ตร.ยอมรับ 2 หนุ่ม ไม่ใช่มือบึมกทม.

"แถลงข่าว 2 หนุ่มที่เข้าพบไม่ใช่คนร้าย"


หลังจากที่ตำรวจขออนุมัติหมายจับมือระเบิดป่วนกรุงเพิ่มอีก 2 คน ผู้ที่เข้าไปวางระเบิดในห้างซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ พร้อมทั้งนำภาพถ่าย ใบหน้าของคนร้ายที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดภายในห้างออกมาเผยแพร่ทางสื่อมวลชน

เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแส เป็นชาย 2 คน คนแรกสูง 158 ซม. ใบหน้ากลม หน้าผากกว้าง อีกคนสูง 163 ซม. ศีรษะกลม ผมดำยาว หน้าผากกว้าง คิ้วดก

ปรากฏว่าเมื่อภาพผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเปิดเผยทางสื่อมวลชน ล่าสุดผู้ที่มีใบหน้าคล้ายกับบุคคลดังกล่าวร้อนใจ ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน

โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (23 มี.ค.) ที่ สน. ประเวศ

-พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น.

-พ.ต.อ. สุวิชญ์ผล อิ่มใจรัชต์ รอง ผบก.น.4

-พ.ต.อ.วีระศักดิ์ บูรพากาญจน์ ผกก.สน.ประเวศ

นำตัว-นายปรัชญา ปรีชาเวช อายุ 33 ปี

-นายยุทธพงษ์ กิตติศรีวรพันธ์ อายุ 32 ปี

บุคคลที่มีใบหน้าคล้ายกับ 2 ผู้ต้องหา ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหมายจับกุมตัวในคดีลอบวางระเบิดที่ห้างซีคอนสแควร์ เมื่อเย็นวันที่ 31 ธ.ค.49 โดยเฉพาะนายปรัชญาซึ่งมีใบหน้าคล้ายกับนายถวัลย์ศักดิ์ แปแนะ

ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดธนาคารใน อ.เบตง จ.ยะลา มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้จากห้างดังกล่าว

"แสดงตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ"


พล.ต.ต.เจตน์กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุระเบิด ทางพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดภายในห้างซีคอนสแควร์

พบว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีจำนวน 5 คน เป็นชาย 4 และหญิง 1 โดยชาย 2 ใน 4 คน พนักงานสอบสวนมีหลักฐานสามารถขออนุมัติหมายจับกุมได้ ซึ่ง 1 ใน 2 คนนี้มีใบหน้าใกล้เคียงกับนายถวัลย์ศักดิ์

และได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการเผยแพร่ภาพของผู้ต้องหาที่ออกหมายจับดังกล่าว ขณะยืนอยู่บริเวณหน้าร้านทองกับผู้หญิงคนหนึ่ง

ปรากฏว่าต่อมามีนายปรัชญาและนายยุทธพงษ์ เข้าแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิด ตามที่ได้มีการเผยแพร่ รูปไปตามสื่อต่างๆ

และทางพนักงานสอบสวนสอบปากคำบุคคลทั้งสองตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยสอบถามรายละเอียดการเดินทางไปห้างซีคอนสแควร์ว่าไปทำอะไร ไปอยู่ที่จุดไหนบ้าง

นอกจากนั้นได้ให้สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ แบบเดียวกับผู้ต้องหาในภาพแล้วสังเกตท่าเดิน แต่ดูลักษณะแล้วไม่เหมือนกับบุคคลในภาพจากกล้องวงจรปิด นอก จากนี้ได้ตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดแล้ว ไม่น่าเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องดังกล่าว

ทั้งนี้ การที่นำตัวนายปรัชญาและนายยุทธพงษ์ มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนก็เพื่อป้องกันการสับสนจากสังคม เนื่องจากเกรงว่านายปรัชญาที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับนายถวัลย์ศักดิ์ แปแนะ

จะถูกเข้าใจผิด และถูกตำรวจหน่วยอื่นจับกุม เมื่อบุคคลทั้งสองเข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และพนักงานสอบสวนสอบปากคำแล้วไม่เกี่ยวข้อง ก็ต้องปล่อยตัวไป โดยตำรวจไม่ได้มุ่งหวังที่จะจับกุมใครมาเป็นแพะทั้งสิ้น

ส่วน 2 ผู้ต้องหาที่ออกหมายจับนั้น ทางเจ้าหน้าที่คงต้องดำเนินการสืบสวนหาตัวกันต่อไป ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีข้อผิดพลาดในเรื่องของการออกหมายจับกุม

"ยันไม่ใช่ผู้ต้องหาแน่"


เพราะพนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะภาพวงจรปิดได้มีการทำภาพเชิงซ้อนจนมั่นใจ มีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมกันตรวจสอบอย่างละเอียด

ก่อนจะขออนุมัติหมายจับกุม ซึ่งศาลก็เห็นชอบ ดังนั้น ต้องสืบสวนติดตามบุคคลในภาพตามที่ออกหมายจับแล้วต่อไป

ด้านนายปรัชญา ปรีชาเวช หนุ่มต้องสงสัยที่เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจ กล่าวว่า เมื่อเห็นภาพทางสื่อก็รู้สึกตกใจ เพราะมีลักษณะคล้ายกับตนมาก ขนาดเพื่อนสนิทเห็น ยังโทรศัพท์มาบอกว่าเหมือนไม่มีผิด

