วิเชียรรับวิฯหนุ่มคลั่งพลาด-พญ.ดีขึ้น

"วิเชียร" รับวิฯ หนุ่มคลั่งกลางกรุงพลาด พญ.โดนลูกหลง สั่งผบช.น.ลุยสอบข้อเท็จจริง เล็งยกเครื่องแผนช่วยตัวประกัน-ระบบวิทยุสื่อสาร "ผู้การแต้ม" ลั่นทำดีที่สุดแล้ว-ต้องสกัดมือปืนก่อนบานปลาย สตช.ปูนบำเหน็จ ด.ต.เป็นพ.ต.ท. เปิดทางให้เมียหลังคลอดเข้ารับราชการ แม่แท็กซี่พลเมืองดีเศร้ารับศพลูก ส่วนแพทย์หญิงอาการดีขึ้น


โศกนาฏกรรมเลือดกลางเมืองหลวงในวันมหาสงกรานต์ หลังจากนายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี ชาว อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช จี้ชิงรถเก๋งโตโยต้า คัมรี ของนายทหารนอกราชการ จากนั้นแทงและใช้อาวุธปืนจ่อยิงหัว ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ดุสิต จนเสียชีวิต แล้วลงมือชิงรถเก๋งโตโยต้า คัมรี อีกคัน และจับ พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลราชวิถี เป็นตัวประกัน เมื่อถูกแท็กซี่พลเมืองขวางก็ชักปืนยิงจนสิ้นใจ จากนั้นชนตำรวจได้รับบาดเจ็บ สุดท้ายโดนเจ้าหน้าที่ล้อมวิสามัญฆาตกรรม ส่วน พญ.พิภัทรา โดนลูกหลงอาการสาหัสนั้น

ผบ.ตร.รับช่วย พญ.พลาด

เมื่อวันที่ 15 เมษายน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการครั้งนี้ว่า

เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์เกิดหลายจุด มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจึงตั้งกรรมการ โดยมี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นประธานตรวจสอบ และจะมีการทบทวนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือตัวประกัน ปกติจะใช้แผนกรกฎ 52 ซึ่งมีการฝึกซ้อมยุทธวิธีเป็นประจำอยู่แล้ว แต่วันเกิดเหตุ เหตุการณ์เกิดรวดเร็ว ไม่มีเวลาซักซ้อมแผน จึงอาจเกิดความผิดพลาดอยู่บ้างในการทำหน้าที่ จะต้องมีการปรับปรุงยุทธวิธีกันใหม่

 นอกจากนี้ยังต้องปรับเปลี่ยนมุ่งเน้นการฟังวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความชัดเจนและระมัดระวังตัว รวมถึงมาตรการตั้งจุดตรวจให้ถ้วนถี่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับคนร้ายทราบจากญาติว่า เคยมีประวัติติดยาเสพติด เหตุครั้งนี้เชื่อว่าเป็นผลพวงจากการเสพยา เกิดการคลุ้มคลั่ง ภาพหลอน ทำให้ก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้น

ผบก.น.1ชี้ชี้ตร.ไม่รู้มีตัวประกันในรถ

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่แผนกนิติเวช รพ.รามาธิบดี นางสายทอง พวงสูงเนิน อายุ 63 ปี มารดาของนายอำนาจ พ่วงสูงเนิน คนขับแท็กซี่ซึ่งเข้าขวางและถูกนายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ที่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ที่คลั่งชิงทรัพย์รถชาวบ้านใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงดาบตำราวจสน.ดุสิตเสียชีวิตแล้วขับหนียิงเสียชีวิต พร้อมญาติพี่น้องและนายอภิชาติ มโนมัยวงศ์ อายุ 52 ปี เจ้าของอู่ม้าทองที่นายอำนาจเช่าแท็กซี่ ได้เดินทางมารับศพเพื่อไปทำพิธีรดน้ำศพที่วัดสุคันธาราม

 ทั้งนี้ศพของนายอำนาจได้ถูกนำไปตั้งไว้ที่ศาลาธรรมสังเวช วัดสุคันธาราม โดยพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ได้เดินทางไปมอบเงินสดจำนวน 30,000 บาท ให้แก่ครอบครัวผู้ตายเป็นเงินช่วยเหลือในฐานะที่ประกอบความดีให้กับสังคม จากการสอบถามนายชัยยัญ พวงสูงเนิน น้องชายผู้ตาย กล่าวว่า จะมีพิธีรดน้ำศพพี่ชายในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.แล้วจะย้ายศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามแยกสีชมพู ต.สีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เพื่อรอการฌาปนกิจต่อไป

