ล่าต้นตอ-เก๋งแดวู เจออีก1มีสี พัวพันเสธคนดัง

เป็นฝ่ายจัดหารถ พี่ชายร.ท.ร่วมโต้ ยันน้องเชียร์แม้ว เมียตั้ง3ทนายสู้


ตร.สอบบี้ล่าต้นตอรถเก๋ง"แดวู"พาหนะบรรทุกระเบิดมุ่งสังหารแม้ว แกะรอยพบ"เสธ."คนดังเข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดหาด้วย เตรียมเรียกสอบเจ้าของผู้ครอบครองอีกชั้นหลังปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึด เจออีก 1 คน มีสีร่วมขบวนการ ด้านพี่ชายร.ท.โชเฟอร์ขับรถบึ้มรุดเยี่ยม ไม่เชื่อน้องชายจะสังหารนายกฯ เพราะที่ผ่านมาอยู่คนละข้างกับฝ่ายพันธมิตรฯมาตลอด เมียก็เข้าเยี่ยมให้เซ็นเอกสารแต่งตั้งทนาย เตรียมขอยื่นประกันวันนี้ ปชป.ได้ทีเย้ย "มาร์ค"ท้าลั่น"แม้ว"ถ้ารู้ว่าใครร่วมขบวนการต้องสั่งจับทันที

พี่ชายรุดเยี่ยม-ขอยื่นประกัน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 ส.ค. ที่กองปราบปราม จ.ส.อ.อิทธิพล กลิ่นชะนะ ทหารสังกัดจังหวัดทหารบก จ.ราชบุรี จากค่ายภาณุรังษี เดินทางเข้าเยี่ยมร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ น้องชายที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง เดินทางเข้าเยี่ยมยังห้องคุมขังกองปราบปราม โดยนำข้าวมันไก่ 1 ห่อมาเข้าเยี่ยมด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำห้องขังไม่อนุญาต เนื่องจากเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ห้ามนำอาหารให้กับผู้ต้องหาอย่างเด็ดขาด จึงได้เข้าเยี่ยมพูดคุยกันภายในห้องขังเพียง 5 นาทีจึงเดินทางกลับ

จ.ส.อ.อิทธิพลกล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมว่า จากที่ได้พูดคุยกับน้องชายอยู่เพียงไม่กี่นาที พบว่าเขายังปกติดี และให้ไปบอกให้ทุกคนทราบว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้ตนและญาติได้เตรียมเอกสารและหลักทรัพย์เพื่อยื่นขอประกันตัวต่อศาลในวันที่ 28 ส.ค. สำหรับผู้บังคับบัญชาของน้องชาย หรือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ยังไม่มีใครยื่นมือให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด

เผยน้องชายชื่นชอบ"ทักษิณ"

จ.ส.อ.อิทธิพลกล่าวต่อว่า ตนไม่เชื่อว่าน้องชายทำจริง เพราะน้องชายเป็นคนดี ขณะนี้ยังไม่มีเวลาระบายความในใจหรือพูดคุยอะไรให้ตนฟังได้มากนัก เพราะถูกจำกัดเวลาเข้าเยี่ยมและได้แค่ยืนคุยกันห่างๆ โดยเจ้าหน้าที่เข้มงวดมาก แม้อาหารการกิน โดยตนซื้อข้าวมันไก่มาให้น้องชาย ก็ยังถูกห้ามเยี่ยม โดยให้กินอาหารเฉพาะที่กองปราบปรามจัดให้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เตรียมที่จะสู้คดีให้กับน้องชายอย่างไร จ.ส.อ.อิทธิพลกล่าวว่า ตนเชื่อว่าที่น้องชายพูดไปนั้นเป็นความจริง 90 เปอร์เซ็นต์ ที่ว่าเพื่อนจ้างวานให้ไปเอารถแดวูคันดังกล่าว แต่พอขึ้นรถก็ถูกตำรวจจับ โดยยังไม่ทันได้ขับออกไป โดยน้องชายตนไม่รู้เรื่องว่ามีวัตถุระเบิดซุกซ่อนไว้ในรถ

"ความจริงผมอยากให้ย้ายน้องไปอยู่ในความควบคุมของทหาร เพราะเชื่อมั่นในความเป็นกลางมากกว่า และโดยปกติน้องชายเป็นคนชื่นชอบพ.ต.ท.ทักษิณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลาพูดคุยกันเรื่องการเมืองภายในครอบครัว น้องชายมักจะไม่พอใจกับพวกที่ต่อต้านระบอบทักษิณ จึงไม่น่าเชื่อว่าจะก่อเหตุลอบสังหารนายกฯ ตามที่ถูกกล่าวหา" จ.ส.อ.อิทธพลกล่าว


"อชิรวิทย์"เตือนอย่าเพิ่งวิจารณ์


ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมายังกองปราบปราม เพื่อรุดดูความคืบหน้าของเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวว่า จากการสอบสวนในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลใดเพิ่มเติม ต้องรอชุดทำงานของเจ้าหน้าที่ที่แบ่งงานกันทำ จากตำรวจสอบสวนกลาง นครบาล และส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นำเข้ามารวบรวมและสรุปความคืบหน้าในช่วงเย็น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร.ท.ธวัชชัยเพียงข้อหาเดียวคือ มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง ส่วนจะมีประเด็นใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ต้องรอให้ชุดทำงานนำกลับเข้ามาสรุปให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

