ฉลองกันใหญ่ 41ศพ

ฉลองปีใหม่ตายแล้ว 41 ศพ


วันแรกฉลองเทศกาลปีใหม่ผู้ใช้รถตายแล้ว 41 ศพ บาดเจ็บกว่าครึ่งพัน พระนครศรีอยุธยา ขึ้นนำก่อน4 ศพ สาเหตุหลักมาจากเมาเหล้า-ขับรถเร็ว-ขับตัดหน้ากระชั้นชิด ส่วนพาหนะยอดฮิตยังเป็น จยย.-ปิกอัพ-รถนั่งส่วนบุคคล

โดยช่วงเวลาเกิดเหตุบ่อยคือ 16.01-20.00 น. ด้านมท.2 เตือนประชาชนก่อนเดินทางต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหากไปเจอปัญหารถติดนาน ๆ ในสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์อาจเป็นอันตรายได้ ขณะที่รมว.สาธารณสุขย้ำให้พกบัตรทองติดตัวตลอดเวลา ถ้ามีเหตุฉุกเฉินโทรฯ แจ้ง 1669 ฟรีทั่วประเทศ

สถานการณ์อุบัติเหตุทางการจราจรในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ หรือ 7 วันอันตราย"ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 49 -3 ม.ค. 50 โดยที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. นายบัญญัติ จันทร์เสนะ รมช. มหาดไทย

ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงข่าว สถิติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของโครงการ 7 วันอันตราย พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 497 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 41 คน บาดเจ็บ 540 คน

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาสุรา ร้อยละ 34.41 และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 21.53 รวมทั้งขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 11.87 ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถ จยย. ร้อยละ 84.24 รองลงมาเป็นรถปิกอัพ ร้อยละ 7 และรถนั่งส่วนบุคคล ร้อยละ 3.31 อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในช่วงทางตรงของถนนนอกเขตทางหลวงแผ่นดิน ถึงร้อยละ 56.74 และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เวลา 16.01-20.00 น.


มหาดไทยกล่าวว่า จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ อยุธยา


รมช.มหาดไทยกล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ พระนครศรีอยุธยา 4 ศพ รองลงมาคือ นครศรีธรรมราชและสกล นคร มีผู้เสียชีวิตจังหวัดละ 3 ศพ ส่วนชลบุรี ปทุมธานี ตาก นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ร้อยเอ็ด สระแก้ว และกรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตจังหวัดละ 2 ศพ

ขณะที่กระบี่ ขอนแก่น ชุมพร เชียงราย นครราชสีมา บุรีรัมย์ พัทลุง ระยอง ราชบุรี ศรีสะเกษ สงขลา สมุทรปราการ สระบุรี สุราษฎร์ธานี และอุตรดิตถ์ มีผู้เสียชีวิตจังหวัดละ 1 ศพ นอกจากนี้มีจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย 50 จังหวัด

ส่วนจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่สงขลา 24 คน รองลงมาจังหวัดละ 20 คน ได้แก่ ชลบุรี ลำปาง และจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือสงขลา 19 ครั้ง รองลงมา คือ ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงราย และลำปาง และยังไม่มีอุบัติเหตุ 3 จังหวัด

ได้แก่ ปราจีนบุรี แม่ฮ่องสอน และยโสธร ทั้งนี้การเรียกตรวจตามมาตรการ "3ม 2ข 1ร" พบว่ามีการเรียกตรวจ 1,309,178 คัน พบการกระทำผิด และดำเนินคดี 30,023 ราย คิดเป็น ร้อยละ 2.29 โดยมีการทำผิดมากที่สุดจากการไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 48.71 รองลงมาคือเมาสุรา ร้อยละ 34.94 และขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ร้อยละ 12.74


สั่งการให้เข้มงวด การตรวจจับผู้ขี่ที่ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย


"ผมได้สั่งการพิเศษให้เข้มงวด การตรวจจับผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด และไม่สวมหมวกนิรภัย ส่วนการตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้สั่งการให้ ผวจ.ทุกจังหวัด เร่งตรวจสอบเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยง และประชาสัมพันธ์ผู้ใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และขอฝากเตือนประชาชนที่จะเดินทางกลับบ้าน ให้เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม ก่อนเดินทางให้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะหากพบกับสภาพจราจรที่หนาแน่นและต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติ หากร่างกายไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้" นายบัญญัติ กล่าว

ส่วนบรรยากาศปีใหม่ ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. เริ่มที่สถานีขนส่งหมอชิต 2กรุงเทพฯ มีประชาชนกว่าแสนคน เดินทางมายืนรอคิวซื้อตั๋วโดยสารเป็นแถวยาวเหยียด

และต้องใช้เวลายืนรอนับชั่วโมงกว่าจะได้ตั๋วรถเพื่อเดินทางกลับ ไปฉลองปีใหม่ในต่างจังหวัด บางครอบครัวถึงกับต้องนอนรอที่สนามหญ้าหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 เพื่อรอเวลาขึ้นรถ ทำให้ถนนทุกสายในย่าน หมอชิต 2 มีสภาพการจราจรติดขัดต่อเนื่องมาถึงถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก



