประเทศไว้ ต่างกรรมต่างวาระในฐานะต่างๆ ถ้าไม่ซื่อสัตย์สุจริตจริง มือไม่สะอาดจริงก็อย่าเข้ามา ถ้าเข้ามาผมคิดว่าจะเป็นการเข้ามาฆ่าตัวตายทางการเมืองมากกว่า โดยเฉพาะคนที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ นอมินี ผมจะเปิดเผยแน่นอน ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนก่อน ผมบอกแล้วจะรายงานทุกสัปดาห์ จะมีการเปิดเผยรายชื่อบางคนที่เป็นแคนดิเดตในขณะนี้ หรืออาจจะเป็นส่วนใหญ่ หรือทั้งหมด รวมทั้งคนที่ยังไม่มีชื่อและอยู่ในตัวเก็ง อย่าได้โผล่หัวขึ้นมาเลย เห็นแก่บ้านเมืองเถอะ นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ ยังกล่าวต่อว่า ถ้านางเยาวภาไม่สามารถชี้แจงได้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดมาจากไหน ทรัพย์สินทั้งหมดสินทั้งหมดนั้นก็ต้องตกเป็นของแผ่นดิน รวมทั้งกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกัน วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่แค่เพียงเว้นวรรคทางการเมืองเท่านั้น และอย่าได้หวังลมๆ แล้งๆ ว่าทำอะไรกับบ้านเมืองไว้แล้วจะกลับมามีอำนาจได้อีก และขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมตัวสู้คดีได้แล้ว โดยอาจจะให้นายสุวรรณ วลัยเสถียร มาร่วมกันสู้คดีด้วย

นายอลงกรณ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ระบุว่านายอลงกรณ์ทำตัวเหมือนมือปราบหน้าสื่อว่า คนเหล่านี้เป็นได้แต่พวกขันที ทำหน้าที่คอยปกป้องเจ้านาย และไม่ได้สนใจว่าบ้านเมืองจะถูกคอร์รัปชันและฉ้อฉลอย่างไร ตนยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบมาไม่น้อยกว่า 10 คดี ยื่นสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไปเกือบ 10 คดี และเพราะปราบทุจริต ก็ทำให้ตนถูกฟ้องเป็นคดีกว่า 20 คดี ซึ่งเป็นคดีทางแพ่งกว่า 7,000 พันล้านบาท เรื่องคนทำหน้าที่เพื่อประชาชน และปกป้องผลประโยชน์ประชาชน เรื่องอย่างนี้นายอริสมันต์เขาไม่สนใจหรอก เขาสนใจแต่เรื่องคุ้มครองเจ้านาย และคนที่ชอบคอร์รัปชั่น แต่คนที่มาทำหน้าที่ตรวจสอบเขาก็เพียง นายอริสมันต์ก็ทำได้เพียงกระแนะกระแหน ถ้าตัวเองไม่มีความกล้าที่จะดูแลผลประโยชน์ของประชาชนก็ขอให้อยู่เฉยๆ จะมีความเป็นคนมากกว่า

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์