พล.ต.ท.อชิรวิทย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนที่ตั้งขึ้นเป็นคณะทำงาน ได้ให้สิทธิกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งการเข้าเยี่ยม และเรื่องอื่นๆ อย่างเต็มที่ จึงขอร้องสาธารณชน หรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเรียนตามตรงว่า ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการคดีนี้ไปด้วยความยุติธรรม ซึ่งปรากฏตามข้อเท็จจริงไปแล้วว่าในวันเกิดเหตุมีการพบวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองจริง แต่ส่วนจะเตรียมการจะทำอะไรต่อไปหรือไม่นั้น ขอให้ทางพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนดำเนินการต่อไปอีกระยะหนึ่ง คงจะได้ข้อสรุปต่อไป

เมียรุดเยี่ยม-ให้เซ็นเอกสาร

ต่อมาเวลา 16.00 น. นางสังวรณ์ กลิ่นชะนะ ภรรยาร.ท.ธวัชชัย พร้อมญาติ 4 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อขอเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา แต่ระหว่างนั้นพล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผบช.ก. พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รองผบช.น. ได้เบิกตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติม หลังจากนั้นจึงนำกลับมายังห้องควบคุมผู้ต้องหา นางสังวรณ์จึงได้เข้าเยี่ยมสามี โดยได้นำอาหารและผลไม้ติดมือมาด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ร.ท.ธวัชชัย รับประทานเช่นเดิม อ้างแต่เพียงว่า อาหารที่ตำรวจจัดให้ดีอยู่แล้ว นอกจากนี้นางสังวรณ์ได้นำเอกสารตั้งทนายความเพื่อสู้คดี ให้ร.ท.ธวัชชัยเซ็นด้วย เพื่อให้ทนายความดำเนินการขอประกันตัวต่อศาลทหารในวันที่ 28 ส.ค.นี้ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น

ป.ตรวจสอบวิดีโอตอนจับกุม

ด้านความคืบหน้าในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่เกิดเหตุ และมีโอกาสสัมผัสกับของกลางทุกรายการ มาสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยพนักงานสอบสวนได้พิมพ์ลายนิ้วมือของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏอยู่ตามวัตถุพยานทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ของกลาง ตัววัตถุระเบิดและอุปกรณ์ประกอบ เช่น แกลลอนน้ำมัน ทั้งนี้ก็เพื่อตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของบุคคลอื่น ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการประกอบระเบิดชุดดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดียังได้นำเทปบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ได้บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้มาตรวจวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของกลุ่มคนร้าย ซึ่งภาพที่ปรากฏอยู่ภายในม้วนเทปดังกล่าวปรากฏภาพเหตุการณ์ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ชุดแรกได้เข้าตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อแดวูต้องสงสัย จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ร.ท.ธวัชชัยถูกเข้าจับกุม เนื่องจากพบวัตถุระเบิดอยู่ภายในรถยนต์ของกลาง


ตร.สนใจภาพวิดีโอไทยมุง


ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นอกจากเทปบันทึกภาพจะปรากฏเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีภาพบรรยากาศของสถานที่เกิดเหตุ รวมทั้งภาพของบุคคลและไทยมุงที่อยู่ใกล้เคียงและบริเวณรอบๆ จุดเกิดเหตุอีกด้วย ซึ่งภาพที่ปรากฏในส่วนนี้ชุดคลี่คลายคดีได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยมอบหมายให้พนักงานสอบสวนพิจารณากลับไปกลับมาหลายครั้งแล้ว เนื่องจากเป็นภาพถ่ายที่ผู้ถูกถ่ายไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะปรากฏภาพของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหา และกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ลอบสังหารในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ชุดพนักงานสอบสวนของคดี นำโดยพล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รองผบช.น. พ.ต.อ.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบก.ป. พ.ต.อ.รุจิรัตน์ หลุ่มบุญเรือง รองผบก.ป. ได้สั่งการให้ชุดสอบสวนออกหาข้อมูลตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ต้องหาจะเดินทางไป ตั้งแต่เวลา 05.45 น.หลังจากออกจากสวนรื่นฤดี ซึ่งพนักงานสอบสวนคาดว่าจะต้องมีจุดที่ร.ท.ธวัชชัยเดินทางไปอีกหลายแห่ง ซึ่งอยู่ในระหว่างหาพยานรู้เห็น ซึ่งพนักงานสอบสวนที่เดินทางไปสุ่มหาข้อมูล มีทั้งรูปถ่ายของ ร.ท.ธวัชชัยและรถแดวูคันที่ใช้บรรทุกระเบิดด้วย

สอบที่มารถแดวู-โยงเสธ.ดัง

ส่วนการตรวจสอบรถแดวู สีเทา พาหนะในการบรรทุกระเบิด ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามกลุ่มผู้ต้องหา ล่าสุดชุดพนักงานสอบสวนตรวจสอบพบว่ารถคันนี้มีผู้เช่าซื้อไปแล้วหลบหนีไฟแนนซ์ไม่ยอมผ่อนชำระเงินต่อ ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวผู้ครอบครองตามทะเบียนมาสอบสวนอย่างเร่งด่วน เพื่อคลี่คลายประเด็นของพาหนะสังหารว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยเป้าหมายที่ชุดสืบสวนมีชื่ออยู่หรือไม่

