จับพระฆ่าเผากะเทยคู่ขา-เชือดคาม่านรูด

รวบพระฆาตกร ฆ่าเผากะเทยคู่ ขา เผยลักลอบคบหาก่อนไปมีความสัมพันธ์กันในม่านรูดกะเทยคู่ขาบังคับให้เลิกกับแฟนผู้หญิงจึงทะเลาะกัน กะเทยชักมีดขู่จึงโดดเข้าแย่ง ก่อนปาดคอจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปเผาอำพราง ตร.แกะรอยตามจับถึงวัด รับสารภาพก่อนนำตัวไปทำแผนฯทันที

จากกรณีพบศพนิรนามถูกราดน้ำมันเผาไหม้เกรียม ที่จุดทิ้งขยะริมถนนเลี่ยงเมือง ม.6 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ในที่เกิดเหตุพบเพียงหลักฐานแหวนที่สวมนิ้วกลางซ้าย หัวเข็มขัดสี่เหลี่ยม เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายเป็นหญิง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบคราบเลือดที่ห้องพักหมายเลข 1 โรงแรมม่านรูดพาราไดซ์ ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ มีรอยและคราบเลือดกระเซ็นทั่วห้องและมีร่องรอยการต่อสู้ นอกจากนั้นพบว่าผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดเท้า หายไปด้วย พยานระบุมีรถยนต์กระบะสีบรอนซ์ทองเข้ามาจอดเปิดห้องพัก มีคนคู่หนึ่งมาพักด้วยกัน โดยผู้ชายคนหนึ่งมีท่าทางกระตุ้งกระติ้ง กระทั่งเวลา 03.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. รถคันดังกล่าวได้ขับออกไป ต่อมาแพทย์ที่ชันสูตรพลิกศพแจ้งว่าผู้ตายเป็นชาย เนื่องจากไม่มีมดลูก ตามที่เคยเสนอไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. พ.ต.อ.ประเสริฐ์ กาฬรัตน์ รองผบก.จ.พิษณุโลก

พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ แก้ววัน ผกก.เมืองพิษณุโลก, พ.ต.ท.ชัยชัช แจ่มจันทร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ สวป., พ.ต.ท.วัสสา วัสสานนท์ สว.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.ท.เดชประยูร สิงหเดช พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ควบคุมตัวนายอาทิตย์ แก้วคำ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.1 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ หรืออดีตพระอาทิตย์ พระลูกวัดศรีธาราม ต.งิ้วงาม ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุสังหารโหดนายภัทรพรชัย จันทร์โฉม อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/1 ม.10 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ แล้วนำศพไปเผานั่งยางที่จุดทิ้งขยะที่พบศพ

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา

นายจันทร์แรม จันทร์โฉม บิดาผู้ตาย เป็นช่างรับเหมาทั่วไป และนางสมจิตร จันทร์โฉม แม่เลี้ยงผู้ตาย พร้อมด้วยญาติและพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตาย เดินทางมาจาก จ.อุตรดิตถ์ ขอพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอดูศพคนตายและหลักฐานในตัวที่ยังไม่ทราบเป็นใคร หลังดูศพและตรวจสอบเครื่องประดับ นายจันทร์แรมยืนยันว่าผู้ตายเป็นนายภัทรพรชัย เจ้าหน้าที่จึงขอสอบสวนรายละเอียดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทราบว่าก่อนหายตัวไป ผู้ตายไปอยู่กับพระอาทิตย์ที่วัดศรีธาราม จึงแยกสอบปากคำพระอาทิตย์

สอบสวนช่วงแรกพระอาทิตย์ปฏิเสธไม่รู้เห็น แต่เจ้าหน้าที่พบพิรุธสงสัยหลายอย่าง จึงเค้นสอบจนกระทั่งพระอาทิตย์ยอมเปิดปากว่า เป็นคนฆ่านายภัทรพรชัย

พนักงานสอบสวนจึงคุมตัวไปสึกที่วัดจุฬามณี ก่อนคุมมาสอบสวนต่อ โดยนายอาทิตย์ให้การว่า ในวันเกิดเหตุคือวันที่ 12 มิ.ย. นายภัทรพรชัย มีพฤติกรรมเป็นกะเทย และเป็นคู่รักกับตน ขับรถมาหาที่วัด แล้วพากันไปเปิดห้องนอนที่โรงแรมพาราไดซ์ห้องที่ 1 โดยนายอาทิตย์ถอดจีวรแต่งชุดทั่วไป

นายอาทิตย์กล่าวว่า เมื่อมาถึงจึงหลับนอนกัน หลังจากเสร็จกิจผู้ตายเอามีดและปืนออกมาขู่ให้เลิกกับแฟนสาวที่คบหากันอยู่

