ยิงถล่มมหาโหด ฆ่าผอ.รพ. ตายเกลื่อน 8 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.สินชัย พาบับพา สารวัตรเวร สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตหลายราย ในศาลาหลังบ้านเลขที่
70/4 บ้านปลักธง หมู่ 7 เขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังรับแจ้ง จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.วีรสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย รอง ผบก. พ.ต.อ.อำพล บัวรับพร ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผกก.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี หาดใหญ่ ไปตรวจสอบ 
 

ที่เกิดเหตุเป็นศาลานั่งพักผ่อน สร้างด้วยไม้หลังคามุงกระเบื้อง กว้าง
2.5 เมตร ยาว 3 เมตร ปลูกอยู่ด้านหลังบ้านติดกับสวนยางพารา

ในศาลาพบขวดเหล้าเบียร์ แก้วน้ำ จานชาม และเศษอาหารกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบศพชายหญิงนอนตายระเกะระกะรวม
5 ศพ สภาพแต่ละศพถูกยิงด้วยปืนเข้าที่ศีรษะและลำคอศพละ 1 นัด เลือดไหลนองพื้น
ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายปวราห์ เจริญสวัสดิ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 5 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ เป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เขตตำบลควนลัง นายเรืองทิตย์ แตงเกษม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 9 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา พญ.สุธาทิพย์ ธรรมชาติ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/52 หมู่ 2 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ รพ.นาหม่อม น.ส.รำไพพรรณ แก้วมณี อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ซอย 11/3 ถนนเพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ และ น.ส.อรเพ็ญ จารุวรรณเสวี อายุ 25 ปี บ้านอยู่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา  

นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่นอกศาลาอีก
2 ราย

สภาพถูกยิงเข้าที่ลำตัวคนละ
1 นัด จึงรีบนำส่ง รพ.สงขลานครินทร์ (มอ.) หาดใหญ่ ทราบชื่อนายศราวุธ ลีลาณิชประเสริฐ์ อายุ 30 ปี และนายตรีตรัตน์ โชโต อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 ซอย 1 ถนนเพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ และยังมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ถูกนำส่ง รพ.ราษฎร์ยินดี ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อนายบุญทิพย์ เดสโร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/5 รั้วติดกับบ้านหลังเกิดเหตุ ถูกยิงเข้าที่ลำตัว 1 นัดเช่นกัน ต่อมาผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ได้เสียชีวิตลง รวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 8 ศพ เป็นชาย 5 ศพ หญิง 3 ศพ โดยพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. ตกอยู่ในสวนยางพาราใกล้ศาลามรณะรวม 6 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 

พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จ.สงขลา กล่าวว่า


จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มของผู้ตาย ซึ่งบางคนเป็นนักดนตรีอยู่ที่ห้องอาหารบนเกาะแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา ได้มาซื้อที่ดินและบ้านที่เกิดเหตุเมื่อไม่นานมานี้ จากนั้นชอบชวนสมัครพรรค พวกมาตั้งวงดื่มกิน เปิดเพลง และร้องเพลงเสียงดังลั่น สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่เพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียงเป็นประจำ โดยจะส่งเสียงดังตั้งแต่ช่วงหัวค่ำไปจนถึงย่ำรุ่งเกือบทุกวัน ทำให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงทนไม่ไหว หลายคนพยายามมาตักเตือนให้ลดพฤติกรรมดังกล่าวลงบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 
 

กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หนึ่งในกลุ่มผู้ตายได้ขับรถยนต์ไปเฉี่ยวชนชาวบ้านย่านดังกล่าวจนเกิดการโต้เถียงกัน


และมีเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาเคลมค่าเสียหาย แต่คู่กรณียังคาใจอยู่ ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่กลุ่มผู้ตายตั้งวงดื่มกินสังสรรค์กันอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์เรื่องรถชน ปรากฏว่ากลุ่มผู้ตายไม่สนใจพร้อมกับเร่งเสียงเพลงให้ดังกว่าเก่า จังหวะนั้นมีเสียงปืนดังมาจากสวนยางพาราด้านหลังศาลาหลายนัด กระสุนถูกคนที่นั่งอยู่ในศาลาเสียชีวิตทันที
5 ศพ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 3 ศพ  

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน

พล.ต.ท.ปัญญา เทียนศาสตร์ ผบช.ภาค
9 พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.อำพล บัวรับพร ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.สินชัย พาบับพา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ร่วมตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง
 

พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จ.สงขลา กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ ภ.จ.สงขลา มาตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

และสามารถเก็บปลอกกระสุนปืน
9 มม. ในที่เกิดเหตุได้เพิ่มอีก 3 ปลอก และหัวกระสุนอีก 3 หัว รวมปลอกกระสุนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุถึง 9 ปลอก โดยจะส่งหลักฐานทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์เพื่อเปรียบเทียบว่าถูกยิงจากปืนกระบอกใด จากการตรวจแนววิถีกระสุนพบว่าถูกยิงมาจากสวนยางพาราด้านหลังศาลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มีพยานสำคัญ 1 ราย เป็นหญิงสาวที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับผู้ตาย พยานระบุว่าก่อนหน้านี้นั่งกันอยู่ทั้งหมด 8 คน รวมทั้งพยานด้วย จากนั้นพยานออกไปซื้อของ พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนทั้งหมดถูกยิงเสียชีวิตแล้ว โดยมีนายบุญทิพย์ เดสโร ซึ่งไม่ได้นั่งอยู่กับกลุ่มผู้ตายเพิ่มมา 1 คน ไม่รู้ว่านายบุญทิพย์เข้ามาเกี่ยวอะไรด้วย ส่วนประเด็นการสังหารพยานไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด 

จากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังเกิดเหตุเป็นของ พญ.สุธาทิพย์ ธรรมชาติ ผอ.รพ.นาหม่อม


ซึ่งเพิ่งมาซื้อไว้ยังไม่ถึงปี และมีพยานแวดล้อมให้การว่า ปกติที่บ้านเกิดเหตุจะมีการซ้อมดนตรีหรือเปิดเพลงเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่บ้านข้างเคียงจนเอือมระอาไปตามๆกัน มีหลายคนพยายามจะเข้าไปตักเตือนให้ลดเสียงดังลงบ้าง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นชุมชนมีบ้านเรือนใกล้เคียงหลายหลัง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน จึงต้องการพักผ่อนในเวลากลางคืน แต่ปรากฏว่าคนในบ้านไม่สนใจ ยังมีการจัดปาร์ตี้เฮฮาสนุกสนาน มีการซ้อมดนตรีและเปิดเพลงเสียงดังจนเกือบสว่างสัปดาห์ละ
3-4 คืนเป็นประจำ ทำให้มีเรื่องขัดแย้งกับเพื่อนบ้านใกล้เคียงในเรื่องการส่งเสียงดังอยู่บ่อยครั้ง 

ส่วนนายบุญทิพย์ เดสโร หนึ่งในผู้เสียชีวิตที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับมือปืน และเข้าไปอยู่ในที่เกิดเหตุจนถูกยิงเสียชีวิตไปด้วยนั้น


อาจเนื่องมาจากกลุ่มผู้ตายส่งเสียงดังจนนายบุญทิพย์ที่มีบ้านอยู่ติดกันรำคาญ จึงเดินเข้าไปห้ามปรามให้กลุ่มผู้ตายลดเสียงเพลงลงบ้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่มือปืนซึ่งมาซุ่มอยู่ในสวนยางพาราหลังศาลา ลั่นไกยิงใส่กลุ่มผู้ตายที่ต่างอยู่ในอาการมึนเมา แต่กระสุนพลาดไปถูกนายบุญทิพย์ที่ยืนอยู่ในทิศทางของวิถีกระสุนจนเสียชีวิตไปด้วย สำหรับผู้ก่อเหตุคาดว่ามีไม่เกิน
2 คน ส่วนผู้ลงมือยิงอาจจะมีเพียงคนเดียว แต่มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนและยิงปืนได้อย่างแม่นยำ จากการประเมินคาดว่าวิถีกระสุนจากตัวมือปืนถึงผู้ตายจะอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร 

ผบก.ภ.จ.สงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อได้ข้อมูลจากพยานแวดล้อม เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยรายหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน ปรากฏว่าไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเขม่าดินปืนจากมือผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ที่มีบ้านอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุไว้หมดแล้ว พร้อมวางกำลังซุ่มในจุดที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยรายแรกจะไปหลบซ่อนตัว และกำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวต่อไป คดีนี้ถือว่าเป็นเรื่องสะเทือนขวัญพี่น้องประชาชนอย่างมาก จึงมีการแต่งตั้งทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมาโดยเฉพาะ มอบหมายให้ พ.ต.อ.วีรสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา เป็นหัวหน้าชุดด้านการสอบสวน พ.ต.อ.อำพล บัวรับพร ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จ.สงขลา รับผิดชอบด้านการสืบสวน คาดว่าคดีนี้สาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัว และมั่นใจว่าตำรวจจะจับกุม ผู้ก่อเหตุได้แน่นอน
 