ด้านชุดสืบสวน นำโดยพล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง รองผบช.ก. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.ป. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนกองปราบปราม เข้าตรวจสอบกลุ่มบุคคลใกล้ชิดกับร.ท.ธวัชชัย ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญการทำระเบิด โดยชุดสืบสวนพบว่ามีทหารยศ "จ่า" จำนวน 2 นาย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเคลื่อนไหว ทั้งช่วงก่อนจนถึงหลังเกิดเหตุว่ามีความเกี่ยวพันกันหรือไม่

ส่วนชุดสืบสวนอีกชุดนำโดย พ.ต.อ.ปรีชา ธิมามนตรี รองผบก.ศส.บช.น. ได้ส่งชุดสืบสวนนครบาลเข้าตรวจสอบหาข่าวจากกลุ่มบุคคลมีสีที่กว้างขวางในการคุมสถานบริการ และการทวงหนี้นอกระบบ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องการประดิษฐ์ระเบิด และเคยมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเกิดระเบิดหลายครั้ง ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและปริมณฑล ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ว่ามีกลุ่มใดมีพิรุธ น่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของร.ท.ธวัชชัยหรือไม่

แฉเชื่อมโยงทหารในกอ.รมน.

รายงานข่าวเปิดเผยว่าจากการสืบสวนสอบสวนในส่วนของรถแดวูนั้น มีข้อมูลเชื่อมโยงถึงเสธ.คนดังอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดหารถ ซึ่งก่อนหน้านี้เสธ.คนดังกล่าว มักจะใช้รถยี่ห้อแดวูในการกระทำเรื่องลับๆอยู่เป็นประจำ และเชื่อว่าในชั้นนี้เสธ.คนดังรายนี้น่าจะมาเกี่ยวข้องในการจัดหารถ แต่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการจัดทำระเบิด

ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำระเบิดนั้น ในชั้นนี้การสืบสวนพบผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย คือ 1.พล.ต."ส"นายทหารนอกราชการ ทำหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งความเคลื่อนไหวของเป้าหมาย 2.พ.อ."ส"สังกัด กอ.รมน. คาดว่าทำหน้าที่กดรีโมต แต่เกิดความผิดพลาด ทำให้ระเบิดไม่ทำงาน 3.พ.ท."ม"สังกัดกอ.รมน.เป็นผู้จัดหาระเบิด ตระเตรียมการ และ 4.ร.ท.ธวัชชัย ทำหน้าที่ขับรถไปไว้ในจุดสังหาร และเมื่อเกิดผิดแผน จึงเข้าไปนำรถกลับออกมา จนถูกจับกุมในที่สุด


"แม้ว"ดอดออกรอบกับ"สุริยะ"


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านพักซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ได้รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ โดยอำนวยความสะดวก และตรวจสอบรถยนต์ที่เดินทางเข้า-ออกในบริเวณดังกล่าว สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางออกจากบ้านพักตั้งแต่เวลา 09.00 น.โดยปิดเป็นความลับว่าเดินทางไปที่ใด เพื่อไม่ให้ใครติดตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อผู้สื่อข่าวได้ตามขบวนออกไปทีมงานของนายกฯ ได้หลอกล่อจนไม่สามารถตามขบวนทัน และไม่รู้ว่านายกฯออกไปด้วยหรือไม่ เพราะไม่เห็นรถประจำตำแหน่ง เมื่อสอบถามไปยังนายตำรวจรักษาความปลอดภัย ก็ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถบอกได้ การรักษาความปลอดภัยให้กับนายกฯ ทางดีที่สุดคือการไม่บอกว่าไปไหน อย่างไรก็ตาม มาทราบภายหลังว่านายกฯ ได้เดินทางไปออกรอบตีกอล์ฟกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรคไทยรักไทย ที่สนามกอล์ฟอมตะสปริง คันทรี คลับ จ.ชลบุรี ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ของนายวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจในพื้นที่ได้รับแจ้งให้เคลียร์พื้นที่ตั้งแต่เวลา 08.30 น.เพื่อความปลอดภัย สำหรับรถที่จะเข้าสนามกอล์ฟตำรวจได้ตรวจละเอียดทุกคัน พร้อมทั้งเปิดกระโปรงรถตรวจด้วย แม้สนามกอล์ฟดังกล่าวจะเป็นสนามที่ให้สมาชิกเข้าไปใช้บริการได้เท่านั้นก็ตาม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 ไปเฝ้าดูแลอยู่ด้านหน้าสนามกอล์ฟด้วย แต่ไม่มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่อารักขา เนื่องจากนายกฯ ต้องการเดินทางไปเป็นการส่วนตัว และไม่ต้องการให้ใครทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พ.ต.ท.ทักษิณตีมายังหลุมที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้าสนามกอล์ฟ ได้มีการสั่งให้ส่วนล่วงหน้าได้ขับรถมาประจำตำแหน่งตรงบริเวณใกล้กับประตูเพื่ออารักขาเป็นพิเศษด้วย ทั้งนี้มีรายงานว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พ.ต.ท.ทักษิณได้นัดผู้นำเหล่าทัพออกรอบตีกอล์ฟ ที่สนามกอล์ฟภูตาหลวง จ.ระยอง แต่ในวันที่ 27 ส.ค.ผู้นำเหล่าทัพต้องไปร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พ.อ.สุทธิศักดิ์ ประเสริฐศรี ผบ.ฉก.1 ยะลา ที่เสียชีวิตจากระเบิดของผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ จึงทำให้การนัดหมายออกรอบตีกอล์ฟต้องเคลื่อนออกไป