ที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งบ้านเรือนร้านอาหารต่างประดับประดาด้วยดอกไม้ แสงไฟให้เข้ากับเทศกาล ส่วนที่สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งสถานีรถไฟ สถานีขนส่งอาเขต ต่างเนืองแน่นไปด้วยประชาชน

จนสายการบิน รถไฟ และรถทัวร์เต็มหมดทุกเที่ยว และมียอดจองตั๋วยาวไปจนถึงหลังปีใหม่ ด้านนายกองเอกวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รอง ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากกว่าปกติ เพราะเป็นช่วงของงานมหกรรมพืชสวนโลกฯ

อีกทั้งมีอากาศที่หนาวเย็นส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทางจังหวัดได้ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุไม่ให้มีผู้เสียชีวิตเกิน 14 คน บาดเจ็บไม่เกิน 158 คน และจำนวนครั้งในการเกิดอุบัติเหตุไม่เกิน 140 ครั้ง

ขณะที่นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งเชียงใหม่กล่าวว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ จะมีรถทัวร์เข้าสู่สถานีขนส่ง อาเขตถึงวันละ 750 เที่ยว และคาดว่าจะมีผู้โดยสาร มาใช้บริการตลอดช่วงปีใหม่ กว่า 3 แสนคน

ที่ จ.สระบุรี มีรถทัวร์ชนกับรถปิกอัพและรถเก๋ง 6 คันรวด บนถนนพหลโยธิน ช่วงกม.ที่ 103-104 ต.ปากข้าวสาร อ.เมืองสระบุรี

โดยคู่กรณีเป็นรถทัวร์ปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ ทะเบียน 10-4420 นครราชสีมา ชนอัดท้ายรถเก๋งโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กข 4542 กรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดการชนท้ายต่อเนื่องกันอีก 4 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซสีขาว ทะเบียน ศฮ 8324 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งนิสสัน สีเทา ทะเบียน ข 2448 กรุงเทพมหานคร รถปิกอัพมาสด้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บย4852 นครปฐม และรถกู้ชีพของ รพ.วิหารแดง จ.สระบุรี (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน)

ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย และการจราจรติดขัดเกือบครึ่งชั่วโมง


พ.ต.ท.ชวลิต ไปตรวจสอบอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกสะพัง


ที่ จ.นครปฐม พ.ต.ท.ชวลิต เปียแก้ว สารวัตรเวร สภ.อ.กำแพงแสน ไปตรวจสอบอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกสะพัง ถนนพลดำริห์ หมู่ 6 ต. บางเลน พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 97-6017 กรุงเทพมหานคร ตัวพ่วงทะเบียน 38-7529 นครปฐม ซึ่งบรรทุกทรายมาเต็มคันรถ ชนกับรถกระบะมิตซูบิชิ สตราดา สีแดง ทะเบียน บธ 5160 ระยอง

โดยมีผู้เสียชีวิต 4 ราย นอนเกลื่อนอยู่กลางถนน ทราบชื่อคือนายสำเนา กระต่าย อายุ 38 ปี น.ส.วันทนา เทียมมล อายุ 29 ปี และอีก 2 ศพเป็นเด็กชายและเด็กหญิง ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 8 ขวบ พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ส่วนคนขับรถพ่วงเผ่นหนีไป

ที่ จ.เพชรบุรี มีอุบัติเหตุบริเวณจุดกลับ รถบนถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ท้องที่หมู่ 6 ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ เป็นรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 6 ฌ-2276 กรุงเทพมหานคร ชนอัดก๊อบปี้ติดอยู่กับรถบรรทุก 6 ล้ออีซูซุ ซึ่งบรรทุกหมูมาเต็มคัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถตู้ 12 คน เป็นชาย 2 คนหญิง 10 คน


แพทย์มงคล ในฐานะประธาน เผยว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่


ด้านนายแพทย์มงคล ณ สงขลา รมว. สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ เป็นช่วงที่มีการเดินทางไปท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติตามสถานที่ต่าง ๆ

จึงขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พกบัตรทองประจำตัว หากมีเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ โทรฯ แจ้งที่ 1669 ฟรีทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือภายใน 30 นาที และหากประสบอุบัติเหตุหรือป่วยฉุกเฉิน ผู้ถือบัตรทองสามารถเข้ารักษาพยาบาลในหน่วยบริการใกล้เคียงที่ไหนก็ได้ทั้งที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ได้

ขณะที่ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวในเรื่องเดียวกันว่ากรณีรับบริการใน รพ.เอกชน ที่ไม่ได้ร่วมโครงการฯสามารถให้บริการได้เช่นกัน

ซึ่งโรงพยาบาลสามารถแจ้งค่าบริการให้ญาติทราบก่อน หากเป็นกรณีที่อาจเป็น อันตรายถึงชีวิต โรงพยาบาลต้องให้การดูแลรักษาโดยทันที ผู้ถือบัตรทองและญาติตลอดจนหน่วยบริการต่าง ๆ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนบัตรทองหมายเลข 1330 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตลอด 24 ชั่วโมง.

ขอขอบคุณ


ข้อมูลที่มีคุณภาพ
จาก หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์