ลูกฟ้องชิงพ่อ อดีตรอง อ.ตร.

"ขออำนาจให้น้อง ปล่อยตัวพ่อ"


ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้ (20 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.คมคาย สงวนนภาพร ทนายความประจำสำนักงานกฎหมายธรรมนิมิตร และธุรกิจว่า เมื่อเย็นวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมาย จากนางชุติมา พานิชผล อายุ 55 ปี ให้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้นางชนิดา ผลชอบ อายุ 57 ปี พี่สาว ปล่อยตัว พล.ต.อ.ถวิล จันทสีหราช อายุ 87 ปี บิดา อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ยุค พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น เป็นอธิบดีกรมตำรวจ เนื่องจากการควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามคดีดำที่ ษ.4/2550 โดยศาลได้นัดไต่สวนฉุกเฉินเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

น.ส.คมคายกล่าวว่า สำหรับคำร้องการขอปล่อยตัวอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจวัย 87 ปี นี้ สรุปใจความว่านางชุติมา พานิชผล ผู้ร้องคดีนี้ เป็นบุตรสาวคนเล็กของ พล.ต.อ.ถวิล จันทสีหราช ผู้ถูกขังกับนางพยอม มารดา และมีนางชนิดา ผลชอบ พี่สาวคนโตของผู้ร้อง เป็นบุตรอีกคนหนึ่ง พล.ต.อ.ถวิลมีทรัพย์สินเป็นที่ดินในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดหลายรายการ หลังจากนางพยอมเสียชีวิต พล.ต.อ.ถวิลมีเงินสดในธนาคาร รวมทั้งสิ้น 32 ล้านบาท ปัจจุบัน พล.ต.อ.ถวิลป่วยเป็นโรคเครียด โรคกระดูกผุ ตกใจง่าย มีอาการหวาดระแวงทางประสาท ชอบพกปืนตลอดเวลา โดยพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 73/1 ซอยราชวิถี 2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ อันเป็นบ้านผู้ร้อง ส่วนนางชนิดา พี่สาว มีบ้านอยู่รั้วติดกัน ก่อนหน้านี้ พี่สาวของผู้ร้องเคยมีข้อขัดแย้งกับมารดา เรื่องการแบ่งปันทรัพย์สินหลายรายการ เนื่องจาก พล.ต.อ.ถวิลไม่ยอม แบ่งทรัพย์สินให้ทายาทคนใด และมีอาการจิตหลอน หวาดระแวงตกใจง่ายกลัวคนจะมาทำร้ายอยู่ตลอดเวลา

"เนื้อหาคำร้อง"


คำร้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2548 ขณะที่ ผู้ร้องอยู่กับ พล.ต.อ.ถวิลที่บ้าน นางชนิดากับพวกได้ร่วมกันวางแผนสร้างสถานการณ์ให้ พล.ต.อ.ถวิลตกใจ เพื่อจะได้หาเหตุรับตัวออกไปจากบ้านของผู้ร้อง กล่าวคือนางชนิดาได้ตะโกนจากหน้าบ้านผู้ร้องว่า พ่อเอาปืนยิงที่หัวปุ๋ยเลย ซึ่งหมายถึงให้บิดาเอาปืนยิงศีรษะของผู้ร้อง เมื่อตะโกนหลายครั้ง ทำให้ พล.ต.อ.ถวิลตกใจ มือสั่น ล้วงเอาปืนจากกระเป๋ากางเกงออกมาเล็งที่ผู้ร้อง ทำให้ผู้ร้องตกใจ ร้องบอกว่าอย่ายิง แล้วแย่งปัดปืนจนหล่นกับพื้น จากนั้นฝ่ายนางชนิดากับพวกได้พังประตูเข้าไปทำทีว่าเข้ามาช่วย พล.ต.อ.ถวิล ผู้ร้องจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 โดยมี พ.ต.ท.ประเสริฐ พ่วงสุด ไปที่เกิดเหตุ ส่วนนางชนิดาได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ สน.ดินแดง ต่อมามี พ.ต.ท.สุภัทร ทองส้ม เดินทางไปที่บ้าน แล้ว พ.ต.ท.ประเสริฐรับอาสาเป็นผู้นำตัวบิดาไปส่ง รพ.ตำรวจ

