ตร.ปล้น3.5ล.ยัดข้อหาพัวพันยา

ตร.ปล้น3.5ล.ยัดข้อหาพัวพันยา


รื่องฉาวโฉ่วงการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อตำรวจตั้งแก๊งวางแผนปล้นทรัพย์จากนายสอนชัย ศรีหาราช อายุ 37 ปี 

ชาวเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ส.ป.ป.ลาว พนักงานการเงิน โรงเลื่อยภูหลวง แขวงคำม่วน ส.ป.ป.ลาว หลังจากนายชัยวัฒน์พล ศรีสมทรัพย์ อายุ 51 นักธุรกิจค้าไม้ ชาวกรุงเทพฯ โทรศัพท์มาแจ้งธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม 1 วันก่อนที่จะให้ลูกจ้างเดินทางมารับเงินสด 3.5 ล้านบาท

 ช่วงเย็นวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะนายสอนชัยกำลังขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน ภด 6688 คำม่วน (ทะเบียนรถยนต์ ส.ป.ป.ลาว) บนถนนสายนครพนม-ท่าอุเทน มุ่งหน้าไปยังสะพานข้ามแม่น้ำโขง เพื่อเดินทางกลับไปแขวงคำม่วน ระหว่างทางมีตำรวจทางหลวงขับรถยนต์ตำรวจทางหลวงมาสกัดโบกให้จอด

  ทันทีที่จอดรถพบเห็นตำรวจทางหลวง 1 นายลงจากรถยนต์แล้วเดินตรงมาขอตรวจเอกสารหนังสือผ่านแดน จึงส่งให้ตรวจ ระหว่างนั้นเห็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ได้สังเกตรุ่นสีหมายเลขทะเบียนขับมาจอดด้านหน้ารถยนต์ มีชายฉกรรจ์ 3 คนแต่งกายในเครื่องแบบครึ่งท่อนลงจากรถยนต์แล้วเดินมาล้อมรถยนต์ แล้วเคาะกระจก ซึ่ง 1 ใน 3 ชายฉกรรจ์ สอบถามหานายสอนชัย และสังเกตเห็นแฟ้มใส่เอกสารลักษณะใส บริเวณด้านหน้าแฟ้มมีเครื่องหมาย ป.ป.ส.

  "ชายฉกรรจ์ได้ถามหานายสอนชัย จนกระทั่งรู้ว่านายสอนชัยนั่งอยู่ด้านหน้าซ้ายทำหน้าที่ขับรถยนต์ จึงถูกดึงลงจากรถยนต์พร้อมกับกระเป๋าสะพายที่บรรจุเงิน ตอนนั้นทุกคนพยายามต่อสู้ป้องกันตัวแต่ชายฉกรรจ์ถลกเสื้อขึ้นแสดงให้เห็นว่ามีอาวุธปืน ทุกคนจึงหยุดแล้วนายสอนชัยก็ถูกนำตัวขึ้นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าไป" 1 ใน 3 ผู้เสียหายให้การ

  หลังเกิดเหตุไม่นานมากนัก นายสอนชัย ติดต่อมายังเพื่อนผู้เสียหายโดยบอกว่าถูกปล่อยตัวกลางทางแล้วเดินขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ก่อนที่จะเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม

  "หลังจากถูกดันขึ้นรถยนต์ฮอนด้า ชายฉกรรจ์พยายามเปิดแฟ้มเอกสารให้ดูโดยบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด พรรคพวกที่อยู่กรุงเทพฯ ถูกจับหมดแล้ว อีกทั้งพูดบังคับให้ยอมรับว่าพัวพันการค้ายาเสพติด ถ้าไม่ยอมรับจะยิงทิ้ง จากนั้นเปิดแฟ้มเอกสารให้ดู มองเห็นเอกสารเกี่ยวกับรายการบัญชีทางการเงินทั้งหมด ผมก็ปฏิเสธตลอด จนกระทั่งชายฉกรรจ์ขับรถยนต์ใช้เส้นทางออกนอกเมืองแล้วเลี้ยวเข้าเส้นทางที่เป็นป่าข้างทางประมาณ 10 กิโลเมตร จนกระทั่งมาจอดรถยนต์บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยนครพนม แล้วไล่ลงจากรถยนต์ ส่วนเงินสด 3.5 ล้านบาทถูกชายฉกรรจ์นำไปด้วย" นายสอนชัย กล่าว

 พล.ต.ต.ชำนาญ เครือบัว ผบก.สส.ภ.4, พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.จ.นครพนม, พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จ.นครพนม, พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.เมืองนครพนม, พ.ต.อ.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผกก.สส.ภ.จ.นครพนม, พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 ,พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 พร้อมชุดสืบสวนเร่งประชุมเพื่อคลี่คลายคดี

คำให้การของผู้เสียหายทั้งหมดถูกตรวจสอบอย่างละเอียด นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทุกจุดตามคำให้การของผู้เสียหาย โดยเริ่มจากจุดที่ถูกตำรวจทางหลวงเรียกให้หยุด ชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่าตำรวจทางหลวงที่เรียกรถยนต์ของผู้เสียหายให้หยุดคือ จ.ส.ต.เอกชัย สิงห์ทองไชย อายุ 35 ปี ตำรวจทางหลวงนครพนม จึงเชิญตัวมาสอบสวน

 จ.ส.ต.เอกชัย อ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เมื่อนายตำรวจระดับสูงลงมาคลี่คลายคดีแล้วตั้งข้อสังเกตว่า จ.ส.ต.เอกชัย เรียกรถยนต์ของผู้เสียหายให้หยุดแล้วขอตรวจเอกสารการข้ามแดน แล้วมีชายฉกรรจ์หรือคนร้ายก่อเหตุอุกอาจต่อหน้าทำไมไม่ตรวจสอบหรือช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งที่มีการต่อสู้กัน เพียงไม่นาน จ.ส.ต.เอกชัย ได้ซัดทอดว่าชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนคือ ด.ต.ชดาวุฒ นนท์คำวงค์ อายุ 39 ปี ด.ต.จำนงค์ รักษา อายุ 36 ปี ตำรวจทางหลวงนครพนม และ ด.ต.ณรงค์ บุญสินชัย อายุ 39 ปี ผบ.หมู่ ร้อย.ตชด.235 จ.นครพนม ร่วมกันก่อเหตุ โดยได้ข้อมูลของผู้เสียหายมาจาก นายภูวิศ มาตหลุบเลา อายุ 41 ปี พนักงานบริการลูกค้า ธนาคารกสิกรไทย สาขานครพนม

  "คดีนี้ นายภูวิศสังเกตเห็นว่า นายสอนชัย เดินทางข้ามมาเบิกเงินสดจำนวนหลายล้านบาทเป็นประจำ จึงเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมายค้ายาเสพติด จึงได้ไปปรึกษาเพื่อนตำรวจที่รู้จักกัน วางแผนก่อเหตุเป็นการฉวยโอกาส เพราะเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากธุรกิจมืด ผู้เสียหายจะไม่กล้าแจ้งความ จนกระทั่งมีการวางแผนลงมือปล้นชิงทรัพย์ และหลังเกิดเหตุนำเงินสดทั้งหมดไปไว้ที่ตู้ยามตำรวจทางหลวง แล้วเรียกนายภูวิศมารับไปเก็บไว้ โดยฝากไว้กับคนใกล้ชิด ตอนนี้ชุดสืบสวนติดตามเงินสดกลับคืนมาได้ครบแล้ว" พล.ต.ต.ชูรัตน์ กล่าว

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์