 นางสายทอง กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกชายและไม่คาดคิดว่า ลูกจะมาด่วนจากไปก่อน ที่ผ่านมาลูกได้เข้ากรุงเทพฯมาทำงานขับแท็กซี่ เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวมาตลอด และไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย โดยลูกชายได้โทรบอกกับตนว่า จะขับรถหาเงินช่วงสงกรานต์ก่อน และจะกลับไปเยี่ยมแม่และญาติพี่น้องหลังจากหมดงานสงกรานต์ แต่กลับมาถูกยิงเสียชีวิตก่อน

 “เสียใจ มากที่ลูกต้องมาจบชีวิตแบบนี้ แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ลูกชายเป็นพลเมืองดีพยายามช่วยเจ้าหน้าที่จับคนร้าย จากนี้จะนำศพกลับบ้านเกิดที่ จ.หนองคาย ไปทำพิธีต่อไป ต้องขอบคุณ พล.ต.ต.วิชัยที่มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของดิฉันเพราะครอบครัวตนไม่มีเงินเลย” แม่แท็กซี่พลเมืองดี กล่าว

 ด้านนายอภิชาติกล่าวว่า ตนได้มาช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายในการนำศพออก เพราะเห็นว่านายอำนาจเป็นคนดีมีน้ำใจ ตั้งแต่มาทำงาที่อู่ของตนก็ไม่เคยมีปัญหา

 ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น.ที่รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.วิชัย เดินทางเยี่ยม ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ซึ่งได้รับบาดเจ็บขณะพยายามเข้าสกัดจับ ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวที่ห้อง 607 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ตำรวจ เบื้องต้น พล.ต.ต.วิชัย ได้มอบเงินสดส่วนตัวช่วยเหลือครอบครัว ด.ต.จิโรจน์ จำนวน 30,000 บาท

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตั้งกรรมการสอบสวน แต่ไม่ใช่เป็นการตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงว่า ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุบกพร่องหรือทำเกินกว่าเหตุ แต่เป็นการตั้งกรรมการสอบสวน เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องกันในหลายท้องที่

 "ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ชุดที่วิสามัญคนร้าย ไม่ทราบว่ามีตัวประกันอยู่ภายในรถกับคนร้ายด้วย ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ตั้งแต่พื้นที่อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นจุดที่นายธาดาก่อเหตุชิงรถโตโยต้า คัมรี่ มาถึงแยกศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโชเฟอร์พลเมืองดีเสียชีวิต และใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถโตโยต้าคัมรี่ และจับตัว พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี เป็นตัวประกัน ใช้เวลาเพียง 18 นาที" พล.ต.ต.วิชัย กล่าวและว่า

 และจากจุดนี้ไปถึงอนุสาวรีย์สมรภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรม ใช้เวลาเพียง 3 นาที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาช่วยสกัดจับคนร้ายก็มีหลายชุด ซึ่งต่างก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหยุดยั้งคนร้าย เพราะเกรงจะไปก่อเหตุอื่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งตนยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุยังไม่มีญาติของผู้บาดเจ็บมาแจ้งความว่าตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ส่วนอาการของ พญ.พิภัทรา ทราบว่าปลอดภัยดี ซึ่งตนได้ไปเยี่ยมอาการและพูดคุยกับมารดาของ พญ.พิภัทรา แล้ว

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ส่วนนายธาดาคนร้ายที่ถูกวิสามัญนั้น ทราบจากพี่สาวว่า นาธาดาติดยาบ้ามานาน และจากการผลการตรวจเลือดพบว่ามีการพบสารแอมเฟตามีนในเลือด ซึ่งแม้จะพบว่านายธาดาอาจจะมีความเครียดในเรื่องส่วนตัว แต่ในเบื้องต้นประเด็นที่แน่ชัดในขณะนี้ตำรวจได้ให้น้ำหนักไปในเรื่องของการใช้ยาเสพติด ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของร.ต.วิชัย วิไลรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ เจ้าของรถคัมรี่คันแรก ที่ถูกนายธาดาใช้อาวุธมีดจี้ชิง วึ่งระบุว่า นายธาดามีลักษณะคล้ายคนเมายา แต่อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นทิ้ง

