ฆ่า สวป.คดีอืด แม่เข้าพึ่งพระ

แก็งคนร้ายยิง สวป.สภ.อ.อุทัย เสียชีวิตคารถเก๋ง

ตำรวจหลายหน่วยยังคงระดมกำลังเข้าคลี่คลายคดี พ.ต.ต.กิติศักดิ์ สถิตพานิช ช่วยราชการ สวป.สภ.อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถูกแก๊งคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนสายเอเชีย หน้าเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะ พ.ต.ต. กิติศักดิ์ขับรถเก๋งโตโยต้าโคโรลล่า สีเขียว ทะเบียนฐม 5423 กรุงเทพมหานคร ออกจากโรงพักกลับที่พักปลายนารีสอร์ต เบื้องต้นตำรวจมุ่งปมสังหารไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของผู้ตาย เรื่องจับอาวุธปืนของกำนันคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่และย่านรัชดาฯ กทม. และเรื่องชู้สาว ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า ตำรวจชุดสืบสวนทั้งของ ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ภาค 1 และกองปราบปราม ยังคงกระจายกำลังกันสืบหาเบาะแสของคนร้ายชนิดหามรุ่งหามค่ำ โดยล่าสุดมีรายงานว่า ตำรวจได้สอบพยานปากสำคัญเพิ่มอีก 1 ปาก เป็นคนขับรถตู้ โดยสารสายพระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง


พยานที่ เห็นเหตุการณ์...ให้การว่า

โดยพยานรายนี้ให้การว่า ช่วงเกิดเหตุขณะขับรถตู้ผ่านไปถึงหน้าเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบรถเก๋งสีแดงจอดขวางหน้ารถเก๋งสีเขียว มีชายฉกรรจ์ 3 คน ยืนคุยกับตำรวจนายหนึ่งลักษณะคล้ายโต้เถียงกัน ระหว่างนั้น 1 ในกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ชักปืนพกออกมาจ่อยิงตำรวจเข้าชายโครงซ้ายล้มลง ก่อนจะยิงซ้ำอีก 2 นัด จึงชะลอรถเพื่อดูเหตุการณ์แต่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ปืนยิงไล่ ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดติดต่อกัน ด้วยความตกใจขับรถหนีไปถึงใต้สะพาน ซึ่งเป็นจุดยูเทิร์นห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม. จึงวกรถกลับแล้วเข้าไปจอดซุ่มอยู่ในปั๊มน้ำมันถนนฝั่งตรงข้าม เห็นรถของคนร้ายขับมุ่งหน้าไปทาง จ.อ่างทอง กระทั่งต่อมาทราบข่าวว่าผู้เสียชีวิตคือ พ.ต.ต.กิติศักดิ์ ประกอบกับทราบผู้ตายเป็นคนดี จึงตัดสินใจติดต่อเข้าให้ปากคำตำรวจ อย่างไรก็ตาม คำให้การของพยานสอดคล้องกับผลการชันสูตรศพของแพทย์ที่ระบุว่า กระสุนนัดแรกเข้าบริเวณชายโครงซ้าย และยังพบคราบเขม่าดินปืนบริเวณบาดแผลและเสื้อผ้าของ พ.ต.ต.กิติศักดิ์จำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าเป็นการยิงในระยะเผาขน นอกจากนี้บริเวณนิ้วกลาง มือด้านขวายังมีรอยฉีกขาด คาดว่าขณะเกิดเหตุอาจจะมีการแย่งปืนกันขึ้น


(ในวันเดียวกัน) เมียเข้าแจ้งโรงพัก....ชายฉกรรจ์ บุกอุ้มตัวสามี

วันเดียวกัน ได้มีผู้หญิงคนหนึ่ง (ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ) เดินร้องห่มร้องไห้ขึ้นโรงพัก สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยหญิงคนดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายปรีชา หรือ ตุ๊ก ยิ้มอยู่ สามี อาชีพขี่รถจักรยานยต์รับจ้างอยู่ที่วินหน้า รพ.พระนครศรีอยุธยา นั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านใน ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง บุกอุ้มตัวนายปรีชาพาขึ้นรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์ ไม่ทราบทะเบียน โดยบอกเพียงว่าเกี่ยวพันคดีฆ่า สวป. แล้วขับหายไป ตอนแรกคิดว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบพาตัวไปสอบเพื่อหาข้อมูล แต่หลังจากรอจนกระทั่งถึงเช้าของวันใหม่ยังไม่เห็นสามีกลับบ้าน จึงเดินทางมาที่ สภ.อ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ตำรวจบอกว่าไม่รู้เรื่อง ทำให้รู้สึกตกใจ เพราะไม่ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวเป็นตำรวจหน่วยไหน เป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย และสามีมีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีได้อย่างไร


