ฟ้องหมูแฮม3ข้อหาหนัก

ที่สำนักงานอัยการจังหวัดพระโขนง เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มี.ค.

นายบำรุงชัย แสนสุข อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 7 (พระโขนง) นัดฟังคำสั่งฟ้องนายกัณฑ์พิทักษ์ หรือหมูแฮม ปัจฉิมสวัสดิ์ อายุ 20 ปี บุตรชายนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ นักธุรกิจชื่อดัง และนางสาวิณี ปะการะนัง อดีตนางสาวไทย ปี 2527 ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้รับบาดเจ็บ
 

โดยนายกัณฑ์พิทักษ์เดินทางไปพบพนักงานอัยการ พร้อมด้วย บิดาและมารดา ด้วยสีหน้าที่ดูสดใสขึ้น

เมื่อเจอผู้สื่อข่าวได้ยกมือไหว้ สวัสดีทักทาย ทั้งนี้ พนักงานอัยการได้มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายกัณฑ์พิทักษ์ รวม 3 ข้อหาดังกล่าว ในชั้นอัยการนั้น นายกัณฑ์พิทักษ์ให้การรับสารภาพเฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่า ขอให้การปฏิเสธระหว่างที่นำตัวนายกัณฑ์พิทักษ์ไปยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดพระโขนง ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสำนักงานอัยการจังหวัดพระโขนง

นายกัณฑ์เอนกและนางสาวิณีได้เดินประกบข้างลูกชายตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวได้ถามนายกัณฑ์พิทักษ์ว่า จิตใจตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และสามารถควบคุมอารมณ์ได้หรือไม่ นายกัณฑ์พิทักษ์กล่าวว่า “ดีขึ้นแล้วครับ” เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่า อยากกล่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายกัณฑ์พิทักษ์ที่ยังมีแววตาของความไม่มั่นใจแฝงอยู่กล่าวว่า “ผมต้องขอโทษกับสิ่งที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว” จากนั้นนายกัณฑ์พิทักษ์ถึงกับกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ร่ำไห้ออกมา จนนางสาวิณีต้องกล่าวร้องขอสื่อมวลชนว่า อย่าเพิ่งถามอะไรลูกชายในขณะนี้เลย เนื่องจากสภาพจิตใจลูกยังไม่ปกติ ก่อนนำนายกัณฑ์พิทักษ์เข้าไปสอบคำให้การที่ห้องเวรชี้ ศาลได้มีคำสั่งนัดพร้อมคู่ความเพื่อประชุมคดี ในวันที่ 24 มี.ค. 51 เวลา 09.30 น. ต่อมานายกัณฑ์เอนกได้ยื่นคำร้อง พร้อมเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัวลูกชายโดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวตามคำร้อง
 

นายบำรุงชัย แสนสุข อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา กรุงเทพใต้ 7 พนักงานอัยการที่รับผิดชอบคดีนี้เปิดเผยว่า

ได้ทำสำนวนอย่างรัดกุม แต่ที่ล่าช้าเนื่องจากภายหลังเกิดเหตุ นายกัณฑ์พิทักษ์ถูกส่งตัวไปรักษาที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ จึงต้องให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ สอบสวนเพิ่มเติม ส่วนผลการตรวจรักษาของสถาบันเป็นอย่างไรนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับพยานโจทก์ในคดีนี้มีอยู่ประมาณ 15-20 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้รับ บาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงพนักงานสอบสวนที่ทำคดี ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลการตรวจของจิตแพทย์มีความเห็นว่านายกัณฑ์พิทักษ์มีอาการป่วยจะส่งผลต่อการพิจารณาคดีของศาลอย่างไร นายบำรุงชัยกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะเห็นอย่างไร แต่เชื่อว่าหลักฐานทุกอย่างศาลจะนำมาพิจารณาประกอบกัน ทั้งนี้ อัยการได้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง
 

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเป็นข่าวดังครึกโครมเมื่อเวลา 22.50 น.วันที่ 4 ก.ค. 50

นายกัณฑ์พิทักษ์ได้ขับรถเบนซ์ สีดำ ทะเบียน ศศ 6699 กรุงเทพมหานคร ถูกรถปรับอากาศร่วมบริการสีน้ำเงิน-ขาว สาย ปอ.513 ทะเบียน 12-0939 กรุงเทพมหานคร ที่นายสถาพร อรุณศิริ เป็นคนขับ ปาดให้รถหยุดบริเวณหน้าป้อมตำรวจจราจรที่ปากซอยสุขุมวิท 26 แยกอารีย์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. ก่อนจะลงมามีปากเสียงกัน นายกัณฑ์พิทักษ์ได้ใช้ก้อนหินทุบเข้าไปที่ใบหน้านายสถาพรจนแตกแล้วกลับเข้าไปนั่งในรถเหยียบคันเร่งขับพุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่บนทางเท้าอย่างแรง เป็นเหตุให้นางสายชล หลวงแสง พนักงานการเงินของ ขสมก. เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่นายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ บิดาของนายกัณฑ์พิทักษ์ออกมาระบุว่า ลูกชายมีอาการทางประสาท มีอาการชักเกร็ง และเคยเข้ารับการรักษาจากสถาบันกัลยาราชนครินทร์มาแล้ว


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์