คดีพลิก!หนุ่มใหญ่งัดคลิปโต้ใครผิด? ชี้แค่ตบถูกด่าบุพการีก่อน

29 พ.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคลิปชื่อ มึงจะเอาใช่มั๊ย!?
 
ซึ่งถูกโพสในแฟนเพจเฟซบุ๊กของ YouLike (คลิปเด็ด) ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ (27 พ.ค.) โดยเป็นภาพของชายวัยกลางคน กำลังลงมาจากรถและถามคู่กรณีที่เป็นผู้หญิงว่า “มึงจะเอาใช้มั๊ย” พร้อมทำร้ายร่างกายคู่กรณี จนถูกชาวเน็ตประณามนั้น

ล่าสุด ชายที่อยู่ในคลิปได้ออกมาโพสชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่ขึ้น
 
พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดความยาวประมาณ 4 นาที เป็นภาพเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ มาเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าตบคู่กรณีในคลิปจริง แต่ไม่ได้ต่อย ส่วนเสียงกรีดร้องนั้นเป็นการร้องที่เกินกว่าเหตุ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตนทำร้ายคู่กรณีหลายครั้ง ส่วนสาเหตุที่ตบคู่กรณีเพราะตนถูกด่าทอด้วยคำหยาบคาย และถูกต่อว่าถึงบุพการีจึงเกิดบันดาโทสะจนระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่

ข้อความที่ผู้ชายในคลิป มึงจะเอาใช่มั๊ย!? ออกมาโพสชี้แจง

ขอขอบคุณจากความอนุเคราะห์ที่เอื้อเฟื้อภาพให้ชี้แจง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 เวลา 14.37 น. ได้เกิดเหตุการณ์รถขูดกันที่ซอยพระรามเก้า 15 ผู้หญิงรถคันขาวได้ขับรถออกมาจากบ้านตามปกติ ไม่ได้ขับรถเร็วพุ่งอย่างที่คู่กรณีแจ้งก่อนหน้านี้ เพราะฝั่งตรงข้ามกับบ้านมีรถจอดเต็มข้างทาง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขับรถเร็ว และรถก็ขับเลี้ยวออกมาเต็มคันแล้วก็มาเจอรถกับคู่กรณีซึ่งจอดกินเลนส์พื้นที่ จนรถคันสีขาวก็พยายามเบือดไปทางซ้ายแล้ว

แต่รถคันเขียวก็ไม่ยอมขยับรถเข้าข้างซ้ายเลย ทั้งๆที่พื้นที่ทางด้านซ้ายของรถคันเขียวกว้างพอที่จะสามารถขยับได้ แต่ก็ไม่ขยับ ได้แต่จอดนิ่ง รถคันสีขาวก็ค่อยๆขับช้าจนรู้สึกว่ารถขูดกัน รถคันขาวจึงขับรถจอด (ดังที่เห็นใน CCTV) และลงมาจากรถเพื่อขอโทษ ยกมือขอโทษแล้ว และจะโทรเรียกประกันทางฝ่ายคู่กรณีก็ไม่ยอม จะไม่ยอมให้ฝ่ายหญิงไปรับลูก (ทางฝ่ายคู่กรณีแจ้งในYoulike ว่าเรียกสามีลงมานั้นไม่ใช่เลย เพราะบ้านกับที่เกิดเหตุอยู่ห่างกันแค่ 20 เมตรเท่านั้น


คดีพลิก!หนุ่มใหญ่งัดคลิปโต้ใครผิด? ชี้แค่ตบถูกด่าบุพการีก่อน

ทางฝ่ายผู้ชายได้ยินเสียงแตรรถจึงออกไปดูที่ระเบียงชั้น 2 เห็นภรรยากำลังยกมือไหว้ขอโทษคู่กรณีอยู่
 
แต่คู่กรณีไม่ยอม ฝ่ายผู้ชายจึงลงมาแล้วบอกว่าให้คุยกับประกัน อย่าไปเถียงกับคู่กรณีเพราะคงไม่ได้เรื่องแน่ ผู้ชายจึงบอกภรรยาว่าให้ไปรับลูกก่อนเดี๋ยวทางนี้จะคุยกับประกันให้เอง ฝ่ายคู่กรณีก็บอกว่าไม่ได้คนขับต้องอยู่ ฝ่ายผู้ชายบอกว่าภรรยาต้องไปรับลูก เดี๋ยวผมรับผิดชอบเองเพราะบ้านก็อยู่ตรงนี้ ไม่หนีไปไหน เดี๋ยวภรรยาไปรับลูกก็กลับมาบ้าน