โพลชี้คนเชื่อสร้างสถานการณ์

วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยกรุงเทพ โพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,174 คน เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไรกับเรื่องคาร์บอมบ์" พบว่าประชาชนร้อยละ 85.5 ให้ความสนใจติดตามข่าวเรื่องคาร์บอมบ์ ร้อยละ 14.2 ไม่สนใจติดตาม และมีเพียงร้อยละ 20.5 ที่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการมุ่งร้ายต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะที่ร้อยละ 49.8 เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตหรือไม่นั้น เสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 56.7 เห็นว่าไม่ส่งผลกระทบ ร้อยละ 43.3 เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้รู้สึกว่ามีความปลอดภัยในชีวิตน้อยลง ส่วนผู้ที่ประชาชนเห็นว่าน่าเห็นใจที่สุดจากเรื่องที่เกิดขึ้น อันดับที่ 1 พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ร้อยละ 22.7 อันดับที่ 2 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 20.3 อันดับที่ 3 ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ร้อยละ 12.1 อันดับที่ 4 ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ ร้อยละ 11.8 นอกจากนี้ร้อยละ 33.1 เห็นว่าไม่มีใครน่าเห็นใจเลย ส่วนเรื่องนี้ส่งผลต่อคะแนนนิยมในตัว พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่นั้น ร้อยละ 47.5 เห็นว่าไม่ส่งผลต่อคะแนนนิยม ร้อยละ 27 เห็นว่าส่งผลให้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น และร้อยละ 25.5 เห็นว่าส่งผลให้คะแนนนิยมลดลง


"มาร์ค"ให้"แม้ว"ระวังคำพูด


เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หมอชิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณพูดกับสมาชิกพรรค ระบุการหาเสียงส่วนใหญ่จะหาเสียงผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ และระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากเกรงมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย หลังมีเหตุการณ์ลอบสังหารว่า เวลานี้อย่าเพิ่งพูดอะไรไกลเกินไป รอให้เจ้าหน้าที่สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

"รัฐบาลควรระมัดระวังการพูดอะไรที่เกินเลย เพราะอาจส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ และอาจกระทบปัญหาในสังคมที่มีความแตกแยกอยู่แล้ว ควรให้ข้อเท็จจริงออกมาก่อน ยกตัวอย่าง ที่มีการพูดว่าอานุภาพของระเบิดมีรัศมีไกลเกิน 1 กิโลเมตร ทั้งที่ความเป็นจริงเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในต่างประเทศ น้ำหนักระเบิดขนาดนี้มีรัศมีไม่กี่เมตร แต่ไปพูดให้ตกใจ ประชาชนหวั่นไหว โดยเฉพาะมาตรการในวันเกิดเหตุ ระหว่างการเก็บกู้ระเบิด ไม่มีการอพยพคนออกจากพื้นที่อย่างชัดเจน ดังนั้น อย่าเอาเรื่องอย่างนี้มาเป็นปัญหา เพื่อเอาไปขยายผล จะกลายเป็นปัญหาการเมือง สังคมภาพลักษณ์ของประเทศ ควรให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง" นายอภิสิทธิ์กล่าว

จี้ให้จับ 4 ทหาร-ถ้ารู้ทำจริง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เรื่องนี้ควรให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่าชี้นำ จำได้ว่าก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์เครื่องบินของบริษัทการบินไทย ระเบิด ก็มีคนในรัฐบาลพูดชี้นำว่า เป็นการลอบสังหารนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อผลการสอบสวนออกมาว่าสาเหตุแท้จริงคือ เปิดเครื่องเปิดแอร์แล้วถังน้ำมันระเบิด แต่ไม่เคยนำความจริงข้อนี้มาบอกกับสาธารณชน ดังนั้น เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนนำมาตั้งสติได้ว่าเป็นเรื่องไม่น่าตระหนกตกใจ

ส่วนที่นายกฯ ระบุมีนายทหาร 4 คนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบสังหารนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นายกฯ พูดด้วยความมั่นใจว่า มีทหาร 4 นายมุ่งลอบสังหาร ถ้ารู้ต้องจับกุมเลย แต่ถ้าพูดเฉยๆจะเป็นปัญหาความขัดแย้ง ในการแสดงความเห็นถ้าไม่พยายามเอามาเป็นประเด็นการเมืองเรื่องก็เป็นปกติ อยากเห็นบ้านเมืองเข้าสู่ความสงบสุข ต้องการให้ทุกคนอยู่บนพื้นฐานความจริง อย่างเช่นการพูดเรื่องรัศมีระเบิดพูดออกมาเพื่ออะไรถ้าไม่พูดออกมาตามความเป็นจริง เมื่อถามว่าทีมสอบสวนของตำรวจได้ตัดประเด็นการสร้างสถานการณ์ออกไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณา

"องอาจ"อ้างคนไม่เชื่อ"แม้ว"

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า รัฐบาลจะต้องสืบสวนสอบสวนกรณีข่าวการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ และค้นหาให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง เพราะถ้าสามารถค้นหาได้ ว่าเบื้องหลังคืออะไรก็จะไม่เป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ดีเกิดการวิพากษ์วิจารณ์และมีความเชื่อว่ามีการสร้างสถานการณ์จาก 2 สาเหตุคือ 1.เมื่อดูจากองค์ประกอบต่างๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะรู้ว่าน่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ และ 2.ประชาชนขาดความเชื่อถือพ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาล จึงทำให้ประชาชนไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง

นายองอาจกล่าวว่า ขณะนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากมายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าทำไมเมื่อพบระเบิดในรถนายกฯ จึงฟันธงว่าจะมาทำลายขบวนรถนายกฯ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด ซึ่งก็ไม่ต่างกับเหตุการณ์ระเบิดเครื่องบินการบินไทย ที่นายกฯ ด่วนสรุปว่าเป็นการลอบสังหารนายกฯ จนในที่สุดคณะกรรมการสืบสวนสรุปออกมาว่าเป็นอุบัติเหตุ อีกทั้งทำไมจึงรีบออกมาให้ข่าว ทั้งที่ควรสืบสวนในทางลับเสียก่อน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า รวมทั้งในช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ ผอ.สำนักข่าวกรอง รีบออกมาสรุปว่าเป็นการลอบสังหารนายกฯ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับออกมาบอกว่ามีความผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ


อ้างเหตุการณ์ผิดสังเกต 3 ข้อ


โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าผิดสังเกตอย่างยิ่ง ทำให้คนในสังคมเกิดความไม่เชื่อถือ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่ ซึ่งส่งผลต่อประชาชนและประเทศชาติ 3 ประการ คือ 1.การออกมาว่าเป็นการลอบสังหารทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อประเทศและต่อสายตาของนานาชาติ ว่าประเทศไทยเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนใช้อาวุธร้ายแรงมาปองร้ายนายกฯ

2.ทำให้บรรยากาศทางการเมืองที่วิกฤตเกิดความตึงเครียดมากขึ้น และ 3.เกิดการหวั่นวิตกในหมู่ประชาชนที่หาเช้ากินค่ำไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยไม่รู้ว่าจะถูกลูกหลงเมื่อไหร่ ดังนั้นรัฐบาลต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้มากกว่า 2-3 วันที่ผ่านมา ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการขนย้ายวัตถุระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงกลางเมืองหลวงได้อย่างไร และต้องดูว่ามาจากหน่วยงานไหนด้วย

"แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้น มองว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองปกติทั่วไป หรือการแข่งขันทางการเมืองในเรื่องการเลือกตั้งทั้งสิ้น แต่เกิดจากผู้มีอำนาจหลายระดับ เช่น ผู้มีอำนาจรัฐและองค์กรอื่นๆ ที่กำลังห้ำหั่นเพื่อแย้งอำนาจให้มีอยู่ต่อไป โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น วิกฤตครั้งนี้คงไม่สามารถแก้ไขได้ทางการเมืองปกติ ซึ่งเป็นความวิตกกังวลของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่ต้องการเห็นการแก้ไขด้วยวิธีนอกรูปแบบและไม่ถูกต้องใดๆ ทั้งสิ้น จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลและพ.ต.ท.ทักษิณ ให้เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขด้วย" นายองอาจกล่าว

ทรท.งัดกรณีบึ้มปชป.โต้กลับ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำการพรรคไทยรักไทย น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการจับกุมร.ท.ธวัชชัย นายทหารสังกัดกอ.รมน. มือระเบิด"คาร์บอมบ์" ต้องสงสัยมุ่งสังหารผู้นำประเทศว่า ในมุมมองของพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้ติดตามข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ และหลักฐานที่พบในรถของร.ท.ธวัชชัย ซึ่งทั้งหมดเป็นอาวุธสงคราม และหากระเบิดทำงานก็จะมีอำนาจทำลายกว้างถึง 1 กิโลเมตร ทั้งนี้ถ้าพิจารณาโทษที่มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง และวัตถุประสงค์ในการใช้อาจถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุก 20 ปีขึ้นไป

น.ต.ศิธากล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรัฐบาล และต้องการขับไล่นายกฯ กล่าวหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉากนั้นว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้าเหตุการณ์ครั้งนี้ มีเหตุวางระเบิดหลายครั้งที่ไม่สำเร็จ เช่น ในพรรคประชาธิปัตย์ บริเวณข้างห้องของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปริมาณระเบิดเพียงแค่หยิบมือเดียว แต่จากการติดตามผู้ต้องหา รวมไปถึงโทรทัศน์วงจรปิดในพรรคก็ไม่พบผู้ต้องหา หรือสามารถเชื่อมโยงไปที่บุคคลนำระเบิดไปวางไว้ได้อย่างไร

กลับไม่มีการออกมาวิจารณ์ว่าเป็นการจัดฉากหรือไม่ ขณะที่เหตุการณ์ครั้งนี้มีการจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน แต่บุคคลที่ออกมาวิจารณ์ไม่ได้เป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่วิจารณ์ไปตามทิศทางทางการเมืองที่ต้องการให้เป็นอย่างไร ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้การวิจารณ์เหตุการณ์ลอบวางระเบิดในครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก อย่าใช้วิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนหลายพันคนมาเอาชนะทางการเมือง หรือสร้างเครดิตเพื่อหวังผลทางการเมือง

