รถแดงเชียงใหม่ปล้นแม่ลูก2ล้าน

"คนร้ายรถแดงชิงทรัพย์นักท่องเที่ยว"


เมืองท่องเที่ยวเชียงใหม่โฉ่ โชเฟอร์รถแดงทำตัวเป็นโจร ปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาจากต่างประเทศ แม่กับลูกน้อยวัย 2 ขวบมาจากสวิตเซอร์แลนด์ เหมารถสี่ล้อแดงกลับจากอ.เชียงดาว พอวิ่งมาถึงที่เปลี่ยวที่อ.แม่ริม คนขับรถออกอุบายทำเป็นรถเสีย เมื่อเหยื่อยื่นหน้าไปถามก็ล็อกคอบังคับให้ส่งทรัพย์สินทั้งเงินสด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แหวนเพชร เลสทองคำ รวมแล้วกว่า 2 ล้าน ก่อนปล่อยทิ้งกลางทาง 2 แม่ลูกต้องหอบหิ้วกันไปขอความช่วยเหลือจากชาวเขา ก่อนเข้าแจ้งความ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 4 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีหญิงคนหนึ่งพร้อมกับลูกน้อยวัย 2 ขวบ กำลังร้องขอความช่วยเหลือ ที่โรงแรมเดอะปาร์ค ถนนช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์จนหมดตัว จึงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ล็อบบี้โรงแรม พบนางรัตนาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี นักท่องเที่ยวมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นั่งร้องไห้อยู่พร้อมกับลูกน้อยวัย 2 ขวบ ทั้งคู่ยังอยู่ในอาการหวาดผวาตลอดเวลา

"แกล้งรถเสียล็อกคอปล้นทรัพย์"


สอบถามเบื้องต้นนางรัตนาภรณ์ เล่าว่า เป็นคนไทย แต่งงานอยู่กินกับสามีชาวสวิตเซอร์แลนด์ จนมีลูกชายวัย 2 ขวบ และโอนสัญชาติเป็นสวิส เมื่อปี 2547 ชวนกันมาเที่ยวและเยี่ยมพ่อแม่และชวนกันไปเที่ยวจ.พังงา วันเกิดคลื่นสึนามิ สามีกับพ่อแม่และน้องสาวเสียชีวิต ตนกับลูกน้อยรอดมาได้ จึงกลับไปบ้านเกิดสามี และทำงานต่อเกี่ยวกับธุรกิจคอมพิวเตอร์ที่สามีทำอยู่และเมื่อวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา กลับมาประเทศไทยพร้อมลูกชายวัย 2 ขวบ และพากันเหมารถสองแถวแดงจากสี่แยกแอร์พอร์ตไปส่งที่อ.เชียงดาว ราคา 1,500 บาท จากนั้นเข้าพักโฮมสเตย์แห่งหนึ่ง ขากลับไปติดต่อรถสองแถว 4 ล้อแดงอีกคัน ในราคา 1,500 บาท เดินทางกลับตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณเวลา 07.00 น. วันที่ 30 พ.ย.

นางรัตนาภรณ์ กล่าวต่อว่า ระหว่างเดินทางตนนั่งอยู่ด้านหลังกับลูกชาย ด้านหน้ามีเพียงคนขับคนเดียว เมื่อรถวิ่งมาถึงทางเปลี่ยวพื้นที่สภ.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ คนขับจอดรถเรียกให้ตนมานั่งด้านหน้า บอกว่าสงสารเด็ก อากาศเย็น กลัวจะไม่สบาย จึงพาลูกไปนั่งด้านหน้า ขณะรถแล่นมาได้สักพัก คนขับทำทีเป็นรถเสียและเดินไปตรวจดูรถอยู่นานจึงถามว่าเป็นอะไร

"ได้ทรัพย์สินไปกว่า 2 ล้านบาท"


นางรัตนาภรณ์กล่าวว่า ทันใดนั้นเองคนขับยื่นหน้ามาในตัวรถ แล้วล็อกคอสั่งให้ก้มหน้าลงและบังคับให้ยื่นกระเป๋าและส่งทรัพย์สินทั้งหมดในตัวให้หมด ตนกลัวจะถูกทำร้ายจึงส่งกระเป๋าและถอดทรัพย์สินให้ไป ประกอบด้วย แหวนเพชร 1 กะรัต เลสข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น เงินสดไทย 2 หมื่นกว่าบาท คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 ตัว กระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เงินยูโรและเงินปอนด์คิดเป็นเงินไทย 1 ล้านบาทเศษ รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านบาท

นางรัตนาภรณ์ เล่าด้วยน้ำตานองหน้าต่ออีกว่า สำหรับคนขับรถที่เป็นคนร้ายมีรูปร่างสมส่วน ผิวดำแดง อายุประมาณ 30-40 ปี พูดภาษาเหนือ หลังได้ทรัพย์สินไปแล้วปล่อยให้ตนลงรถ แล้วขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ทันที ตนและลูกเดินร้องไห้ไปขอความช่วยเหลือจากชาวเขาที่ทำไร่อยู่ข้างๆ ที่เกิดเหตุ

"ขอให้ติดตามคนร้ายโดยเร็วเพราะมีข้อมูลสำคัญที่คนร้ายเอาไปด้วย"


เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังพร้อมกับชาวเขาคนดังกล่าวจึงวิ่งไปยืมเงินเพื่อนคนหนึ่งมาให้ 20 บาท ให้เป็นค่ารถไปแจ้งความที่สภ.อ.เชียงดาว แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้มาแจ้งความที่ สภ.อ.แม่ริมแทน เพราะเป็นเขตที่เกิดเหตุ จึงโบกรถโดยสารคันหนึ่งขออาศัยมาที่สภ.อ.แม่ริม โดยคนขับใจดีไม่เก็บเงินค่าโดยสาร มาแจ้งความที่สภ.ต.ย่อยแห่งหนึ่ง ก่อนกลับไปติดต่อที่สถานทูต เพื่อขอหลักฐานเดินทางกลับสวิตเซอร์แลนด์

"การที่ไม่ให้ออกข่าวเรื่องนามสกุล รวมทั้งถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัยและกลัวมีปัญหาต่อเนื่อง แต่ก็ต้องขอพึ่งสื่อเพื่อช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามคนร้ายและทรัพย์สินคืนโดยเร็ว โดยเฉพาะโน้ตบุ๊ก เพราะมีข้อความต่างๆ ของทางบริษัทที่ทำงานบันทึกไว้ สำคัญจริงๆ และขอเตือนไปยังนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่จะต้องเดินทางไปที่ไกลๆ ให้ระมัดระวังเรื่องของความปลอดภัยด้วย ไม่อยากให้เจอเหมือนกับดิฉัน" นางรัตนาภรณ์กล่าว

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์