สาวดี้-หึงโหด! บุกแทงดับทอม อีกรายคนงาน เสียบกิ๊กสาหัส








รักผิดเพศ- น.ส.เฮื่องพนา ชินโคตร สาวทอมรุ่นเดอะถูกจับกุมหลังก่อเหตุใช้มีดแทงน.ส.มยุรี แสงตุ่น สาวดี้คู่ขาตายคาห้องพัก จ.ชลบุรี หลังบุกมาที่ห้องและพบว่าอยู่กินกับสาวทอมคู่ขาคนใหม่ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.

สาวดี้หึงทอมคู่ขาพากิ๊กคนใหม่มานอนในห้องเช่า คว้ามีดปักอกตัดขั้วหัวใจดับสยองคาห้องนอน เผยลงทุนเหมารถจากอุบลฯ บ้านเกิดมาหาถึงพัทยา ชวนกลับบ้าน แต่ไม่เป็นผล ตัดสินใจก่อเหตุสลด อีกรายที่อยุธยา หนุ่มใหญ่ คนงานโรงงานนิคมอุตสาห กรรมโรจนะ แค้นแฟนสาวพาหนุ่มคนใหม่มานอนในห้อง ใช้มีดปอกผลไม้แทงสาหัส เผยส่งเสียให้สาวเรียนจนใกล้จบ สู่ขอแต่งงานได้ไม่นาน จู่ๆ ฝ่ายหญิงบอกเลิก จนระแคะระคายว่ามีหนุ่มอื่นแวะมาหาที่ห้องบ่อยๆ กระทั่งจับได้คาหนังคาเขา

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 7 พ.ย. ร.ต.ท.กฤษ อินทร์แก้ว พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างสาวทอมกับคู่ขาดี้แล้วใช้มีดแทงจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตระหว่างนำส่งร.พ.บางละมุง เหตุเกิดที่อาคารสุขประเสริฐ เกสต์เฮาส์ เลขที่ 148/37 ซอยนาเกลือ 19 (ซอยผู้ใหญ่ชุบ) ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จึงพร้อมด้วยร.ต.ท.ธีระพงษ์ องอาจ รองสวป. นำเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไปตรวจสอบที่ร.พ.บาง ละมุง

เมื่อไปถึง ทราบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ภายในห้องฉุกเฉิน ชื่อน.ส.เอื้องพนา ชินโคตร อายุ 39 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.อุบลราชธานี สาวทอม อดีตกุ๊กที่ร้านนิวส์พลาซ่าบาร์เบียร์ ซอย 8 สภาพศพมีบาดแผลถูกมีดแทงเข้าที่เหนือราวนมซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผลลึกตัดขั้วหัวใจ สอบถามเพื่อนผู้ตายเล่าว่า คนก่อเหตุเป็นคู่ขาของผู้เสียชีวิต ยังอยู่บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นหอพัก จึงไปตรวจสอบ ในจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าหอพักให้เช่า มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์ พบคนร้ายที่ก่อเหตุยืนรอมอบตัว ทราบชื่อน.ส.มยุรี แสงตุ่น อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 213/1 ถนนสถลมาร์ค ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ พร้อมมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 5 นิ้ว ที่ใช้ก่อเหตุ สภาพเปื้อนเลือด

สอบสวนน.ส.มยุรี ซึ่งเป็นสาวดี้คู่ขาของผู้ตายให้การรับสารภาพว่า อยู่กินฉันสามีภรรยากับ น.ส.เอื้องพนามานานกว่า 18 ปี ตั้งแต่อยู่ที่จ.อุบลฯ ก่อนจะพากันมาหางานทำที่เมือง พัทยา โดยน.ส.เอื้องพนาเป็นกุ๊กที่บาร์เบียร์ ระหว่างนั้นมีกิ๊กใหม่เป็นทอมเช่นกันอีกหลายคน เริ่มทะเลาะกัน จนตนตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่จ.อุบลราชธานี เพื่อทำนา แต่ยังโทรศัพท์หาพูดคุยกันและส่งเงินให้เช่นเดิม ระยะหลังประมาณ 5 เดือนที่ผ่านมา ตนทราบข่าวว่า สาวทอมคู่ขาของตนแอบพากิ๊กคู่ขาใหม่เป็นทอมบอย ชื่อน.ส.มณีนุช ชูธาทัศน์ อายุ 32 ปี มาเช่าห้องพักอยู่ด้วยกันที่ห้องเช่าเบอร์ 3 จุดเกิดเหตุดังกล่าว

