ลพบุรีหนีตายวุ่น!คลังแสงบึ้มระทึกลูกปืนแตกระงม

"บึ้มคลังแสง ลพบุรีกระสุนปืนว่อน"



บึ้มคลังแสงอีกแล้ว คราวนี้ที่ลพบุรีเป็นคลังเก็บกระสุนปืนเล็ก ในค่ายผาแดง เขาพระงาม ทางเข้าศูนย์การบินทหารบก

เป็นแผนกที่ย้ายไปจากปากเกร็ด นนทบุรี เมื่อ 2 ปีก่อน

โชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ-เสียชีวิต แต่ทำเอาชาวบ้านขวัญผวา เพราะเสียงดังต่อเนื่องหลายสิบครั้ง ด้านผบ.ทบ. ระบุน่าจะเกิดจากความร้อน ทำให้สารเคมีมีปฏิกิริยาต่อกันจนเกิดระเบิดขึ้น

แต่ต้องตรวจสอบละเอียดอีกครั้ง

พร้อมสั่งการให้ดูแลคลังแสงส่วนใหญ่แล้ว หวั่นจะมีการระเบิดซ้ำ โฆษกกอ.รมน.ยันไม่ใช่คลังแสงขนาดใหญ่

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 24 เม.ย.

พ.ต.ท.ภควุฒิ แผนตั้งต่อ สารวัตรเวรสภ.อ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่คลังแสง ภายในค่ายผาแดง กรมสรรพาวุธทหารบก หมู่ 1 ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นรอยต่อกับต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

และรุดไปยังที่เกิดเหตุ พล.ต.ต.ภิรมย์ มาลากุล ณ อยุธยา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.พลังสฤษดิ์ เพชรสดศิลป์ รองผบก.ภ.จว.ลพบุรี พ.ต.อ.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผกก.สภ.อ.เมืองลพบุรี และกำลังจำนวนหนึ่ง



โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถ.พหลโยธิน

ประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนแยกจากถ.พหลโยธินไปยังศูนย์การบินทหารบก เมื่อเข้าไปตามถนนสายดังกล่าวประมาณ 3 กิโลเมตร จะพบกับจุดตรวจของทหาร

ซึ่งปิดกั้นห้ามประชาชนเข้าไปภายใน

เกรงว่าจะเกิดอันตราย โดยจุดดังกล่าวได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ และเห็นเปลวไฟที่ลุกไหม้เป็นระยะๆ สูงขึ้นเหนือยอดเขาพระงามตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริเวณใกล้

กับจุดเกิดเหตุด้านหน้าเขาพระงาม มีบ้านเรือนชาวบ้านปลูกสร้างกันอยู่อย่างหนาแน่นหลายพันหลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านออกมายืนดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตกใจ

เนื่องจากมีเสียงดังจากระเบิดตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามไม่มีการอพยพผู้คนออกจากบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด แต่สำหรับบ้านพักของครอบครัวทหารในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นของกรมสรรพาวุธทหารบก ซึ่งอาศัยอยู่มานานแล้วประมาณ 30 หลังคาเรือน

ส่วนครอบครัวทหารจากกรมสรรพาวุธ

ที่ย้ายมาจากกอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ประมาณ 2 ปี ไม่มีการอพยพ แต่มีคำสั่งให้อยู่ในบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 ก.ม.



รายงานข่าวแจ้งว่า

สำหรับจุดเกิดเหตุเป็นคลังเก็บกระสุนปืนเล็ก แผนก 2 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธ ซึ่งย้ายมาจากอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้นไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด

ด้านพ.อ.ธนาธิป สว่างแสง

โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า คลังแสงที่เกิดระเบิดเป็นคลังแสงเล็กๆ เรียกว่าเป็นคลังจ่าย จึงไม่มีอาวุธขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์สงบแล้ว มีเพียงแสงไฟ

และกลุ่มควันขนาดเล็ก

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 20.15 น. ชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินเสียงระเบิด บริเวณดังกล่าวไม่มีชุมชนของชาวบ้าน มีแต่ชุมชนทหาร ตอนนี้มีการอพยพผู้ที่อยู่รอบที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปเคลียร์ในพื้นที่

แต่ยังเข้าไม่ได้ รอให้สงบจริงๆ

จะมีชุดต่างๆ เข้าไปเคลียร์พื้นที่ ตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ขณะเดียวกันมีการประสานงานกับมณฑลทหารบก เพื่อเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่แล้ว

โดยเมื่อมีการเกิดเหตุ

ลำดับแรกมีการอพยพคนออกมา เท่าที่ทราบบ้านเรือนของประชาชนอยู่ไกล ยืนยันว่าเป็นคลังกระสุนขนาดเล็ก ไม่ใช่คลังแสงขนาดใหญ่



พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. กล่าวว่า

จากการรายงานของผบ.กองคลังแสง ทราบว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. ที่คลังที่ 54 และ 55 ซึ่งเป็นคลังที่บรรจุกระสุนดินดำปืนเอ็ม-16 และดินส่งกระสุนปืนใหญ่

โดยระเบิดคลังแรก

ก่อนจะติดไปที่คลังสอง ขณะนี้สถานการณ์สงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบ ส่วนความเสียหายถือว่าไม่มาก และไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะนี้การระเบิดยุติแล้ว

ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า ส่วนการป้องกัน

จากการรายงานขั้นต้น คาดว่าอาจจะเกิดจากความร้อนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่จะต้องตรวจสอบกันอีกครั้ง สำหรับระเบียบปฏิบัติ หากเกิดเช่นนี้จะต้องอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่

ขณะนี้ทราบว่าเริ่มกลับเข้าบ้านพักแล้ว

คิดว่าจะเดินทางไปดูเหตุการณ์ แต่ต้องดูเวลาอีกครั้ง พยายามเน้นย้ำเรื่องการป้องกัน แต่คราวนี้ เบื้องต้นเกิดจากความร้อน ทำให้สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบกระสุนดินดำต่างๆ เกิดปฏิกิริยา ทำงานด้วยตัวเอง คาดว่าในวันนี้คงจะไม่เกิดเหตุอะไรเพิ่มเติม ทางผบ.กรม และผบ.กองคลังแสงคงจะเดินทางไปตรวจอีกครั้ง

สำหรับเหตุการณ์ระเบิดคลังแสงในเมืองไทย

ที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ โดยครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2544 เกิดเหตุระเบิดบริเวณคลังเก็บวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนของ แผนก 5 กองคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา




ผลการระเบิดทำให้คลังแสงเสียหาย 8 คลัง

และเศษซากวัตถุระเบิดสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง รวมถึงอาคารที่ทำการของหน่วยด้วย ซึ่งสันนิษฐานได้ในขั้นต้นว่าเกิดจากอุบัติเหตุในระหว่างการขนย้ายวัตถุระเบิดที่เสื่อมสภาพภายในคลัง

เพื่อจะนำไปทำลายยังพื้นที่ทำลายวัตถุระเบิด

โดยคาดว่าการระเบิดจะเกิดจากความเสื่อมสภาพของวัตถุระเบิดที่จะเคลื่อนย้าย เนื่องจากเป็นวัตถุระเบิดเก่า ซึ่งกองทัพบกได้เก็บรวบรวมมาจากหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และนำมารวบรวมไว้เพื่อรอการทำลาย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทันที 17 ศพ บาดเจ็บสาหัส 5 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 14 คน

ก่อนหน้านั้นวันที่ 20 มิ.ย.2544

เกิดเหตุระเบิดอาคารเก็บสารเคมีวัตถุระเบิดของศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ วันที่ 11 เม.ย.2544 เกิดเหตุระเบิดอย่างรุนแรงภายในกรมสรรพาวุธทหารอากาศ ดอนเมือง

วันที่ 26 มี.ค.2534 คลังแสงที่ 5

กรมสรรพาวุธทหารบก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เกิดระเบิดบริเวณจุดทำลายอาวุธอยู่ด้านนอกคลังแสง วันที่ 11 พ.ย.2530 เกิดเหตุที่คลังเก็บวัตถุระเบิดเก่าและกระสุนปืนเล็ก

แผนกคลังแสงที่ 4 กรมสรรพาวุธ

ทหารบก อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย วันที่ 18 ต.ค.2528 กรมสรรพาวุธ ทหารเรือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตพระโขนง กทม. มีทหารเสียชีวิต 2 ศพ



แต่เหตุการณ์ที่จัดว่าเป็นตำนานการระเบิด

คลังแสงครั้งร้ายแรงที่สุดของเมืองไทย คือ การระเบิดโรงงานผลิตจรวดต่อสู้รถถังและระเบิดทำลายติดปีกเครื่องบิน กรมสรรพาวุธทหารบก (คลังแสงบางซื่อ) ตั้งอยู่ที่สะพานแดง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

เมื่อปี 2523 ครั้งนั้นถือว่าเป็นเหตุครั้งรุนแรง

ที่สุดในประวัติศาสตร์การระเบิดของเมืองไทย ทั้งยังสร้างความสูญเสียมากที่สุด เพราะคลังแสงดังกล่าวตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ จากข้อมูลพบว่า การระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีประมาณ 40 ศพ

บาดเจ็บกว่า 350 คน

บ้านเรือนใกล้เคียงเสียหายย่อยยับ แรงระเบิดมีรัศมีราว 3-5 ก.ม. ส่งแรงสั่นสะเทือนได้ยินและรู้สึกไปไกลนับ 10 กิโลเมตร



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์