ส่วนที่ รพ.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา


ตัวโรงพยาบาลเป็นอาคารหลังเดียว ชั้นเดียว มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายพยาบาล และเจ้าหน้าที่ธุรการนั่งทำงานอยู่ประมาณ
10 คน มีคนไข้ 1-2 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรายหนึ่งระบุว่า ทราบข่าวการเสียชีวิตของ พญ.สุธาทิพย์ ธรรมชาติ ผอ.โรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลายคนที่ไม่ได้เข้าเวรในวันนี้ได้พากันเดินทางไปดูศพ พญ.สุธาทิพย์ ที่ รพ.สงขลานครินทร์ (มอ.) หาดใหญ่ด้วยที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี 

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณี พญ.สุธาทิพย์ ธรรมชาติ ผอ.รพ.นาหม่อม จ.สงขลา ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมเพื่อนรวม
8 ศพว่า

เหตุดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องชู้สาว และไม่เกี่ยวกับเรื่องการบริหารงานในโรงพยาบาลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพอสมควร ทางกระทรวงสาธารณสุข จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา
1 ชุด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน จะได้ติดตามตัวผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว
 

นพ.พิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า พญ.สุธาทิพย์เป็นผู้ ที่มีความตั้งใจทุ่มเทในการทำงานสูงมาก


ทำงานที่ รพ.นาหม่อม มานาน
12 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับ 8 ตั้งแต่ พ.ศ. 2542 มีผลงานพัฒนาระบบการบริการของโรงพยาบาลมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการริเริ่มนวัตกรรมการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ เริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล จนกระทั่งหายป่วยและกลับไปอยู่ในชุมชน เป็นผลงานดีเด่นจนทำให้ รพ.นาหม่อม ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลสาขานี้จากสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาลประจำปี 2551 ซึ่ง พญ.สุธาทิพย์จะนำเสนอผลงานดีเด่นดังกล่าว ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ที่เมืองทองธานี แต่น่าเสียดายที่มาเสียชีวิตไปก่อน 

รพ.นาหม่อม เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง มีแพทย์ 3 คน มีผู้ป่วยใช้บริการที่แผนกผู้ป่วยนอกเฉลี่ยวันละ 100 ราย และมีผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ยวันละ 20 ราย โดยทางกระทรวงสาธารณสุข จะจัดแพทย์ใน จ.สงขลา หมุนเวียนกันไปให้บริการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยต่อไป
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าว
 

ต่อมาเมื่อเวลา
16.00 น. พ่อแม่และญาติๆของ พญ.สุธาทิพย์ ธรรมชาติ ผอ.รพ.นาหม่อม เดินทางมารับศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดของผู้ตาย

คือบ้านเลขที่
157 หมู่ 7 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล มีลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งผู้บังคับบัญชา ทั้งจาก จ.สงขลา และ จ.สตูล ไปร่วมงานกว่า 300 คน โดย นพ.สุเทพ ปิยานันท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ และมีตัวแทนนำพวงหรีดของ นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขนำไปวางไว้หน้าศพด้วย บรรยากาศ เป็นไปด้วยความเศร้าโศก สำหรับ พญ.สุธาทิพย์เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายสนั่น ธรรมชาติ อายุ 66 ปี และนางละเมียด ธรรมชาติ อายุ 65 ปี ทั้งคู่เป็นข้าราชการครู สอนโรงเรียนระดับประถมศึกษา และเกษียณอายุราชการแล้ว
 

นายสนั่น ธรรมชาติ บิดาของผู้ตายเปิดเผยว่า


ผู้ตายเป็นบุตรคนที่
3 จากทั้งหมด 4 คน จบการศึกษาระดับปริญญาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี 2541 ผู้ตายเพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าลูกสาวจะจากครอบครัวไปเร็วขนาดนี้ เพราะไม่มีลางบอกเหตุใดๆมาก่อน ตอนนี้ ทางครอบครัวเศร้าโศกมาก อยากให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์