น.ส.มยุรี กล่าวต่อว่า หลังทราบเรื่อง พยายามบอกให้เลิกกับกิ๊กคนใหม่ แต่ก็ไม่ยอมเลิก ตนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจเหมารถจาก จ.อุบลฯ เดินทางมาดูให้แน่ใจ เมื่อมาถึง พบ น.ส.เอื้องพนาพาน.ส.มณีนุช กิ๊กสาวคนใหม่มาอยู่ด้วยกันที่ห้องจริงๆ แต่อ้างกับตนว่าเป็นแค่เพื่อนสนิท ไม่ได้เป็นกิ๊ก และพามาร่วมนอนที่ห้อง 3 วันแล้ว วันนี้ตนเกิดอารมณ์โมโหและหึงหวงอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว จึงตัดสินใจบอกให้น.ส.เอื้องพนาย้ายกลับบ้านที่จ.อุบลฯด้วยกัน แต่ก็ไม่ยอมกลับ จึงเกิดการทะเลาะกันขึ้นถึงขั้นลงไม้ลงมือ ตนใช้มีดแทงหน้าอกตรงหัวใจสาวคู่ขา โดยน.ส.มณีนุชเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด หลังจากตนก่อเหตุแล้ว เกิดความสงสาร จึงบอกให้น.ส.มณีนุชรีบพาคู่ขาของตนส่ง ร.พ.บางละมุง แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ส่วนตนยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่ก่อขึ้นเพราะความรักและหึงหวง จึงยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางผู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ตำรวจจึงบันทึกปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมทั้งสอบปากคำน.ส.มณีนุช ก่อนจะควบคุม น.ส.มยุรีไว้พร้อมดำเนินคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นตาย

อีกคดีเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 6 พ.ย. ร.ต.อ.ประมูล บุญชาลี ร้อยเวรสภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุคนถูกแทงบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณหอพักไม่มีชื่อ หมู่ 5 ต.ท่าวาสุกรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก. พ.ต.ท.พิชา รุจินาม รองผกก.สส. พ.ต.ท.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผกก.ป. และหน่วยกู้ภัยพุทไธสวรรย์

ที่เกิดเหตุเป็นหอพัก 2 ชั้น อยู่ฝั่งตรงข้ามวัดเชิงท่า บริเวณชั้นล่าง ภายในห้องที่ 3 พบ น.ส.บี(นามสมมติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 แผนกการตลาด มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจ.พระนครศรีอยุธยา บ้านเดิมอยู่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ยืนอยู่ด้วยอาการตกใจในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีขาวที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยมีดบาด ใกล้กันพบนายจิรายุ อินทร์ศรีชื่น อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา ยืนอยู่ เสื้อผ้าเปื้อนเลือด มือขวากำมีดปอกผลไม้ มีบาดแผลที่มือทั้งสองข้าง เลือดไหลไม่หยุด ยืนรอมอบตัว

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ พร้อมนำส่งร.พ. พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ทราบว่า มีผู้บาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ ชื่อนายนพดล ตาดี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/35 หมู่ 8 ต.บางกระดี อ.เมือง จ.นนทบุรี ถูกแทง 4 แผล ที่บริเวณชายโครงซ้าย 2 แผล หลัง 1 แผล และด้านหน้า 1 แผล ทะลุปอดอาการสาหัส

