สุดชั่ว สวนสัตว์มนุษย์ หากินกับกระเหรี่ยง

องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลร้องตร.เชียงใหม่


ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวนำกะเหรี่ยงคอยาวมาเปิดเป็นสวนสัตว์มนุษย์ให้ฝรั่งนักท่องเที่ยวดู ผบช.ภาค 5 สั่งตรวจสอบแล้วดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากชาวต่างประเทศ เจ้าหน้าที่องค์กรอิสระเกี่ยวกับมนุษยชน ว่า มีผู้ประกอบการธุรกิจของไทยนำชาวเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว มาหากินในรูปแบบคล้ายกับสวนสัตว์มนุษย์ โดยจัดสร้างเป็นสถานที่สร้างบ้านและให้กะเหรี่ยงคอยาวเข้ามาอยู่อาศัย และเก็บเงินค่าผ่านเข้าชมวิถีชีวิตของกะเหรี่ยงคอยาว เก็บรายหัวคนละ 250-500 บาท โดยผู้ประกอบการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายไทย นำกะเหรี่ยงคอยาวมาอยู่เพื่อหวังผลประโยชน์ในลักษณะผิดประเภท นักท่องเที่ยวหลายคนไปเที่ยวชมแล้วต่างร้องเรียนไปยังหน่วยงานและองค์กรเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนสากลหลายแห่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า


สำหรับจุดที่ถูกร้องเรียนว่านำกะเหรี่ยงคอยาวมาแสวงหาประโยชน์ในเชิงธุรกิจ มีที่อ.เชียงดาว อ.แม่แตง และอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนเข้าร้องเรียนต่อพ.ต.อ.ชำนาญ รวดเร็ว รองผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ตรวจสอบ จากนั้น พ.ต.อ.ชำนาญรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ต่อมา พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.จิรุจจ์ พรหโมบล ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการด่วน หากพบว่ามีการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

จากนั้น พ.ต.อ.ชำนาญนำกำลังตำรวจสภ.อ.แม่ริม และสภ.อ.แม่แตง เข้าตรวจสอบพบว่า


มีการนำกะเหรี่ยงคอยาวมาจัดแสดงตามจุดต่างๆ จริง โดยที่อ.แม่ริม มีผู้ประกอบการเช่าที่ดินของชาวบ้าน นำกะเหรี่ยงคอยาวสัญชาติพม่า 16 คนมาทำประโยชน์ อ้างว่าได้รับใบอนุญาตทำงานเกษตรเพาะปลูกจากจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ แต่ผู้ประกอบการได้จัดให้มีการแสดงโชว์ของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งผิดจากที่ระบุในใบอนุญาต และเก็บเงินค่าชมจากนักท่องเที่ยว ส่วนที่อ.แม่แตง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ที่บ้านห้วยชมพู หมู่ 8 ต.แม่แตง มีกะเหรี่ยงคอยาว 7 ครอบครัว จำนวน 15 คน มาขึ้นทะเบียนขออนุญาตทำงาน ในที่ดิน 1 ไร่เศษ โดยผู้ประกอบการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและเก็บเงิน สถานที่ทั้งสองแห่งจึงมีความผิดตามกฎหมายฐานให้คนต่างด้าวทำงานผิดจากเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.ชำนาญ กล่าวว่า


ขณะนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวบางแห่ง นำกะเหรี่ยงคอยาวมาหากิน โดยอ้างว่าเป็นการขายศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตกะเหรี่ยงคอยาว ส่วนจะผิดกฎหมายข้อใดนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งเรื่องกฎหมายป่าสงวน กฎหมายการจัดหาแรงงาน กฎหมายบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ล่าสุดผู้ประกอบการที่อ.เชียงดาว และอ.แม่แตง รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบเลยไหวตัวนำกะเหรี่ยงคอยาวกลับไปอยู่ที่อ.แม่อาย และปิดกิจการไปแล้ว ส่วนที่อ.แม่ริมยังคงดำเนินการต่อไป มีกะเหรี่ยงคอยาวทั้งหมด 16 คน ซึ่งมาจากอ.แม่อาย

ทางด้านบริษัททัวร์ในจ.เชียงใหม่รายหนึ่ง เปิดเผยว่า


บริษัทได้รับแผ่นพับของผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับกะเหรี่ยงคอยาว และทางเว็บไซต์ www.baantongluang.com ที่เผยแพร่ไปทั่วโลก ลงทุนในการสร้างบ้านให้กับกะเหรี่ยงคอยาวนับล้านบาท โดยก่อนหน้านั้นเปิดให้เข้าชมฟรีเพื่อโปรโมต และเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาเริ่มเก็บเงินค่าเข้าชม หากมาเที่ยวตามลำพังคิดค่าดูคนละ 500 บาท หากมาเป็นคณะทัวร์คิดค่าดูคนละ 300 บาท คล้ายๆ กับสวนสัตว์เก็บเงินค่าเข้าชมสัตว์ แต่นี่เป็นมนุษย์ นักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อมาเห็นถึงกับส่ายหน้าที่เอามนุษย์มาเป็นสินค้าเช่นนี้ และมีบางแห่งนำเอาชาวเผ่าม้ง ลีซอ มาสวมห่วงเหล็กที่คอเพื่อหลอกนักท่องเที่ยวว่าเป็นกะเหรี่ยงคอยาว ซึ่งรู้กันระหว่างผู้ประกอบการกับบริษัททัวร์

แหล่งที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์