ชาวเน็ต”ด่ายับ “คดีโทลล์สยอง”ยังไม่แจ้งข้อหา

กลายเป็นคดีที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

กรณีอุบัติเหตุสยองขวัญส่งท้ายปีเสือดุ รถตู้โดยสาร ถูกรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ขับโดย น.ส.อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุ 16 ปี ชนท้ายบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ จนรถตู้เสียหลักพลิกคว่ำกระแทกเสาไฟฟ้า ผู้โดยสารกระเด็นออกจากตัวรถร่วงลงมากระแทกพื้นใกล้กับแยก ม.เกษตรฯ ถนนวิภาวดีรังสิต เสียชีวิตรวม 8 ศพ บาดเจ็บ 7 คน เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

“มาร์ค”ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกม.

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว วันนี้(30 ธ.ค.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามกรณีอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถตู้โดยสารบนทางด่วน หรือโทลย์เวย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งคู่กรณีเป็นเยาชนอายุเพียง 16 ปี และเป็นลูกหลานผู้มีชื่อเสียง ซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าคดีจะเงียบไปว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ ส่วนจะทำให้ประชาชนมั่นใจได้อย่างไรนั้น เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องมีการติดตามคดีอย่างเต็มที่

“เทพเทือก”ไม่สนลูกหลานใคร

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  กรณีดังกล่าวได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนผู้ที่กระทำความผิดนั้นถึงแม้ว่าจะมีนามสกุลอะไร หรือเป็นลูกใคร กฎหมายก็ว่าไปตามบรรทัดฐานกฎหมาย ไม่สามารถเว้นให้ใคร หรือไม่เว้นให้ใครได้  กรณีที่อาจจะมีความแตกต่างกันคือ หากผู้กระทำความผิดเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นกรณีหนึ่ง แต่ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นผู้เยาว์ก็จะเป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่ว่าทั้งสองกรณีนั้นก็มีความผิดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายไว้แล้ว ในส่วนที่ประชาชนยังแคลงใจที่คดียังไม่มีความคืบหน้านั้น ตนจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่แถลงการณ์ในคดีนี้เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนต่อไป

ชาวโลกไซเบอร์วิจารณ์กันหึ่ง

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีมีอุบัติเหตุดังกล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าวจากเฟสบุ๊ค มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ตำรวจว่าจะทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ได้ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอให้ทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะจะเป็นพิสูจน์ฝีมือ หากผลคดีพิสูจน์ออกไปทิศทางใดต้องมีหลักฐานประกอบโดยชัดเจน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ พยานแวดล้อม และภาพวงจรปิดพบร่องรอยการกระแทก ทั้งนี้คณะกรรมาธิการได้ทำหนังสือเชิญพนักงานสอบสวนมาชี้แจงต่อ กมธ.ตำรวจในวันที่ 5 ม.ค.นี้ด้วย 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังเหตุการณ์ผ่านไปได้ 2 วัน ปรากกฎว่าชาวโลกออนไลน์นับหมื่นคนได้กระทู้ข้อความวิพากษ์วิจารณ์บนอินเตอร์เน็ตอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น  

ชี้เหตุมาจากความประมาท

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น.รับผิดชอบดูแลงานด้านจราจร เปิดเผยถึงมาตรการล้อมคอกอุบัติบนทางด่วน หรือโทลย์เวย์ว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากความประมาท ดูจากกล้องวงจรปิดมีการขับกระชั้นชิดกัน เมื่อเกิดเหตุกะทันหันการหยุดรถจึงทำไม่ได้ ไม่ได้เกิดจากการปาดหน้า รถที่ชนกันก็ไม่แรงเพียงแต่มีการสะกิดรถตู้ให้เสียหลัก แรงเหวี่ยงทำให้ประตูด้านหลังรถตู้เปิดออก ประกอบกับผู้โดยสารไม่คิดว่าจะเกิดเหตุ ทำให้ไม่ได้ทันตั้งตัวจึงหลุดลอยออกจากรถตู้ทำให้เสียชีวิตในที่สุด  เหตุที่หลุดออกจากตัวรถ เพราะผู้โดยสารไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย จึงกระเด็นออกมาตกลงจากทางด่วนที่มีความสูงถึง 20 เมตร