แต่ยืนยันว่าไม่ใช่คนเดียวกับผู้ต้องหาที่ตำรวจออกหมายจับแน่ เพราะตนชอบมัดผมและไม่ใส่เสื้อคลุม แต่ยอมรับว่าในวันเกิดเหตุไปเดินห้างซีคอนสแควร์จริง ไปกัน 2 คนกับนายยุทธพงษ์

ถึงห้างประมาณห้าโมงเย็น เมื่อไปถึงก็ไปกินข้าว แล้วไปซื้อตั๋วดูหนังรอบหกโมง ที่โรงอีจีวีชั้น 4 แต่ดูได้ประมาณครึ่งชั่วโมงเกิดเหตุระเบิดหนังเลิกฉายจึงกลับบ้าน ที่ออกมาแสดงตัวเพราะทำงานเป็นนักแต่งเพลงอิสระ

ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก กลัวผู้ที่พบเห็นจะสับสนว่าเป็นคนเดียวกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้จักกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆตามรูปหรือไม่ นายปรัชญาปฏิเสธว่า ไม่รู้จัก และไม่ได้เดินไปตรงจุดนั้นด้วย

ส่วนนายยุทธพงษ์ไม่ยอมเปิดเผยอะไร บอกแต่เพียงว่ารับทำป้ายโฆษณา หลังจากแถลงข่าวเสร็จ ทางตำรวจได้นำทั้งคู่ไปลงบันทึกประจำวัน

ว่าบุคคลทั้งสองเข้าแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาในภาพและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิดที่ห้างซีคอนสแควร์แต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ. ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รอง ผบ.ตร.ปป.ว่า หลังจากที่ศาลออกหมายจับกุมผู้ต้องหา 2 คน

"อาจมีคนรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกัน"


ในสถานที่เกิดเหตุห้างซีคอนสแควร์ และมีการแจกจ่ายเผยแพร่ภาพผู้ต้องหาตามหมายจับ มีคนบริสุทธิ์ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกัน ติดต่อเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

ทางพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ สอบปากคำ และตรวจสอบลักษณะท่าเดินจากกล้องวงจรปิดแล้ว แต่ยังไม่ได้พาตัวไปชี้สถานที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาตามหมายจับ

ต้องยอมรับว่าการออกหมายจับผู้ต้องหาบางครั้ง อาจจะมีคนที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกัน แต่กรณีดังกล่าวพนักงานสอบสวนบอกว่าไม่ใช่ผู้ต้องหา หลังสอบปากคำและตรวจสอบที่อยู่แล้วได้ปล่อยตัวกลับไปก่อน

เหมือนกับคดีแรกที่ออกหมายจับกุมไปแล้ว มีคนแจ้งเบาะแสเข้ามามาก ตำรวจส่งคนไปดูปรากฏว่าไม่ใช่ แต่ รายนี้บริสุทธิ์ใจขอเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง

รักษาการ ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คิดว่าการออกหมายจับกุมคงไม่ผิดตัว แต่เป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งอาจจะให้นำตัวไปตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งในสถานที่เกิดเหตุ

พยานหลักฐานในสำนวนคดีทั้งหมด ชัดเจนว่าเป็นผู้ต้องหาทั้งสองคน รายละเอียดพยานหลักฐานเปิดเผยมากกว่านี้ไม่ได้ แต่ตำรวจกับศาลดูด้วยกันแล้วยืนยันว่าใช่ผู้ต้องหาแน่นอน

จึงอนุมัติหมายจับกุม บังเอิญชายคนดังกล่าวหน้าตาคล้ายคลึงกัน อาจจะมีรายอื่นที่หน้าคล้ายกันเข้ามาอีก ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากภาพวงจรปิด

มีพยานหลักฐานอื่นอีกหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า หากมีเฉพาะหลักฐานภาพวงจรปิดเท่านั้น ศาลคงไม่อนุมัติหมายจับกุมแน่ แต่ทั้งนี้เปิดเผยไม่ได้

ทางด้าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปกติแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะออกหมายจับโดยไม่ได้ระบุชื่อ

"ได้รับแจ้งเยอะ แต่ไม่ใช่"


แต่จะระบุตัวคนร้ายจากภาพเท่านั้น ได้มีคนเข้ามาแสดงตัวจำนวนมาก แต่คนที่มาแสดงตัวนั้นไม่ได้หมายถึงคนที่อยู่ในภาพ ซึ่งวิธีการทั้งหมดของตำรวจ ถือเป็นวิธีการที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า เป็นการเร่งรัดมากเกินไปจนทำให้จับคนร้ายผิดพลาดใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ไม่ใช่ และไม่ได้ผิดพลาด เพราะบุคลิกของคนเราคล้ายกันจำนวนมาก

เมื่อมีคนเห็นภาพว่ามีบุคลิกคล้ายกับเขา จึงมาแสดงตัวว่าเขาไม่ใช่ ซึ่งเมื่อตำรวจสอบสวนแล้วว่าไม่ใช่ก็จะปล่อยตัวไป ในขณะนี้มีคนมาแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจค่อนข้างมาก

จึงอาจทำให้เราเข้าไปใกล้เป้าหมายมากขึ้นทุกขณะ และคิดว่าตำรวจคงทำหน้าที่อย่างรอบคอบ เพราะหากทำอะไรไม่ละเอียดถี่ถ้วนก็จะกระเทือนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์