จับหนุ่มภัยสังคม ถ่ายคลิป รีดเงินแม่ม่ายสาว

ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 7 เม.ย. พ.ต.อ.สมยศ พรหมนิ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุขวัฒน์ธนกุล ผกก.ฝป.10 บก.ป. พ.ต.ท.พิษณุ อุณหเสรี พ.ต.ท.ธนเดช เหลืองรัชนาท รอง ผกก.ฝป.10 บก.ป.

ร่วมกันแถลงการณ์จับกุมตัวนายพีรพงษ์ พรภิรมย์ภักดี หรือพลภัทร ณ ลำพูน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/3 ถนนกู่เต้า ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1204/2551 ลงวันที่ 26 มี.ค. 2551 ข้อหากรรโชก เพื่อการแสดงอวดอ้างแก่ประชาชน ทำให้แพร่หลาย โดยประการใดๆ ซึ่งรูปภาพ รูปถ่าย หรือสิ่งอื่นใดอันลามก และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

จับกุมตัวได้ที่บ้านเลขที่ 7/92 หมู่ 2 บ้านบางบอน ต.บางนอน อ.เมืองระนอง

พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง แผ่นซีดีหน้าปกเขียนชื่อผู้เสียหายพร้อมซองกระดาษสีน้ำตาลขนาดเท่าแผ่นซีดี จ่าหน้าซองถึงชื่อบุคคลต่างๆที่รู้จักกับผู้เสียหายจำนวน 17 แผ่น ไดรฟ์เก็บข้อมูลขนาด 5 GB 1 อัน การ์ดหน่วยความจำ 2 อัน หนังสือเดินทาง 1 เล่ม ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 6 อัน เงินสด 21,280.25 บาท บัตรประชาชนระบุชื่อนายพีรพงษ์ ที่อยู่กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ อย่างละ 1 ใบ บัตรประชาชนชื่อนายพลภัทร ณ ลำพูน 1 ใบ
 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายชื่อ น.ส.แอม (นาม สมมติ) อายุ 36 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป.

ให้สืบหาตัวคนร้ายมือมืดใช้นามแฝงว่า “007chiangmai” นำภาพลับของผู้เสียหายส่งมายังอีเมล์ของผู้เสียหาย และอดีตสามี เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ข่มขู่ว่าถ้าไม่ให้ทรัพย์สินจะนำภาพฉาว และคลิปวีดิโอที่แอบถ่ายไว้ไปเผยแพร่ในโรงเรียนอนุบาลที่บุตรของผู้เสียหายเรียนอยู่ รวมทั้งจะนำไปเปิดโปงให้คนที่รู้จักกับผู้เสียหายได้ดูกันทั่วหน้าด้วย โดยไม่หวั่นเกรงว่าผู้เสียหายจะนำเรื่องไปแจ้งตำรวจ เพราะไม่สามารถที่จะสาวไปถึงตัวได้



เหยื่อสาวผู้เสียหายให้รายละเอียด ระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่ส่งอีเมล์แบล็กเมล์ด้วยว่า น่าจะเป็นนายพีรพงษ์ ผู้ต้องหาซึ่งเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน

โดยรู้จักและติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ตโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น แต่ปัจจุบันเลิกคบหากันแล้ว ซึ่งระยะแรกเมื่อได้รับอีเมล์ดังกล่าว ได้ยอมจ่ายทรัพย์สินต่างๆไปให้แล้วรวมมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท แลกกับการทำลายภาพลับเฉพาะทั้งหมดทิ้ง แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา ยังมีการนำภาพลับฉาวดังกล่าวส่งไปที่บ้านของตนอีก โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ ทำให้เกิดความเครียดหนัก คิดไม่ตก และเชื่อว่าจะถูกตามราวีแบล็กเมล์อีกเรื่อยๆ จึงตัดสินใจนำความเข้าแจ้งตำรวจ เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี


สาวเหยื่อแบล็กเมล์ให้การต่อว่า ทางบ้านประกอบธุรกิจขายสินค้าส่งไปทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้เคยแต่งงานมีลูกแล้ว 2 คน แต่ชีวิตสมรสไม่ราบรื่น ต้องแยกทางกับสามี ตนเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูกเอง ต่อมาได้รู้จักกับนายพีรพงษ์ผู้ต้องหา อ้างว่ามีอาชีพเป็นไกด์และพื้นเพเป็นชาวเชียงใหม่ เมื่อทราบเบาะแส เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน โดยประสานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทั่งทราบว่าไอ้โม่งรายนี้คือนายพีรพงษ์นั่นเอง จึงนำหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และติดตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว นอกจากนี้ ยังขยายผลเข้าตรวจค้นร้านคอมพิวเตอร์ไม่มีชื่อชั้น 3 ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า เชียงใหม่ พบหลักฐานหน่วยความจำที่มีภาพคลิปวีดิโอโป๊ของผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งด้วย จึงยึดไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี
 

นายพีรพงษ์ พรภิรมย์ภักดี ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า เคยเป็นนักวิทยุสมัครเล่นอยู่ที่เชียงใหม่ และเคยรับจ้างทวงหนี้ด้วย

ต่อมาเข้ากรุงเทพฯไปทำงานที่ประตูน้ำ ได้รู้จักกับผู้เสียหาย จากนั้นติดต่อกันเรื่อยมาทางโปรแกรมแชตเอ็มเอสเอ็น กระทั่งสนิทสนมคุ้นเคยถึงขั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ผู้เสียหายเองก็ทราบดีว่ามีลูกเมียอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นผู้แอบถ่ายคลิปวีดิโอไว้จริง เพราะแค้นที่ผู้เสียหายจะตีจาก จึงวางแผนซ่อนกล้องบันทึกภาพลับเฉพาะช่วงมีสัมพันธ์สวาทด้วยกัน เพื่อนำคลิปวีดิโอฉาวไปเผยแพร่ให้คนใกล้ตัวผู้เสียหายได้รับรู้ นอกจากนี้ ยังเตรียมการก๊อบปี้แผ่นซีดีลับเฉพาะดังกล่าวไว้ส่งทางไปรษณีย์ ไปให้คนรู้จักและครอบครัวของผู้เสียหายอีกด้วย แต่ยังไม่ทันดำเนินการก็ถูกรวบตัวเสียก่อน สำหรับทรัพย์สินมีค่าที่ได้มาก่อนหน้านี้ อาทิ สร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง นำไปขายให้ร้านทองต่างๆหมดแล้ว ได้เงินมาประมาณ 1 แสนบาทเท่านั้น แต่ไม่เคยข่มขู่เรียกทรัพย์สินเงินทองจากผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหา ทั้งหมดสามารถชี้แจงที่มาที่ไปของทรัพย์ได้ทั้งสิ้น แต่จะขอไปให้การในชั้นศาล
 

ด้าน พ.ต.อ.สมยศ พรหมนิ่ม รอง ผบก.ป. กล่าวว่า อยากให้คดีนี้เป็นอุทาหรณ์แก่คนทั่วไป ไม่เฉพาะกับวัยรุ่นที่นิยมใช้อินเตอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆ ว่าหากกระทำผิดก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ไม่ว่าจะมีความรู้ทางเทคโนโลยีมากเพียงใด ไม่สามารถหนีรอดการจับกุมไปได้


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์