จี้ผู้ต้องหาซัดทอดถึงผู้บงการ

"นอกจากนั้นผมขอเรียกร้องให้ร.ท.ธวัชชัย ซึ่งเป็นถึงนายทหารสัญญาบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติ เพื่อมาลบล้างความผิดที่กระทำขึ้น โดยออกมาบอกว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ และการกระทำดังกล่าวทำไปเพื่อสิ่งใด ต้องการที่จะปองร้ายนายกฯ หรือสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง" น.ต.ศิธากล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่ามีนายทหารพัวพันกับเหตุการณ์นี้จำนวน 4 นาย ทั้งที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตรวจสอบและยืนยันนั้น น.ต.ศิธากล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจนำข้อมูลมารายงานนายกฯแล้ว แต่เรื่องนี้ตนไม่ทราบรายละเอียด อย่างไรก็ตามทราบว่าเรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และเท่าที่ตรวจพบทราบว่ามีการดำเนินการดังกล่าวมาหลายครั้ง ทั้งที่พ.ต.ท.ทักษิณจะไปขึ้นเครื่องที่ บน.6 และอีก 2 ครั้ง จนกระทั่งมาจับได้ในครั้งที่ 3-4 เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันและปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เคยมีแผนลอบสังหารนายกฯ น.ต.ศิธากล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวสำนักข่าวกรองรายงานมาที่นายกฯโดยตรง ซึ่งสำนักข่าวกรองไม่ได้ขึ้นตรงกับทางตำรวจ จึงไม่ทราบข้อมูล


เตือน"ประสงค์-จำลอง"อย่ามั่ว


ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองโฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ตนอยากถามถึงผู้ที่ออกมาวิจารณ์เหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งนี้ว่าเป็นการจัดฉากว่า ต้องการให้สูญเสียนายกฯ หรือต้องให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อนหรือจึงจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งคดีนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นควรให้การสืบสวนเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขณะนี้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกลับออกมาอธิบายกันจ้อยๆ ตนไม่อยากให้เบี่ยงเบนประเด็น ซึ่งตนอยากฝากไปถึงน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ให้ย้อนกลับไปดูบทความเหตุการณ์ลอบสังหารบุคคลสำคัญ ซึ่งเป็นชนวนสำคัญให้เกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจรสช. ในวันที่ 23 ก.พ. 2434 ว่ารู้สึกอย่างไร และเหตุการณ์ขณะนี้กับการกระทำในวันนั้นแตกต่างกันอย่างไร

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ขึ้นพูดบนเวทีเมืองไทยรายสัปดาห์ และเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงพ.ต.ท.ทักษิณ มีเนื้อหาว่าพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวหาพล.ต.จำลองและจปร.รุ่น 7 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วางระเบิดในครั้งนี้นั้น ตนไม่ทราบว่าพล.ต.จำลองไปรับฟังข้อมูลมาจากไหน เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้น พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.จำลอง และไม่เคยพูดถึงจปร.รุ่น 7 หากจะมีการพูดถึงก็มีตนที่พูดถึงเพราะสื่อได้ถามถึงกรณีการปลด พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี รองผอ.กอ.รมน. เนื่องจากส่งกำลังไปคุ้มกันพล.ต.จำลองในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมพันธมิตรฯ หรือไม่นั้น

ซึ่งตนก็ให้สัมภาษณ์ว่าพล.อ.พัลลภเป็นเพื่อนกับพล.ต.จำลอง และพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ซึ่งเป็นจปร.รุ่น 7 แต่ไม่เคยพูดว่าเหตุการณ์วางระเบิดเกี่ยวข้องกับ จปร.รุ่น 7 ดังนั้นตนขอเรียกร้องต่อพล.ต.จำลองว่าขอให้ฟังความให้ชัดเจน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณและคนของพรรคไทยรักไทยไม่เคยบอกว่าพล.ต.จำลองและจปร.รุ่น 7 เกี่ยวข้อง แต่การที่พล.ต.จำลองพูดว่าหากท่านและเพื่อนทำจริงนายกฯ ไม่มีทางรอดนั้น การที่พูดแค่นี้ก็ทำให้คนกลัวแล้ว ทั้งที่ไม่มีใครไปกล่าวหาท่าน

โต้ไม่เกี่ยวรากหญ้าหน้าบ้านป๋า

รองโฆษกพรรคไทยรักไทยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มรากหญ้าไปที่หน้าบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และเรียกร้องให้ไว้ชีวิตนายกฯ โดยมีการกล่าวหาว่ากองโฆษกพรรคไทยรักไทยรู้เห็นเป็นใจด้วยนั้น ตนขอปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่าการชุมนุมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับพรรคไทยรักไทย และตนไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวเหมือนกับที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนที่ไปตะโกนด่าพ.ต.ท.ทักษิณที่โรงพยาบาลศิริราช ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งพล.อ.เปรมเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคงไม่มีใครกล้าคิดตามที่มีการกล่าวอ้าง และพรรคไทยรักไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ดังนั้นอย่าโยงให้ประชาชนเข้าใจผิดพรรคไทยรักไทย และขอให้หยุดพฤติกรรมที่ยั่วยุให้ประชาชนเกลียดกัน ทั้งนี้ตนอยากให้มองถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมาจากเหตุการณ์ที่กลุ่มรากหญ้าไปเรียกร้องที่หน้าบ้านพล.อ.เปรม ว่าจริงๆ แล้วใครได้ใครเสีย ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบได้ดีว่าแท้จริงแล้วใครเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนที่พล.ต.จำลองระบุในจดหมายว่า กรณีผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญหมายถึงฟ้าหรือไม่นั้น ตนนึกไม่ถึงว่าพล.ต.จำลองจะเป็นได้ขนาดนี้ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าพล.ต.จำลองระบุว่าฟ้าหมายถึงใคร เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย และไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งนายกฯ ตามมาตรา 7