 ผบก.น.1 กล่าวว่า ในการช่วยเหลือตำรวจของพลเมืองดี อาจจะเป็นในลักษณะของการแจ้งเบาะแส หรือข้อมูลของคนร้าย เนื่องจากตำรวจมีวิธีการดำเนินการสกัดจับคนร้ายอยู่แล้ว แต่หากพลเมืองดีเข้าทำการขัดขวางคนร้ายด้วยตนเองอาจได้รับอันตราย อย่างในกรณีนี้ก็น่าเสียดายพลเมืองดีที่ต้องมาจบชีวิตอย่างนี้  

 ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น.พล.ต.ต.วิชัย  พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.ดุสิต เดินทางไปรับศพ ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่ จร.สน.ดุสิต ที่สถาบันนิติเวช ร.พ.วชิรพยาบาล พร้อมครอบครัวและญาติๆ ที่เฝ้ารอกันอย่างเนื่องแน่น โดย พล.ต.ต.วิชัย ได้เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลัยให้ศพและจุดธูปบอกกล่าวเชิญศพผู้ตายออกจากห้องผ่าชันสูตรขึ้นรถตู้ตราโล่ ทะเบียน 19168 เดินทางออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าไปทำพิธีรดน้ำศพที่วัดสุคันธาราม ในช่วงเวลา 17.00 น.วันนี้

 อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ผบก.น.1 จุดธูปบอกกล่าวกับดวงวิญญาณอยู่นั้น นางเบญจวรรณ พิลาศรี ภรรยาของผู้ตายซึ่งกำลังยืนคู่กับลูกชายทั้ง 2 คน เกิดอาการช็อคเป็นลมหมดสติล้มทั้งยืน จนญาติต้องช่วยกันหามร่างไปทำการปฐมพยาบาลกันอย่างโกลาหล

 จนกระทั่งเวลา 14.20 น. วันเดียวกัน ที่วัดสุคันธาราม ศพของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ถูกนำไปไว้บนศาลา 2 เพื่อรอ พล.ต.อ.วิเชียร และคณะมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำหลวงอาบศพ เวลา 17.00 น.ส่วน พล.ต.ต.วิชัยได้มอบเงินส่วนตัวให้ครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ จำนวน 100,000 บาท เงินกองกลางของ บก.น.1 อีก จำนวน 30,000 บาท

ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมอบเงินกองทุนสวัสดิการตำรวจให้กับครอบครัวพิลาศรี จำนวน 150,000 บาท และเงินฌาปนกิจอีก 360,000 บาท โดย ผบ.ตร.จะมอบเงินส่วนตัวให้อีก 100,000 บาทด้วย

ต่อมาเวลา 17.30 น.พล.ต.อ.วิเชียรได้เชิญน้ำหลวงอาบศพจากพระราชวังและประกอบพิธีอาบศพให้่กับด.ต.ลิขสิทธิ์ และศพของนายอำนาจโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตั้งแต่รองผบ.ตร.ร่วมพิธี

ผบ.ตร.เล็งปรับปรุงยุทธวิธีช่วยเหลือตัวประกัน

 พล.ต.อ.วิเชียร ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับศพนายอำนาจทางญาติมีความประสงค์จะนำไปทำพิธีที่บ้านเกิด ซึ่งตนก็ได้สั่งให้ตำรวจจราจรกลาง ตำรวจทางหลวงอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง พร้อมกันนี้ตำรวจได้รวบรวมเงินเพื่อช่วยทำศพนายอำนาจจำนวน 8 หมื่นบาท ส่วนของด.ต.ลิขสิทธิ์ จะมีเงินจากมูลนิธิบุญยจินดา และของตำตรวจ และส่วนตัวของตนเองรวมยอด 5 แสนบาทวันนี้สามารถรวบรวมส่งมอบได้ 2.5 แสนบาท ส่วนการปรับเลื่อนยศตำแหน่ง เงินเดือน 7 ขั้น 5 ชั้นยศ คือยศ พ.ต.ท.  ส่วนภรรยาของด.ต.ลิขสิทธิ์ หลังคลอดบุตรหากประสงค์จะเป็นตำรวจก็สามารถดำเนินการได้ทันที


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์