แฉ เด็กลอยล่อง ตามร้านเกม-ผับอื้อ

ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าทั้งยาเสพติด-เพศ-เครียด นายกฯย้ำเร่งแก้ปัญหา ครอบครัวควรให้เวลาแก่บุตรหลานอย่างพอเพียง ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก.... 

เวทีนำเสนอผลงานวิจัยและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ Child Watch : กรุงเทพฯและปริมณฑล

จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยโครงการ Child Watch รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์นวัตกรรมเด็กด้อยโอกาส คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้านักวิจัยทีมภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล เปิดเผยว่า เด็กไทยมีประมาณ 12 ล้านคน มี 9-10 ล้านคน อยู่ในระบบการศึกษา ที่เหลืออีก 2-3 ล้านคน ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา โดยอยู่สถานพินิจฯประมาณ 5 หมื่นคน งานวิจัยชิ้นหนึ่งเรื่อง "เด็กลอยล่อง" สะท้อนให้เห็นว่าเด็กอายุ 14-21 ปี ลอยล่องอยู่ตามร้านเกม ผับ คอสะพานจำนวนมาก ตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสาม ไม่เข้าใจว่าร้านเหล่านั้นเปิด 24 ชั่วโมงได้อย่างไร อีกกลุ่มคือ ลูกแรงงานต่างด้าวที่มีมากขึ้น รวมถึงกลุ่มที่อพยพย้ายถิ่นเป็นลูกกรรมกรที่เข้ามาทำงาน เด็กเหล่านี้จะจัดการอย่างไร เพราะหากเด็กไม่ได้รับการศึกษา เขาจะเป็นอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ช่วยกันดูแลแก้ปัญหาเรื่องนี้ 

พ.ต.อ.ดร.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล รองหัวหน้านักวิจัยทีมภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล กล่าวว่า จากการวิจัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลปี 2551-2552

พบว่า เด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลยังมีปัจจัยเสี่ยงสูงในด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านสุขภาพจิต ที่มีอาการเครียดจนนอนไม่หลับหรือปวดท้อง การเห็นผู้ใหญ่ทุจริตคดโกงมากขึ้นพุ่งพรวด พฤติกรรมการเล่นเกม ยอมรับการอยู่ ก่อนแต่ง การเข้าสถานพินิจฯ ดื่มเหล้า ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ที่ล้วนมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นจนน่าห่วง ทั้งนี้ ครอบครัวควรให้เวลาแก่บุตรหลานอย่างพอเพียง ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก โรงเรียนควรจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองเด็กเป็นรายบุคคล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องร่วมจัดกิจกรรมลดปัจจัยเสี่ยงต่อเด็กมากขึ้น.


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์