ปลัดอำเภอสาวแจ้งตร.โดนปืนบังคับข่มขืนมาราธอน

ตำรวจตามรวบอ้างผัว-เมียย่ามใจข่มขู่ได้นานถึง 4 ปี


ตำรวจบุกรวบหนุ่มใหญ่ก่อเหตุอุกอาจ บุกที่ว่าการอำเภอปืนจี้-ลากปลัดอำเภอสาวไปข่มขืน เหยื่อทั้งกลัว-อับอายไม่กล้าแจ้งความ เลยย่ามใจบังคับข่มขืนมาราธอน 4 ปีเต็ม ตั้งแต่ยังเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจนเลื่อนตำแหน่งเป็นปลัดฯ พอขัดขืน-ไม่พอใจก็ตบตีทำร้าย ขนาดย้ายบ้นและหนีไปอยู่บ้านญาติ ยังตามไปราวีไม่เลิก สุดจะทนขึ้นโรงพักแจ้งดำเนินคดีทำร้ายร่างกาย-ข่มขืน เจ้าตัวภาคเสธ อ้างเรื่องผัวเมีย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. พ.ต.อ.อมร สารากรบริรักษ์ ผกก.สภ.อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย ร.ต.ต.นิยม พึ่งเป้า รอง สวป. ได้เข้าจับกุมตัว

นายปรีดา สำเภา อายุ 42 ปี อาชีพขับแท็กซี่รับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 96/2 หมู่ 4 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ ค.289/50 ลงวันที่ 23 ส.ค.50 ในคดีข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่น ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ภายในหมู่บ้านกฤษณา หมู่ 3 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ก่อนจะควบคุมตัวมา สอบสวน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. นางอร (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ปลัดอำเภอแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์

ต่อ พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ สารวัตรเวร สภ.อ.สามโคก ให้ดำเนินคดีกับนายปรีดา สำเภา ในข้อหากระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตนเอง โดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

โดยนางอร ให้การว่า

เมื่อประมาณปลายปี 2546 ขณะที่ตนซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ที่อำเภออีกแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ได้มาเข้าเวรในวันหยุดราชการ ทำหน้าที่รับแจ้งการตายอยู่บนที่ว่าการอำเภอ ก็ได้มีนายปรีดา สำเภา ซึ่งตนเองรู้จักมักคุ้นในฐานะที่มาติดต่อราชการบ่อย ๆ ขึ้นมาบนที่ทำการอำเภอ พร้อมกับใช้อาวุธปืนจี้บังคับ ตนให้ไปขึ้นรถยนต์ พาไปที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี แล้วใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ แต่ด้วยความอับอาย ประกอบกับความกลัวจึงมิได้แจ้งความแต่อย่างใด ทำให้นายปรีดาย่ามใจ บังคับให้ตนร่วมหลับนอนด้วยมาตลอดเป็นเวลานาน บางครั้งนายปรีดาไม่พอใจก็จะใช้กำลังประทุษร้ายตบตีตนอยู่บ่อยครั้ง

นางอรให้การต่อว่าเมื่อตนสอบบรรจุได้ในตำแหน่งปลัดอำเภอ ก็ได้ย้ายบ้านมาพักอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.สามโคก


ซึ่งนายปรีดาก็ได้ติดตามมาพักอาศัยอยู่ด้วย และได้ข่มขู่รวมทั้งทำร้ายร่างกายตลอดมา จนตนทนไม่ไหวตัดสินใจไปแจ้งความร้องทุกข์ในข้อหาทำร้ายร่างกายไว้ ที่ สภ.อ.สามโคก เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับหลบหนีออกจากบ้านไปขอพักอาศัยอยู่บ้านญาติ

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา นายปรีดาได้ติดตามมาที่บ้านญาติด้วยความโมโห ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกาย

และบังคับข่มขู่ให้ตนตามไปที่บ้านหลังเดิม แล้วใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่อีกครั้ง ตนไม่สามารถทนต่อการข่มเหงทั้งทางร่างกายและจิตใจเช่นนี้ได้อีกต่อไป จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายปรีดาในข้อหาข่มขืนดังกล่าว

ด้านนายปรีดา ภายหลังถูกจับกุมได้ให้การภาคเสธ

โดยยอมรับสารภาพในข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่ยืนยันปฏิเสธในข้อหาข่มขืน โดยอ้างว่าตนเองและนางอรได้อยู่กินกันฉันสามีภรรยามานานกว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนทาง พล.ต.ต.ประพันธ์ พานิคม ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวถึงคดีนี้ว่า เป็นคดีที่น่าสนใจเพราะผู้เสียหายเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในอำเภอ และผู้ต้องหามีพฤติกรรมในการใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ ซึ่งในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาต่อนายปรีดา 2 ข้อหาคือ ทำร้ายร่างกายและข่มขืน พร้อมทั้งควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า

สำหรับนางอร ปลัดอำเภอผู้เสียหาย และนายปรีดา ผู้ต้องหา เป็นม่ายทั้งคู่ โดยนายปรีดาแต่งงานอยู่กินกับภรรยาจนมีลูกด้วยกัน 2 คน ก่อนจะหย่าขาดกันแล้วมาติดพันปลัดอำเภอสาว ส่วนนางอรก็เคยแต่งงานแล้วเช่นกัน แต่ไม่มีบุตร.

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์