สอบสวนน.ส.บี เล่าว่า ตนเรียนหนังสือใกล้จะจบ ขณะที่นายจิรายุไปสู่ขอแต่งงานและมาอยู่กินกันที่ห้องดังกล่าว โดยนายจิรายุทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ระยะหลังตนบอกเลิก แต่นายจิรายุไม่ยอม ตนจึงคบกับนายนพดลมาได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุตนอยู่ห้องคนเดียว ส่วนนายจิรายุไม่อยู่ นายนพดลมาหาที่ห้อง จึงปิดห้องนอนดูทีวี จู่ๆ นายจิรายุกลับมา พบนายนพดลนอนอยู่ด้วย จึงเกิดชกต่อยกัน นายจิรายุคว้ามีดปอกผลไม้แทงนายนพดลหลายแผล อาการสาหัส ตนเข้าไปห้าม ถูกมีดบาด

ด้านนายจิรายุ กล่าวว่า ตนแต่งงานอยู่กินกับแฟนสาวมาแล้ว 4 ปี พร้อมส่งให้เรียนมาตลอด ก่อนหน้านี้พักอาศัยอยู่ที่บ้าน และย้ายออกมาอยู่หอพัก ประมาณ 1 เดือน ตนจะไปๆ มาๆเพราะต้องเข้ากะทำงาน เมื่อคืนตนไม่สบาย เป็นหวัด จึงโทร.บอกกับแฟนสาวว่าคืนนี้ไม่ไปค้างที่ห้อง เพราะกลัวจะติดหวัด กระทั่ง 3 ทุ่มเป็นห่วงแฟน จึงมาดูที่หอพัก เคาะเรียกนานประมาณ 10 นาที แฟนสาวจึงเปิดห้องอย่างหน้าตาตื่น ตนจึงเดินเข้าไปในห้อง พบนายนพดลแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้า เกิดอารมณ์โมโห จึงชกต่อยกัน ตนล้มลงจึงคว้ามีดปอกผลไม้ ฟันและแทงป้องกันตัว ไม่ให้นายนพดลเข้ามา จนนายนพดลถูกมีด อาการสาหัส ส่วนสาเหตุตนรู้มานานแล้วว่าทั้ง 2 คน แอบคบกัน ก็บอกให้แฟนสาวเลิกติดต่อ ระยะหลังแฟนบอกขอเลิกหลายครั้ง จึงสงสัย นอกจากนี้พบรูปถ่ายนายนพดลที่โทรศัพท์มือถือของแฟน จึงจ้องจับผิดมาหลายครั้ง กระทั่งพบว่า แฟนสาวพาชายคนใหม่มานอนที่ห้อง จึงใช้มีดแทงจนบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาพยายามฆ่า

อีกราย เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 6 พ.ย. พ.ต.ท.เดชประยูร สิงหเดช สารวัตรเวรสภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงคนเสียชีวิต ที่หลังหอพัก ป.นพรัตน์คอร์ต ถ.เลียบทางรถไฟ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพ.ต.อ. พยูห์ ศรีธนะสืบวงศ์ ผกก. พ.ต.ท.ธีรเดช แจ่มแจ้ง สวป. น.พ.เชาวกิจ ศรีเมืองวงศ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน

ในที่เกิดเหตุพบศพนายสุนทร ศรีทวี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189/4 ถ.วังจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก นอนอยู่บนทางเท้า สภาพศพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่หน้าอก 3 แผล หน้าท้อง 1 แผล และแขนขวา 1 แผล