ที่ตั้งสวดบำเพ็ญกุศลศพ....ที่วัดเสนาสนาราม

ส่วนที่วัดเสนาสนาราม ต.หัวรอ อ.พระนครศรี- อยุธยา ซึ่งเป็นที่ตั้งสวดบำเพ็ญกุศลศพ พ.ต.ต.กิติศักดิ์บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ โดยนางบุญมี สถิตพานิช อายุ 77 ปี แม่ของ พ.ต.ต.กิติศักดิ์ ได้นำภาพถ่ายและผ้าเช็ดหน้าของลูกชายมากอดแน่นไว้กับอกยืนร้องห่มร้องไห้หน้าโลงศพลูกชายด้วยความเวทนา ปากก็พร่ำบ่นถึงลูกชายตลอดเวลา ภายหลังสงบสติอารมณ์นางบุญมีกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตอนที่ลูกชายอายุ 2 ขวบ ได้พาไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล จ.ตากจำได้ว่าลูกชายลืมรองเท้าไว้ในรถ อากาศร้อนจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าปูพื้นให้ลูกชายยืนแทนการใส่รองเท้า จนกระทั่งเวลาผ่านไปนานหลายปีลูกโตเป็นหนุ่ม รับราชการเป็นตำรวจ ก่อนลูกชายจะเสียชีวิตได้พาตนย้อนกลับไปเที่ยวที่เขื่อนภูมิพลอีกครั้ง ไม่คิดว่าลูกชายยังจำเหตุการณ์ในวัยเด็กได้ ล้วงผ้าเช็ดหน้ามาปูรองพื้นให้ตนเหยียบแล้วนำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเก็บติดตัวไว้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่คิดถึงแม่ก็จะนำผ้าเช็ดหน้าออกมาดม ขณะปฏิบัติหน้าที่ก็จะนำติดตัวไปตลอดเวลา ไม่คิดว่าเขาต้องมาจากไปในลักษณะเช่นนี้


พิธีพระราชทานเพลิงศพ

นางบุญมี แม่ที่เพิ่งสูญเสียลูกชายยังกล่าวอีกว่าอีก 2 วัน ก็จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพลูกชาย อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้ แต่ขออย่างเดียวอย่างจับแพะ ขอให้จับคนร้ายตัวจริง ไม่อยากมีเวรต่อกัน ยังเชื่อมั่นในตัว ผบ.ตร.ที่ให้คำมั่นใจว่าจะจับคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด ทราบว่าตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำแล้ว 2-3 คน หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุจุดธูปเทียนเซ่นไหว้ดวงวิญญาณขอให้ลูกไปสู่สุคติ "นอกจากนี้ยังได้ไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใน จ.พระนครศรีอยุธยา 9 วัด ช่วยดลบันดาลให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด" ส่วนที่ นรต.รุ่น 49ซึ่งเป็นเพื่อนของลูกชายอาสาจะเข้ามาร่วมคลี่คลายคดีนั้นต้องขอขอบใจทุกคนที่เป็นห่วง ยังเชื่อมั่นตำรวจที่ทำคดีอยู่ รู้สึกเห็นใจทุกคน ตนเองก็มีลูกชายเป็นตำรวจ 2 นาย ส่วนประเด็นที่มีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นไม่เชื่อว่าจะเป็นสาเหตุ ก่อนหน้านี้ลูกชายคบหากับเพื่อนสาวคนหนึ่งชื่อ จ๋า เคยพาไปเที่ยวที่บ้านแนะนำให้รู้จัก แต่ภายหลังฝ่ายหญิงไปมีแฟนใหม่ ลูกชายจึงหันไปคบหากับเพื่อนสาวคนใหม่ทราบว่าเป็นลูกเศรษฐีคนหนึ่ง ทางผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงก็ทราบเรื่อง ไม่คิดว่าจะเป็นชนวนเหตุ โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมามากกว่า


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์