ช้างแก่วัย60ปีล้ม-ป่วยท้องอืด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ว่ามีช้างเพศผู้ป่วยเป็นโรคท้องอืดเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลช้าง ของมูลนิธิเพื่อนช้าง และตายลงเนื่องจากเข้ารับการรักษาช้าเกินไป

พ.ญ.เครือทอง ขยัน สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ช้างเชือกดังกล่าว คือ สีดอทองมี อายุ 60 ปี เป็นช้างเพศผู้ที่ใช้ทำงานชักลากไม้จาก อ.งาว จ.ลำปาง เข้ารับการรักษาที่ ร.พ.ช้าง เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ด้วยอาการท้องอืด โดยเมื่อเวลา 14.15 น.ของวันดังกล่าว น.สพ.ปรีชา พวงคำ ผอ.ฝ่ายการแพทย์ ร.พ.ช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง รับแจ้งจากนายชัยวุฒิ โพธิ เจ้าของช้างสีดอทองมี ซึ่งอยู่ที่ อ.งาว จ.ลำปาง ว่าช้างมีอาการท้องอืด

จากนั้นจึงรายงานไปยัง น.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้างทราบ และรีบติดต่อกลับเจ้าของช้างเพื่อให้รีบนำช้างมารักษาอย่างเร่งด่วน

โดยทางมูลนิธิติดต่อรถบรรทุกไปรับช้างในทันที และรับสีดอทองมีเข้ารักษาในเวลาประมาณ 21.00 น. จากการสอบถามอาการของช้างในเบื้องต้น เจ้าของช้างบอกว่า ผูกช้างไว้ในป่าและย้ายช้างทุกเช้าและเย็น จนกระทั่งวันที่ 29 ม.ค. สังเกตเห็นช่องท้องช้างขยายใหญ่ขึ้น กินอาหารน้อยลง ไม่กินน้ำและไม่อุจจาระตั้งแต่ตอนเช้า ขณะที่ในตอนกลางคืนวันที่ 28 ม.ค. ช้างยังคงถ่ายอุจจาระประมาณ 4-5 กอง และทราบว่าก่อนหน้านั้นเจ้าของได้ให้ช้างกินข้าวเปลือกด้วย

พ.ญ.เครือทองกล่าวต่อว่า จากการตรวจร่างกายของช้างเบื้องต้นพบว่าช้างไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระเองได้

รวมทั้งบริเวณช่องท้องทั้งสองด้านขยายใหญ่ผิดปกติอย่างมาก จึงทำการรักษาโดยการล้วงสวนทวาร พบอุจจาระ 1 ก้อนใหญ่เป็นเถาวัลย์แห้ง และข้าวเปลือก มีความยาวประมาณ 103 ซ.ม. จากนั้นให้ยาช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานดีขึ้น และยาบำรุงร่างกาย มะขามเปียกคลุกเกลือ พร้อมกับให้สารน้ำและสารอาหารทางเส้นเลือดจำนวน 20 ลิตร

ต่อมาช่วงกลางคืนช้างได้แสดงอาการเบ่ง 3 ครั้ง และผายลม 2 ครั้ง และในช่วงเช้าวันที่ 30 ม.ค. ช่องท้องทั้งสองด้านยังคงขยายใหญ่

ซึ่งช้างไม่แสดงอาการอยากอาหาร แต่แสดงอาการผุดลุกผุดนั่งเป็นระยะๆ แพทย์ทำการล้วงสวนทวารอีกครั้ง พบเพียงเศษใบไม้เล็กน้อยและเถาวัลย์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ช้างเริ่มลงไปนอนตะแคงและลุกเป็นระยะพร้อมทั้งมีอุจจาระเหลวสีน้ำตาลออกมา และล้มลงนอนอีกครั้งไม่สามารถลุกขึ้นได้ แพทย์ตรวจอาการช้างมีม่านตาขยาย จึงให้ยาป้องกันช็อกและยากระตุ้นการเต้นของหัวใจ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยชีวิตช้างไว้ได้ ทำให้ช้างสีดอทองมีตายลงในเวลา 14.44 น. เชื่อว่าช้างอาจจะป่วยมาหลายวันแล้วแต่เจ้าของไม่แจ้งให้สัตวแพทย์ทราบตั้งแต่ต้น ทำให้ช้างตายเพราะได้รับการรักษาช้าเกินไป ทางเจ้าของช้างมีความประสงค์ที่จะนำช้างกลับไปฝังที่บ้าน ซึ่งสัตวแพทย์จะติดตามไปผ่าพิสูจน์ซากช้างเพื่อตรวจสอบระบบทางเดินอาหารให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน น.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เมื่อทราบว่าช้างตายถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

พร้อมทั้งกล่าวว่า อยากฝากเตือนเจ้าของช้างทุกคนให้ดูแลช้างให้ดีเป็นพิเศษในช่วงหน้าหนาวนี้ โดยเฉพาะการให้อาหารช้างสำหรับช้างที่มีอายุมาก ควรจะให้อาหารที่ย่อยง่ายและไม่ควรให้ช้างกินข้าวเปลือก เนื่องจากระบบการย่อยอาหารของช้างแก่ไม่ดี รวมไปถึงช้างเล็กด้วยควรดูแลเรื่องการให้อาหาร เพราะในช่วงอากาศแปรปรวน หากช้างมีสุขภาพไม่ดีก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อช้างทุกวัยได้ ตนไม่อยากให้ช้างตัวอื่นๆ เป็นเหมือนกับสีดอทองมีที่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์