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 22.00 น. ตำรวจสายตรวจสภ.เมืองพิษณุโลกรับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทกันที่บริเวณดังกล่าว จึงเดินทางมาระงับเหตุ พบนายสุนทรยืนทะเลาะกับผู้ชายร่างท้วมคนหนึ่ง โดยมีน.ส.สุชาดา ประดิษฐ์วรกุล หรือ ดา แฟนผู้ตายเป็นคนห้าม เมื่อตำรวจไปสอบถาม น.ส.ดากลับบอกว่าไม่มีอะไร เป็น เรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อย หลังจากสายตรวจกลับไปได้ไม่นาน จึงได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บริเวณดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในห้องพัก เลขที่ 205 ชั้น 2 หอพักป.นพรัตน์คอร์ต พบหลักฐานของผู้ตายและของน.ส.ดา แฟนสาว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้เจ้าของหอพักปิดห้องดังกล่าวไว้ เพื่อเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ผู้ตายพักอยู่ที่หอพักดังกล่าว มักมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาวซึ่งน่าจะเป็นปํญหาเรื่องความรัก โดยมีชายรูปร่างท้วมอยู่ด้วย ทั้งหมดยืนพูดคุยกันบนทางเท้า กระทั่งมีสายตรวจมาสอบถามและระงับเหตุและกลับไป ระหว่างนั้นผู้ตายขอยืมไฟแช็กของตน ก่อนจะกลับไปสูบบุหรี่และยืนคุยกันได้ไม่นาน มีเสียงปืนดังขึ้นดังขึ้น 1 นัด ตนจึงวิ่งออกมาดู พบว่านายสุนทรถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ส่วนชายร่างท้วม และน.ส.ดาขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน ณน 9078 กทม.หลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุมาจากปัญหารักสามเส้า ซึ่งนายสุนทรอยู่ที่หอกับน.ส.ดา และมีชายมาติดพันน.ส.ดา ทั้ง 3 คน จึงมาตกลงปัญหารัก แต่ตกลงกันไม่ได้ กระทั่งเกิดเหตุยิงกันตายดังกล่าว

พ.ต.อ.พยูห์ กล่าวว่า ตอนนี้ทราบตัวคนร้ายแล้ว ชื่อนายพัฒนา มิ่งขวัญจิต อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/45 ถนนพระองค์ขาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก สาเหตุมาจากก่อนหน้าผู้ตายคบกับน.ส.สุชาดา พร้อมให้รถจักรยานยนต์มาใช้ และให้ยืมเงินจำนวนหนึ่ง ต่อมาทั้งสองเลิกคบหากันในฐานะแฟน ทำให้ผู้ตายเกิดความไม่พอใจ จึงโทร.หาน.ส.สุชาดา ให้นำรถจักรยาน ยนต์ พร้อมเงินจำนวน 7,000 บาทที่ยืมไปมาคืน

พ.ต.อ.พยูห์ กล่าวต่อว่า กระทั่งคืนเกิดเหตุ น.ส.สุชาดานำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนที่หอพักของผู้ตาย ชักชวนนายพัฒนาซึ่งเป็นแฟนใหม่ขับรถยนต์มาส่ง โดยจอดรออยู่บริเวณริมฟุตปาธทางเข้าหอพัก ส่วนน.ส.สุชาดาเข้าไปหาผู้ตายเพียงคนเดียว หลังทราบว่าอดีตแฟนสาวมากับหนุ่มคนใหม่ จึงเกิดความหึงหวง ไม่พอใจ ทำให้ทั้งสองมีปัญหาทะเลาะลงไม้ลงมือกัน น.ส.สุชาดาจึงหนีออกมาหานายพัฒนา ขณะนั่งรออยู่ในรถยนต์ โดยผู้ตายถือท่อนเหล็กไล่ตามน.ส.สุชาดา ระหว่างนั้นนายพัฒนาลดกระจกรถลง พร้อมใช้ปืนลูกซองยิงใส่ 1 นัด ก่อนจะพากันขับรถหลบหนีไป ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหา ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่แห่งหนึ่ง คาดว่าจะได้ตัวในเร็วนี้

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าวคุณภาพดี โดย : หนังสือพิมพ์ข่าวสด


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์