"พล.ต.จำลองควรมีสติมากกว่าคนอื่น เพราะเป็นคนถือศีล 8 ปฏิบัติธรรมตลอดเวลา ยุงไม่ตบมดไม่ฆ่า แต่คนถือศีล 8 กลับสติแตกมากที่สุด ไม่เหมือนผู้ปฏิบัติธรรม ทั้งการแสดงออกที่มีอคติไม่ฟังความให้ครบถ้วน การสร้าง

เผย"เนวิน"เตรียมยื่นฟ้อง"สนธิ"

นายจุพลเปิดเผยด้วยว่าขณะนี้นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ และผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ พูดในรายการว่าเรื่องทั้งหมดนายเนวินเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งแม้ว่านายสนธิ จะไม่ระบุชื่อนายเนวิน แต่ก็พูดให้คิดไปได้ ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาทได้ อีกทั้งที่กล่าวหาว่าพรรคไทยรักไทยสร้างเรื่องเพื่อกลบข่าวการปะทะกันของม็อบสนับสนุนและม็อบคัดค้านรัฐบาลที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์นั้น เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องกลบข่าวเพราะพรรคไทยรักไทย

ยืนยันและเห็นด้วยที่จะมีการดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่ายไม่ว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนหรือต่อต้าน แต่พันธมิตรฯเองคงต้องทบทวนพฤติกรรมทั้งเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลศิริราช ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งหากไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นคงไม่เตรียมกล้องไปเตรียมบันทึกภาพถึง 6 ตัว ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีโดยไม่ละเว้นหรือไม่แยกว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน


สุริยะข้องใจบิ๊กทหารป้องมือบึ้ม


วันเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงเหตุลอบสังหารนายกฯถูกมองว่า ทำเพื่อเรียกคะแนนสงสารว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้สอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าประชาชนทั่วไปมีสามัญสำนึก และได้ดูหลักฐานเบื้องต้นแล้วจะรู้ว่าไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ จะเห็นได้ว่ามีการจับตัวผู้ต้องสงสัยได้ เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร ถ้าใครจ้างหรือสมรู้ร่วมคิดจะรู้ว่าโทษหนักมาก ต้องจำคุกหลายปี จึงเชื่อว่าคงไม่มีใครจะมาสร้างสถานการณ์เช่นนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหาครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเพียงทหารสารบรรณ นายสุริยะกล่าวว่า แล้วสงสัยหรือไม่ว่านายทหารคนนั้น ขับรถที่มีระเบิดไปทำไม เมื่อถามว่าสังคมสงสัยว่าถ้าหากเป็นแผนลอบสังหารจริง น่าจะมีความรัดกุมหรือความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ นายสุริยะกล่าวว่า เคยเห็นการวางระเบิดสมัยหนึ่ง ที่ขับรถปิคอัพไประเบิดที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา แต่ปรากฏว่ารถเสียอยู่ ก็ถูกจับกุมได้ง่าย

ฉะนั้นคิดว่าถ้ามีการสร้างสถานการณ์ ใครจะยอมให้ถูกจับ เพราะโทษนี้ต้องติดคุก อยากถามว่า ทำไมนายทหารคนนี้จึงมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ให้สัมภาษณ์ลักษณะปกป้อง จริงๆ แล้วนายทหารคนนั้นต้องถามลูกน้องตัวเองว่าไปที่จุดนั้นทำไม ทำไมจึงไปขับรถที่มีระเบิดอยู่ แม้ว่าระเบิดนั้นจะไม่ได้ต่อสายชนวนก็ตาม แล้วยังขับรถวนบริเวณบ้านนายกฯ ด้วย

แนะ"พัลลภ"ให้ถามคนขับรถ

เมื่อถามว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผอ.กอ.รมน. ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วง 4-5 วันก่อนเกิดเหตุ คนในพรรคไทยรักไทยเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องนี้เหมือนจงใจสร้างประเด็นขึ้นมาเพื่อกลบภาพลบของรัฐบาล เลขาธิการพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่พบว่าในรถมีสิ่งผิดกฎหมาย น่าจะชัดเจนว่ามีจุดประสงค์อะไร ความจริง พล.อ.พัลลภต้องไปถามลูกน้องว่าทำไมถึงขับรถไปทางนั้น

เมื่อถามว่านักลงทุนมองว่าผลสอบเหตุลอบวางระเบิดยังไม่มีความชัดเจน ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงรีบเปิดเผย ส่งผลต่อการลงทุนและเศรษฐกิจ นายสุริยะ กล่าวว่า เมื่อพบระเบิดก็สามารถสร้างความเสียหายได้ ดังนั้น ถ้าหวังดีต่อชาติบ้านเมือง คนที่ทำต้องคิดว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากเพียงใด หวังว่าทุกฝ่ายจะเห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง

เบิกตัวร.ท.มือบึ้มสอบเครียด

ต่อมาเวลา 15.00 น. พนักงานสอบสวน พร้อมตำรวจคอมมานโดกองปราบปรามได้ควบคุมตัวร.ท.ธวัชชัย ซึ่งสวมเสื้อยืดสีเขียว กางเกงขาสั้นสีครีม ออกจากห้องคุมขังไปสอบปากคำเพิ่มเติมโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนจะนำตัวไปควบคุมที่ห้องคุมขังตามเดิม โดยพนักงานสอบสวนจัดกำลังตำรวจคอมมานโด กองปราบปราม 2 นาย เฝ้าประกบในห้องควบคุมตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้นางสังวรณ์ และญาติพร้อมกับทีมทนายความเข้าเยี่ยมร.ท.ธวัชชัย โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที จึงเดินทางกลับทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นางสังวรณ์ได้แต่งตั้งทีมทนายความเอกชนรวม 3 คน เพื่อช่วยดำเนินการเรื่องการยื่นประกันตัวร.ท.ธวัชชัย ต่อศาลทหาร ที่กระทรวงกลาโหม ในวันที่ 28 ส.ค. รวมทั้งช่วยต่อสู้แก้ต่างคดีที่ถูกกล่าวหาในชั้นศาลด้วย ซึ่งหลังจากนี้หากพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม จะต้องแจ้งให้ทนายความร.ท.ธวัชชัย เข้าร่วมรับฟังการสอบด้วยทุกครั้ง


ทนายเตรียมยื่นประกันตัววันนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความของร.ท.ธวัชชัยกล่าวว่า นางสังวรณ์ได้มอบหมายให้ตนและเพื่อนรวม 3 คน ซึ่งเป็นทนายเอกชนช่วยยื่นคำร้องขอประกันตัวร.ท.ธวัชชัยรวมทั้งดูแลเรื่องคดี ซึ่งเมื่อตนได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายแล้วได้เข้าพบพูดคุยกับผู้ต้องหา และจะยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัวร.ท.ธวัชชัย ในวันที่ 28 ส.ค. ส่วนหลักทรัพย์คาดว่าจะต้องมีวงเงินสูงถึง 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นหน้าที่ของญาติจัดเตรียมมา ยังไม่ทราบว่าจะเป็นหลักทรัพย์อะไร

ส่วนเหตุผลประกอบคำร้องขอปล่อยตัวนั้น ผู้ต้องหาทุกคนมีสิทธิได้รับการประกันตัวตามกฎหมายอยู่แล้ว ประกอบกับ ร.ท.ธวัชชัยมีอาการเจ็บป่วยเป็นโรคไทรอยด์ จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาล แม้พนักงานสอบสวนจะคัดค้านประกันตัว แต่เป็นดุลยพินิจของศาลว่าจะพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่

"ผมไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ต้องหา เพราะคดีนี้เป็นคดีใหญ่เป็นที่สนใจของประชาชน คงไม่มีใครกล้าทำอะไรผู้ต้องหา อีกทั้งผู้ต้องหาเองก็เป็นนายทหารสามารถดูแลตัวเองได้" ทนายความกล่าว

ตร.เตรียมคัดค้านไม่ให้ประกัน

เมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.ท.มนตรี จำรูญ ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รองผบช.น. ในฐานะรองหัวหน้าคณะกรรมการที่ดูแลด้านการสอบสวน ได้เรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายสืบสวนและสอบสวนที่ลงพื้นที่ เพื่อหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ส.ค. เพื่อรับทราบความคืบหน้าและกำหนดแนวทางการสืบสวนคลี่คลายคดี

กระทั่งเวลา 19.30 น. พล.ต.ต.เจตน์ได้ออกมาจากห้องประชุม กล่าวว่า การสอบสวนคดีนี้มีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ อีกทั้งมีการสอบพยานเพิ่มเติม และมีการหาตัวพยานมาสอบเพิ่ม เพื่อให้มีความชัดเจนของคดี นอกจากนี้ ในตอนนี้ทางพนักงานสอบสวนจะยังไม่มีการออกหมายเรียกใครเพิ่มเติม แต่พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยตนเอง

รองผบช.น.กล่าวว่า การสอบสวนที่ผ่านมาสอบพยานไปแล้วหลายปาก ส่วนจะมีทีมทนายของผู้ต้องหามารับฟังการสอบสวนด้วยนั้นเป็นสิทธิทางกฎหมายที่สามารถทำได้ แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะให้ร่วมเข้าฟังการสอบสวนเมื่อไหร่ ส่วนเรื่องการคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหานั้นต้องมีผู้มายื่นประกันตัวผู้ต้องหาเสียก่อนถึงจะมีการพิจารณาคัดค้านการประกันตัว

โฆษกตร.นัดแถลงบ่าย2วันนี้

ด้านพล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช โฆษกตร. กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการสืบสวนว่า จะแถลงข่าวความคืบหน้าอย่างเป็นทางการให้ทราบภายในเวลา 14.00 น. วันจันทร์ที่ 28 ส.ค. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ต้องหาที่จะให้การเพิ่มพาดพิงถึงใครบ้าง ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยฝ่ายสอบสวนได้สอบปากคำเพื่อรวบรวมหลักฐาน ส่วนฝ่ายสืบสวนได้ออกแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริง

เพื่อนำมาเชื่อมโยงกัน ตำรวจพยายามทำให้ดีที่สุด ต้องให้โอกาสและเวลาในการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย สำหรับกฎหมายใหม่คำสารภาพของผู้ต้องหาทางศาลจะไม่ถือรับฟังในการนำมาพิจารณา ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด โดยจัดหาพยานหลักฐาน พยานบุคคล และการใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมพิสูจน์ในคดีนี้ด้วย อย่างไรก็ตามขอให้รอรับฟังการแถลงในวันจันทร์นี้


แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์