ลากคอได้ทันควัน ไอ้หื่นฆ่านศ.ปวช.ย่องจะข่มขืน

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 16 มี.ค. พ.ต.ท.สายัณห์ ชาญชัยศักดิ์ สารวัตรเวร สภ.พานทอง จ.ชลบุรี

รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.พานทอง จ.ชลบุรี ว่ามีคนถูกทำร้ายมาเสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ณพล นามนารถ ผกก. พ.ต.อ.ประดิษฐ์ จันทิระ ผกก.กองวิทยาการ เขต
13 ชลบุรี พ.ต.ต.เชาว์ ต่ายใหญ่จีด สว.สส.สภ.พานทอง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง ทราบผู้เสียชีวิตชื่อ น.ส.จาฏพัจน์ โวหารอุดม อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้น ปวช.ปี 1 โรงเรียนเมืองชลพณิชยการ จ.ชลบุรี สภาพศพสวมเสื้อยืดสีดำ ท่อนล่างเปลือย บริเวณหน้าผากมีบาดแผลรอยฟันกระต่ายขูดมะพร้าวเจาะลึก ศีรษะถูกตีด้วยของแข็ง ฟันหัก ใบหน้าเละ ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อ ด.ญ.สุวนันท์ โวหารอุดม อายุ 13 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.2
โรงเรียนพานทองชินูปถัมภ์ จ.ชลบุรี เป็นน้องสาว น.ส.จาฏพัจน์มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งบริเวณศีรษะและใบหน้า อาการสาหัส แพทย์ส่งต่อ รพ.ชลบุรี


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจบ้านเกิดเหตุอยู่ เลขที่
61/1 หลังหมู่บ้านจตุคาม หมู่ 3 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี

ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้น ภายในห้องนอนพบกองเลือดแดงฉานกระจายเต็มที่นอนและพื้นห้อง มีร่องรอยของการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย และกระต่ายขูดมะพร้าวเปื้อนเลือดมีรอยแตกหักตกอยู่ตรงมุมห้อง คาดว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ทำร้าย น.ส.จาฏพัจน์และน้องสาว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

ขณะเดียวกัน ตำรวจนำตัวนายเอกชัย จอนเจริญ อายุ 21 ปี พยานมาสอบปากคำ ให้การว่า เป็นญาติห่างๆกับผู้เสียชีวิต

ก่อนเกิดเหตุขณะนอนพักอยู่ที่บ้านของนางรัตนา ปั้นหุ่น อายุ
63 ปี มีศักดิ์เป็นป้าและเป็นญาติห่างๆของผู้เสียชีวิต ได้ยินเสียง น.ส.จาฏพัจน์ กับ ด.ญ.สุวนันท์ ร้องขอความช่วยเหลือดังออกมาจากบ้านเกิดเหตุ ด้วยความสงสัยว่าทั้งคู่จะถูกทำร้าย เนื่องจากช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของทุกวัน นายสวาทกับนางประไพ โวหารอุดม พ่อกับแม่ของสองพี่น้องจะต้องออกจากบ้านไปรับจ้างจับปลาตามบ่อเลี้ยงปลาในหมู่บ้าน จึงคว้ามีดดาบวิ่งไปดู พบคนร้ายจำได้ว่าคือนายมานิตย์ รุ่งเรือง อายุ 28 ปี บ้านเดิมอยู่ ต.บางแสม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งพาภรรยาที่กำลังทั้งครรภ์มาพักอาศัยอยู่ ที่บ้านของนายธรรม ไม่ทราบนามสกุล ละแวกใกล้กัน วิ่งหอบกางเกงออกมาจากบ้านเกิดเหตุในสภาพท่อนล่างเปลือย หายเข้าไปในบ้านของนายธรรม ก่อนจะโผล่ออกมาอีกครั้งในสภาพนุ่งกางเกงเรียบร้อย แล้วพาภรรยาซ้อนท้ายรถ จยย.ขี่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว


เมื่อเข้าไปตรวจสอบในบ้านเกิดเหตุพบ น.ส.จาฏพัจน์ กับ ด.ญ.สุวนันท์ ถูกทำร้ายนอนจมกองเลือดอยู่บนที่นอนจึงแจ้งให้ตำรวจทราบ