ผู้ชายรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์จึงรอประกันมาคุยผู้ชายจึงตัดสินใจเดินไปทางด้านซ้ายของรถคันสีขาวเพื่อเอากรวยรถออก
 
เพื่อที่จะเอารถจอดข้างๆเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมหยุด และด่าเสียเทเสียและด่าล่วงเกินบุพการีของตน ฝ่ายผู้ชายจึงเกิดบันดาโทสะ และบอกให้คู่กรณีหยุดพูด หยุดด่าบุพการีได้แล้ว แต่ก็ไม่ยอมหยุด ผู้ชายจึงถามว่า...จะเอาใช่ไหม ผู้ชายลงมาจากรถ แล้วเงื้อมือจะตบแต่ลูกสาวคู่กรณีก็พุ่งเข้ามาที่ตัวผู้ชาย

ฝ่ายผู้ชายเห็นปฎิกิริยาเอฟเฟ๊กจากข้างๆจะเข้ามาทำร้ายจึงตบไป1 ทีเท่านั้น และคู่กรณีก็เข้ามาทำลายตน
 
ฝ่ายชายจึงผลักคู่กรณีออกไป แต่ฝ่ายชายไม่ได้ซ้ำเติมแต่อย่างใด และกลับขึ้นไปที่รถและจอดรถให้ชิดกับขอบทาง ฝ่ายคู่กรณีก็บังหน้ารถจะไม่ให้จอด ฝ่ายชายจอดรถเทียบท่าเท่าที่จอดได้และลงจากรถกลับมาที่บ้านของตัวเอง เพื่อรอประกันและตำรวจมา คู่กรณีก็ไม่ยอมลดละ ด่าฝ่ายชายหน้าบ้านตลอดเวลา หน้าตัวเมีย

จนถึงตำรวจมาก็เชิญให้ทั้งสองฝ่ายไปชี้แจงที่โรงพัก ผู้ชายยอมรับผิดทุกอย่างและชี้แจงกับฝ่ายตำรวจว่าตบจริงแต่ไม่ได้ต่อย และตบแค่ทีเดียว
 
(เสียงที่กรีดร้องเหมือนกับว่าโดนหลายทีนั้น ความจริงตบแค่ทีเดียวลูกสาวคู่กรณีก็ล้มลงแล้วกรีดร้องทำเหมือนกับว่าโดนหลายที) วันนั้นเองฝ่ายผู้ชายก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระราม9 ไว้เป็นหลักฐานให้กับตำรวจและภาพวิดีโอจาก CCTV นี้ด้วย แต่ด้วยกระแสทางโซเชียลเน็ตเวิร์คแรงมาก และเป็นกระแสสังคมในตอนนี้ จึงมีสายโทรเข้ามาจากรายการเช้านี้..ที่หมอชิด เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายผู้ชายจึงให้ความร่วมมือและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งหมด เมื่อบ่ายวันนี้เอง (สมใจทุกคนที่โพสข้อความด่า และได้ออกโทรทัศน์อย่างที่ทุกคนตั้งใจแล้วน่ะค่ะ)

ปล. คุณเอรี่ค่ะ ช่วงประมาณ 10 โมงกว่า คุณกับคุณแม่คุณ ไม่ต้องชะลอรถแล้วยิ้มเยาะเย้ยน่ะค่ะ

มันบ่งบอกถึงวุฒิภาวะในการกระทำของคุณเองค่ะ และที่กล่าวหาว่าทางฝ่ายชายบอกกับคุณนั้นว่าอย่ามาเดินในซอยนี้ให้เห็น สิ่งที่คุณทำพฤติกรรมแบบนั้น เป็นการโดนฝ่ายชายคุกคามตรงไหนมิทราบค่ะ มีแต่คุณกับแม่คุณที่ีไม่ยอมลดละวาศอกเลย ถ้าจะเอาผิดก็ว่าไปตามกฎหมายน่ะค่ะ อย่าเรียกร้องความสนใจแบบนี้เลยมันน่าเวทนาน่ะค่ะ



เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์