ผู้ร้องได้พยายามติดต่อหาจิตแพทย์เพื่อรักษาบิดา แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อ พ.ต.ท.ประเสริฐ ร่วมกับนางชนิดาพาบิดาออกไปจาก รพ.ตำรวจ ทั้งที่มีนัดตรวจร่างกายจากแพทย์ ไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.ดินแดง โดยอ้างว่าได้สอบสวนแล้ว พล.ต.อ.ถวิลมีความประสงค์จะไปพักอยู่บ้านนางชนิดา แต่ก็ไม่เคยเห็น พล.ต.อ.ถวิลอาศัยอยู่ที่บ้านของนางชนิดาเลย และนางชนิดาก็ไม่ยอมให้เข้าไปดูภายในบ้าน จนเวลาผ่านไปหลายเดือน ผู้ร้องรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพของบิดาจึงจ้างนักสืบเอกชนออกติดตามสืบ จนปลายปี 2549 ทราบว่า บิดาถูกกักตัวอยู่บริเวณภายในกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 จังหวัดขอนแก่น โดยมีหลักฐานรูปถ่ายจำนวน 4 รูปยืนยัน นอกจากนี้ ยังพบว่าเงินฝากในบัญชีธนาคารของ พล.ต.อ.ถวิลถูกเบิกถอนออกไป จำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่บิดา ซึ่งขาดสติ สัมปชัญญะ อันเนื่องมาจากประสาทเครียดจะเบิกเงินจำนวนมากออกไปเกือบทั้งหมดในระยะเวลาปีเศษ

"ถูกเบิกเงินไปกว่า 30 ล้าน"


และเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2550 อันเป็นวันประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพนางพยอม มารดา ก็ไม่ปรากฏว่านางชนิดาจะพาบิดาไปร่วมพิธีด้วย ซึ่งถือว่าผิดปกติวิสัยของวิญญูชน ที่ไม่ไปร่วมงานเผาศพภรรยา และในฐานะมารดาของนางชนิดา การกระทำดังกล่าว แสดงให้ เห็นว่านางชนิดามีเจตนาทุจริต และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการควบคุมตัว พล.ต.อ.ถวิลนำไปซ่อนเร้น ปิดบังในทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพและเสียหายถึงทรัพย์สินกองมรดก ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความทุกข์ใจ และห่วงใยในสุขภาพของบิดา จึงขออำนาจศาลบังคับให้นางชนิดาปล่อยตัว พล.ต.อ. ถวิลออกมา พร้อมทั้งออกหมายเรียกตัวนางชนิดามาไต่สวนต่อไป

สำหรับประวัติ พล.ต.อ.ถวิล จันทสีหราช จบโรงเรียนนายร้อย จปร. ปี 2483 เรียน วปอ.รุ่น 16 เคยเป็น สวญ.สน.พระราชวัง ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 10 ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 3 และเป็นรอง อ.ตร.ปี 2522 หรือสมัยที่ พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น เป็น อ.ตร.

นางชุติมา พานิชผล กล่าวว่า พล.ต.อ.ถวิล บิดาเกษียณอายุราชการ ยศ พล.ต.ท. ตำแหน่งรองอธิบดีกรมตำรวจ ภายหลังเกษียณ ทำงานเป็น ก.ตร. และคณะกรรมการกฤษฎีกา จนได้เลื่อนยศเป็น พล.ต.อ.ในเวลาต่อมา จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 84 ปี จึงหยุดการทำงานทุกด้าน เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง ในส่วนทรัพย์สินของ พล.ต.อ.ถวิล ที่ได้ลงบันทึกไว้ด้วยลายมือตัวเองก่อนหน้าที่จะหายตัวไป ประกอบด้วยสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร อาคารสงเคราะห์ สาขาราชดำเนิน 3 เล่ม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จำนวน 4 เล่ม สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนดินแดง จำนวน 2 เล่ม และพันธบัตร 2 ฉบับ รวมมูลค่าทั้งสิ้นจำนวน 31,699,496.18 บาท ต่อมาตนไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร ทราบเพียงว่า บัญชีที่พ่อเปิดไว้มีการถอนเงินไปจำนวนมาก แต่ทางธนาคารไม่ได้ให้ดูตัวเลขว่ามีจำนวนเท่าไร

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์