พ.ต.อ.ณพล นามนารถ ผกก.สภ.พานทอง จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า จากคำให้การของพยานรวมทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุเชื่อว่าคนร้ายรายนี้คือนายมานิตย์ รุ่งเรือง โดยทราบว่า นายมานิตย์พาภรรยาซึ่งกำลังตั้งครรภ์มาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของนายธรรม ละแวกใกล้ที่เกิดเหตุเมื่อ
5 วันก่อน นายมานิตย์อาจจะทราบความเคลื่อนไหวพ่อแม่ของเหยื่อเป็นอย่างดีว่าช่วงดึกของทุกคืนพ่อแม่ ของ น.ส.จาฏพัจน์ กับนายธรรมเจ้าของบ้านที่นายมานิตย์ พักอาศัยจะพากันออกไปรับจ้างจับปลา ฉวยโอกาส น.ส.จาฏพัจน์กับน้องสาวนอนเฝ้าบ้านกัน 2 คน บุกเข้าไปทางประตูหลังบ้าน ซึ่งใช้เชือกคล้องไว้ไม่แข็งแรง ก่อเหตุปลุกปล้ำหมายข่มขืน แต่ น.ส.จาฏพัจน์กับน้องสาวขัดขืนต่อสู้จึงถูกนายมานิตย์ใช้กระต่ายขูดมะพร้าวกระหน่ำตีเสียชีวิตและบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบขนเพชร หรือน้ำอสุจิของคนร้าย
 

ประกอบกับได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าจากการตรวจสอบร่างกายของผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืน

หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านนายธรรมที่คนร้ายมาพักอาศัยรวมทั้งประสานตำรวจ สภ.บางปะกง เข้าตรวจค้นบ้านนายมานิตย์และบ้านญาติพี่น้องที่คาดว่านายมานิตย์จะหลบไปกบดานแล้วแต่ยังไม่พบตัว
ช่วงเย็นวันเดียวกัน พ.ต.ต.เชาว์ ต่ายใหญ่จีด สว.สส.สภ.พานทอง จ.ชลบุรี ทราบเบาะแสจากพยานว่าพบเห็นนายมานิตย์ รุ่งเรือง คนร้ายที่ก่อเหตุฆ่า น.ส.จาฏพัจน์ พานางเกตุสุตา หรือตุ๊ก บุญเที่ยง อายุ 25 ปี ภรรยาที่ตั้งครรภ์หนีไปกบดานที่ห้องเช่าหมายเลข  1 บังกะโลสุขแสน หลังสถานีตำรวจทางหลวงระยอง เขตเทศบาลเมืองระยอง จึงประสาน พ.ต.ท.พิพัฒน์ พ่วงแพ สว.สส.ภ.จ.ระยอง นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมเอาไว้ได้ ตรวจสอบร่างกายมีรอยเล็บข่วนบริเวณใบหน้าหลายแห่ง จากนั้นควบคุมตัวไปสอบสวน  ให้การรับสารภาพว่ามีอาชีพรับจ้างทำฝ้าเพดานทั่วไป  ก่อนเกิดเหตุมีอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง ได้ขอร่วมหลับนอนกับภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน แต่ถูกปฏิเสธ จึงบุกไปที่บ้านเกิดเหตุเพราะทราบว่า น.ส.จาฏพัจน์ กับ ด.ญ.สุวนันท์ พักอยู่ด้วยกัน 2 คน เนื่องจากบิดากับมารดาออกไปรับจ้างจับปลา

พบทั้งคู่นอนหลับอยู่ในห้องนอน ลงมือปลุกปล้ำ น.ส.จาฏพัจน์หมายข่มขืน แต่ผู้ตายขัดขืนต่อสู้จึงคว้ากระต่ายขูดมะพร้าวกระหน่ำตีจนร่างแน่นิ่ง

ระหว่างนั้น ด.ญ.สุวนันท์ น้องสาวตื่นขึ้นมาเห็น หันไปปลุกปล้ำหมายข่มขืน แต่ ด.ญ.สุวนันท์ต่อสู้ขัดขืนร้องให้คนช่วย ใช้กระต่ายขูดมะพร้าวตัวเดียวกันกระหน่ำตีร่างแน่นิ่งไปอีกคน ก่อนจะคว้ากางเกงเผ่นหนีออกจากบ้านไปหาภรรยาซึ่งนอนพักอยู่ที่บ้านใกล้กัน บอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ จากนั้นพานั่งซ้อนท้ายรถ จยย.หลบหนีไปกบดานที่บังกะโล กระทั่งถูกตำรวจติดตามจับกุมไว้ได้ การจับกุมครั้งนี้ตำรวจได้รับความร่วมมือจากนางเกตุสุตา ภรรยานายมานิตย์ โดยระหว่างที่ทั้งคู่พักในบังกะโล นางเกตุสุตาออกอุบายออกไปซื้อข้าวแล้วแอบโทรศัพท์แจ้งให้บิดาที่เป็นตำรวจทราบ พร้อมประสานกำลังเข้าจับกุม


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์