แต่ตนไม่ยอมจนเกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน นายภัทรพรชัยชักปืนและมีดพับออกมาขู่ จึงแย่งมา จากนั้นใช้มีดปาดคอนายภัทรพรชัยจนเสียชีวิต แล้วใช้ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดเท้าห่อศพเอาไว้ ก่อนจะเข้าไปล้างตัวภายในห้องน้ำ และขับรถออกไปซื้อน้ำมันที่ปั๊มปตท.สี่แยกประโดก กลับมาห้องพักอุ้มศพใส่รถขับไปตามถนนเลี่ยงเมือง กระทั่งพบทางแยกเข้าไปทางที่ทิ้งขยะ จึงขับรถเข้าไปเอาศพราดน้ำมันจุดไฟเผาก่อนจะขับรถกลับ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมกับเปลี่ยนนุ่งจีวรห่มผ้าเหลืองอยู่วัดตามปกติ กระทั่งทางญาติผู้ตายรู้ดีว่าเป็นคู่รักลูกชายชวนให้มาดูศพ ตอนแรกจะไม่มา แต่กลัวว่าคนอื่นจะสงสัยจึงนั่งรถมาด้วย กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับพิรุธได้ดังกล่าว

สำหรับการทำแผน เริ่มที่โรงแรมพาราไดซ์ ห้องที่ 1 พระอาทิตย์กับนายภัทรพรชัยไปเปิดห้องร่วมหลับนอนกัน หลังเสร็จกิจเกิดปากเสียงกัน

จนเกิดเหตุต่อสู้กันและนายภัทรพรชัยถูกพระอาทิตย์ใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต จากนั้นพระอาทิตย์ขับรถออกไปซื้อน้ำมัน กลับมาห้องพักห่อศพอุ้มขึ้นรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้าแค็บ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บต-4358 อุตรดิตถ์ ของนายภัทรพรชัย ขับรถไปตามถนนเลี่ยงเมือง ไปถึงที่บริเวณจุดทิ้งขยะ ห่างจากโรงแรมประมาณ 4 ก.ม. เป็นจุดที่ผู้ต้องหานำศพมาทิ้งพร้อมกับราดน้ำมันจุดไฟเผา หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กลับวัดที่ จ.อุตรดิตถ์

นางสมจิตร มารดาเลี้ยงนายภัทรพรชัย กล่าวว่า นายภัทรพรชัยหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. เท่าที่ทราบผู้ตายมีแฟนเป็นชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ คบกับมานานเป็นปีแล้ว

แฟนฝรั่งปลูกบ้านให้อยู่และให้เงินซื้อรถกระบะ ส่วนพระอาทิตย์เพิ่งรู้จักกับนายภัทรพรชัยประมาณ 3 เดือน แต่มีความสนิทสนมกันมาก เพราะนายภัทรพรชัยจะคอยดูแลช่วยเหลือเรื่องการเงินมาตลอด ทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ไปมาหากันทั้งในวัดและที่บ้านเป็นประจำ ต่อมานายภัทรพรชัยพามารดาของพระอาทิตย์มาพักอาศัยอยู่ในบ้านด้วย

นางสมจิตรกล่าวว่า คืนวันที่ 12 มิ.ย. ผู้ตายมีปากเสียงกับแม่ของนายอาทิตย์ จึงขับรถไปหาพระอาทิตย์ที่วัด

หลังจากนั้นได้หายตัวไป ช่วงวันที่ 13 มิ.ย. โทร.หาผู้ตายแต่ไม่มีใครรับสาย กระทั่งวันที่ 14 มิ.ย. โทร.ไปสอบถามพระอาทิตย์ ทราบว่ากลับมาอยู่ที่วัดแล้วและบอกว่าผู้ตายกลับมาก่อนหน้าแล้ว ส่วนรถยนต์พระอาทิตย์เอาไว้ใช้เอง แต่ก็ไม่มีใครสงสัยเพราะทั้งสองเป็นคนรักกัน กระทั่งทางมารดาของพระอาทิตย์ทราบข่าวว่ามีคนถูกฆ่าที่ จ.พิษณุโลก แต่ยังไม่ทราบเป็นใคร จึงชักชวนกันมาดูศพ และจำได้ว่าคือนายภัทรพรชัย เพราะหน้าผากมีแผลเป็นและจำแหวนพลอย หัวเข็มขัด ฟันของผู้ตายที่ใส่เขี้ยวเพชรด้านบนซ้าย รวมทั้งกระเป๋าของผู้ตายที่ซื้อมาจากเชียงใหม่ เป็นเงินเครื่อง หมายรูปช้างได้

นางฉวี ทุ่งเมือง อายุ 52 ปี มารดานายภัทรพรชัย กล่าวว่า ตนทำงานรับจ้างอยู่ที่กรุงเทพฯ ทราบข่าวจากสามี จึงมารับศพลูกชาย
 
ปกติจะโทร.คุยกับลูกเป็นประจำ ช่วงหลังลูกชายบอกว่าซื้อทองคำเป็นสร้อยคอและสร้อยข้อมือเอาไว้ 12 บาท ใส่ติดตัวตลอด ยังบอกให้ลูกระวังตัวเพราะอันตราย นอกจากนั้นลูกชายจะชอบพกเงินสดติดตัวครั้งละ 30,000-50,000 บาท หลังเกิดเหตุทั้งทองและเงินก็หายไปด้วย สอบถามนายอาทิตย์ก็ไม่ยอมพูด เท่าที่รู้ลูกชายมีเงินเก็บจำนวนมากจากที่แฟนฝรั่งส่งมา

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์