สุราษฎร์ฯเตือนพื้นที่เสี่ยง149จุด เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม

สุราษฎร์ฯ ออกเตือนพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม


ผู้ว่าฯสุราษฎร์ฯ ออกประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม นำป่าไหลหลาก 149 จุด ทั้งเกาะสมุย พะงันและเกาะเต่า ขณะที่น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมอ.นาทวี จ.สงขลา ทำให้ราษฎรเดือดร้อนแล้ว 4 ตำบล พร้อมเตือนอีก 2 อำเภอเตรียมรับน้ำป่า

(8มค.) นายนิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกประกาศเตือนประชาชนที่อา ศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม 149 จุด

ให้เตรียมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางทะเล เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า อุทยานแห่งชาติเขาสก ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก พร้อมเตือนเรือประมง เรือเฟอร์รี่ เรือโดยสาร ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด


ส่วนเรือสปีดโบ๊ท ที่รับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างเกาะ เรือนำเที่ยว และเรือประมงขนาดเล็ก ควรงดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาด และขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากคลื่นลมในทะเลมีความสูงตั้งแต่ 2-4 เมตร ประกอบกับขณะนี้ในพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน 2 คืน กับ 1 วันแล้ว และมีแนวโน้มตกหนักติดต่อกันไปอีก 1-2 วัน พร้อมสั่งการให้นายอำเภอแต่ละท้องที่จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่เรือนอนโดยสารข้ามเกาะเต่า ได้หยุดบริการมาตั้งแต่วันอาทิตย์ เป็นต้นมา เนื่องจากคลื่นลมในทะเลมีความสูงกว่า 3 เมตร ส่วนเรือเฟอร์รี่ เรือโดยสารขนาด 200 ที่นั่ง และเรือนอนโดยสารข้ามเกาะพะงัน เกาะสมุย ยังคงให้บริการตามปกติ.

ขณะที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา รายงานสถานการณ์ภายหลังจากเกิดภาวะฝนตกหนัก ติดต่อกันนับตั้งแต่เมื่อวานนี้โดยในส่วนของ จ.สงขลา ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน

ในอำเภอนาทวี จำนวน 7 หมู่บ้าน รวม 4 ตำบลประกอบด้วยพื้นที่ ม.5 ม.15 ต.นาทวี ม.4 ต.นาประดู่ ม.3 ม.5 ต.กระท้อน และ ม.2 ม.5 ต.ประกอบ โดยมีราษฏร์ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 771 ครัวเรือน รวม 2,116 คน โดยน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาแต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายรวมทั้งผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตามทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลายังได้แจ้งเตือนให้ อ.เทพา และอ.สะบ้าย้อย

ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับ อ.นาทวี เตรียมรับสถานการณ์เนื่องจากน้ำจาก อ.นาทวี จะไหลไป 2 อำเภอ ในขณะที่สภาพน้ำในคลองอู่ตะเภาซึ่งไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่นั้นยังปกติ และส่งสัญญาณเตือนภัยที่ติดไว้ บริเวณสะพานหาดใหญ่ในยังเป็นสีเขียว


ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ


ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ "อากาศหนาวเย็นลงบริเวณประเทศไทยตอนบน" ฉบับที่ 13 (13/2550) ว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

ส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไป และมีลมแรง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศมาเลเซียตอนบนและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่

ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา และใกล้ทางน้ำไหลผ่านของพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูลและตรัง ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้

ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงนราธิวาสระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือในอ่าวไทยควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 8-10 มกราคม ไว้ด้วย.


นายสมิทธ เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ


นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตนและนายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่ได้ไปประชุมร่วมสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่เชิญให้ไปหารือเรื่องโครงสร้างการทำงานของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพราะยังไม่มีความชัดเจน และไม่เคยมาปรึกษาหรือถามความจำเป็นกันว่าโครงสร้างควรเป็นอย่างไร อยู่ ๆ ให้ไปประชุมเหมือนไม่ให้เกียรติพวกตนที่ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน อย่างไรก็ตาม จากข่าวที่ว่าศูนย์เตือนภัยฯ จะถูกย้ายไปอยู่กับกรมอุตุนิยมวิทยา

ตอนนี้ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เตรียมจะมาถอนอุปกรณ์เพื่อถ่ายทอดสดออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อมีภัยพิบัติที่ต้องประกาศเตือน ดังนั้นตอนนี้ถ้ามีภัยอะไรก็ประกาศเตือนหรือส่งข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่อะไรไม่ได้แล้ว เพราะทุกฝ่ายคิดว่ารัฐบาลล้มภารกิจเดิมหมดแล้ว

เห็นว่าเขามีประชุมกัน หน่วยงานอื่นไปกันเยอะ แต่ทราบว่านายปลอดประสพ ไม่ตั้งใครเป็นตัวแทนเข้าประชุมและไม่เข้าประชุม เขาถามผมว่าควรเข้าหรือไม่ ผมบอกว่าไม่ควร เพราะไม่ได้ปรึกษาเวลาจะย้ายให้ไปรับคำสั่งไม่ได้ให้เกียรติที่ทำงานแทบหัวราน้ำ ถ้านายกฯหรือนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกฯ เชิญอาจจะไป แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังไปทำงานทุกวัน ประธานกรรมการอำนวยการเตือนภัยฯ กล่าว

ด้านนายปลอดประสพ เปิดเผยว่า ยังเป็นผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยฯเพราะเรื่องที่ว่าจะโอนย้ายยังไม่เรียบร้อย ตนยังไม่เคยเห็นคำสั่ง มีแต่คำสั่งนัดประชุมเรื่องโครงสร้าง ทราบจากนายสมิทธว่านายกรัฐมนตรี จะเรียกตนและนายสมิทธ ไปพบเพื่อหารือ ดังนั้นตนเป็นฝ่ายปฏิบัติจึงไม่อยากออกความเห็นต่อกรณีหากมีการโอนย้ายศูนย์เตือนภัยฯ ไปอยู่กับกรมอุตุนิยมวิทยา ขณะนี้ศูนย์เตือนภัยฯ ยังทำงานไปตามปกติ.

ขอขอบคุณ


ข้อมูลทีมีคุณภาพ
จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์