อ้ำอึ้งยังไม่ฟันธงเอาผิดใคร

ส่วนเรื่องมาตรการความปลอดภัยจากที่ผู้ขับรถเก๋งคู่กรณีมีอายุเพียงแค่ 16 ปี แน่นอนว่ายังไม่สามารถมีใบขับขี่รถยนต์ได้ จึงต้องมาวิเคราะห์ว่าทำไมถึงขับรถยนต์ได้ กรณีนี้จะมีคำถามตามมาว่าถ้าเป็นลูกของเรา แล้วเอารถยนต์ออกจากบ้านไป ทั้งๆ ที่เรารู้ว่าไม่มีใบขับขี่จะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งต้องหามูลเหตุอีกครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองอาจจะไม่รู้ก็ได้ แต่กรณีนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นรถยนต์ของผู้ปกครอง หรือเป็นรถของเพื่อนที่ยืมมา หากเป็นรถของผู้ปกครองก็อาจจะเป็นการปล่อยปะละเลยไม่ห้ามปราม ซึ่งต้องพิสูจน์กันอีกครั้ง

จ่อปรับสาวซีวิค1พันบาท

พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.จร.กล่าวว่า กรณีที่ผู้ขับขี่รถเก๋ง คือ น.ส.อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา มีอายุเพียง 16 ปี ซึ่งยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์นั้น เบื้องต้น น.ส.อรชร จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในกรณีนี้ยังถือว่าเป็นเยาวชนอยู่ก็ต้องมีการเชื่อมโยงถึงเจ้าของรถคันดังกล่าว วาเป็นของใคร และยินยอมให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นำรถออกไปขับบนท้องถนนได้อย่างไร กรณีนี้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มีแค่โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนความผิดกรณีขับรถด้วยความประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้นเป็นคดีอาญาที่มีบทลงโทษหนัก ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน

ข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่

    
พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กลันทปุระ รอง ผบก.จร. เปิดเผยว่า ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความคืบหน้ายังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานต่างๆ ทั้งจากที่เกิดเหตุ จากกล้องวงจรปิด และพยานในที่เกิดเหตุ สำหรับ น.ส.อรชร ผู้ขับขี่รถเก๋ง ยังไม่พร้อมให้สอบปากคำในขณะนี้ เบื้องต้นแม่ น.ส.อรชร ขอเข้าให้ปากคำแทนในฐานะผู้ปกครอง โดยขอให้ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ไปตามกระแสสังคมอย่างที่เป็นอยู่ เบื้องต้น น.ส.อรชร มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ขณะที่ความผิดที่ขับขี่รถโดยประมาททำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาดังกล่าว


ตร.เร่งสอบปากคำคนเจ็บ

ที่โรงพยาบาลวิภาวดี พ.ต.ท. พิทักษ์ นิยมพฤกษ์ รอง ผกก. งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต เดินทางมาสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาอาการบาดเจ็บ ได้แก่ นายวรัญญู เกตุชู อายุ 20 ปี นักศึกษา ปี 3 คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และน.ส.กัญจน์นภัส ปัญญาประเสริฐ อายุ 23 ปี นักศึกษา ปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเดียวกัน พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้สอบปากคำพยานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่พอให้การได้ และรวบรวมพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด

ย้ายรพ.“แพรวา”ผวาถูกขู่ฆ่า

ส่วน น.ส.อรชร หรือแพรวา คนขับรถฮอนด้าซีวิค ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บปวดที่สะโพก ซึ่งการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าวต้องปิดเป็นความลับ เนื่องจากตอนนี้ น.ส.อรชร มีความหวาดกลัว เพราะถูกข่มขู่เอาชีวิต อย่างไรก็ตามยังไม่ได้สอบปากคำ น.ส.อรชร และยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจาก น.ส.แพรวา เป็นเยาวชน ตำรวจต้องรอสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ ซึ่งหลังจาก น.ส.อรชร หายดีจะเชิญตัวมาสอบปากคำทันที ตนยืนยันตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
                

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์