แพทย์นิติเวชยันไตฉีกขาดเมาขับตายในคุก

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 เม.ย. นางวันนา ถนอมภักดี อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263 / 1 หมู่ 11 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ได้นำเอกสารบันทึกปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองด่าน สมุทรปราการ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าว ในเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตของนาย วิชัย คงสมบัติ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นบุตรชาย ที่เสียชีวิตในขณะที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อกล่าวหา ขับรถขณะเมาสุราเมื่อกลางดึกคืนที่ 15 เมษายน 2552 และนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการ โดยศาลแขวงได้พิพากษาว่า นายวิชัย มีความผิดจริงตามหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นฟ้องต่อศาล ตามเลขคดีดำที่ 2594 / 2552 คดีแดงที่ 2533 / 2552 ลงวันที่ 16 เมษายน 2552 ได้สั่งกักขังนายวิชัย เป็นระยะเวลา 10 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวนายวิชัย มาควบคุมที่เรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ ได้เพียง 5 วัน นายวิชัย ได้เสียชีวิตลงอย่างมีเงื่อนงำ ใบหน้า และลำตัวมีร่องรอยเขียวช้ำหลายแห่ง


ความคืบหน้าในวันที่ 22 เม.ย. นางสมศรี แตงสาขลา อายุ 23 ปี ภรรยาผู้ตาย ได้นำเอกสารเป็นหนังสือใบแจ้งการตายของสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักแพทย์ใหญ่

ที่ได้ตรวจพิสูจน์ศพนายวิชัย ระบุสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเสียโลหิตปริมาณมาก จากไตฉีกขาด ถูกกระทบกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม เข้ายืนยันต่อผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งเปิดเผยว่า จะเอาเรื่องผู้กระทำต่อสามีตนจนเสียชีวิตให้ถึงที่สุด โดยได้รับการช่วยเหลือจากนายจ้าง ที่สามีทำงานอยู่ พร้อมทั้งจะร่างหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัด


นางสมศรี กล่าวว่า หลังจากที่เมื่อวาน ได้เข้ายืนหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าวแล้ว ตนพร้อมด้วย แม่ของสามีและญาติคนอื่น ๆ ได้ร่วมกันเดินทางมารับศพนายวิชัย ที่สถาบันนิติเวชวิทยา

เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองคล้า ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งตน และญาติคนอื่นได้เข้าไปดูศพสามีเป็นครั้งสุดท้ายได้พบว่าในวันนี้ แผลที่บริเวณเหนือคิวซ้ายที่เมื่อวันก่อนเห็นเป็นเพียงแผลถลอก แต่ในวันนี้กลับเขียวช้ำตั้งแต่หน้าผากลงมาจนถึงเบ้าตา และที่บริเวณชายโครงทั้งสองข้างมีรอยเขียวช้ำหลายแห่งคล้ายกับถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรง ซึ่งแพทย์ของสถาบันนิติเวช ได้แจ้งสาเหตุการตายของสามีตนมา โดยระบุว่า ผลการตรวจพิสูจน์แล้ว ปรากฏสาเหตุการตายเนื่องจากเสียโลหิตปริมาณมาก จากไตฉีกขาด จากการถูกกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคม ซึ่งตรงนี้ตนยิ่งแน่ใจว่าสามีไม่ได้เสียชีวิตเนื่องจากการอยากเหล้าอย่างแน่นอน เพราะตามลำตัวและใบหน้ามีร่องรอยเขียวช้ำ ประกอบกับใบแจ้งสาเหตุการตายที่สถาบันนิติเวชระบุออกมาแบบนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ตนยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และจะเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ


นางสมศรี กล่าวอีกว่า ปกติสามีตนเป็นเสาหลักของครอบครัวที่คอยหาเลี้ยงครอบครัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะลูกชายวัย 4 ขวบ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นลูกแท้ ๆ ของผู้ตาย แต่ผู้ตายก็รักเหมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง

เมื่อเหตุมาเป็นเช่นนี้ตนและลูกจะอยู่กันอย่างไร ในเรื่องนี้ตนขอความเป็นธรรมจาก ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรปราการ ขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการตายของสามีด้วย
ด้าน พ.ต.ท.ชาติฏกาญ ทุมนัต สารวัตรเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า สำหรับในคดีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ถูกกักขังอยู่ภายในเรือนจำ ในเบื้องต้น ได้ทำหนังสือรายงานเหตุไปให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ทราบแล้ว พร้อมทั้งยื่นหนังสือขอแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการสอบสวนในคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดีพิเศษผู้เสียชีวิตเป็นผู้กักขังอยู่ในเรือนจำ จึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนใบรายงานการตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตของ นายวิชัย ที่ได้รายงานมายังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยเหตุใด เพราะเป็นเพียงใบรายงานผลการพิสูจน์เบื้องต้นเท่านั้น

ส่วนผลการชันสูตรบาดแผลและสาเหตุการเสียชีวิตและบาดแผลของผู้ตายว่าเกิดจากสาเหตุใด ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานมา คงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15-30 วัน ถึงจะแล้วเสร็จ

แต่ในเบื้องต้นหลังเกิดเหตุและเข้าไปตรวจสอบสภาพศพของผู้ได้พบว่า ผู้ตายเสียชีวิตอยู่ที่เรือนนอนชั้น 2 แดนที่ 1 ภายในเรือนจำ และพบปมสงสัยผู้ตายมีรอยเขียวช้ำที่ใบหน้าและลำตัวหลายแห่ง จึงได้ส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
พ.ต.ท.ชาติฏกาญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้สอบปากคำผู้ต้องขัง ซึ่งอยู่ที่เรือนนอนที่เกิดเหตุ จำนวน 3 คน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้เกิดอาการคล้ายคนอยากเหล้ามือเท้าสั่นอาละวาทเอะอะโวยวาย จึงได้ช่วยกันจับล๊อกตัวเอาไว้ก่อนใช้ผ้าห่มช่วยกันมัดมือผู้ตายเอาไว้ต่ที่ผู้ตายเสียชีวิตยังไม่ทราบด้วยเหตุใด อย่างไรก็ตาม จะได้เร่งทำการสอบสวนขยายผลผู้ต้องกักขังทั้งหมดที่อยู่ในเรือนนอนที่เกิดเหตุทั้งหมด ซึ่งมีอยู่ประมาณ 40-50 คน เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง สำหรับในคดีนี้ตำรวจทำงานเต็มที่อยู่แล้ว


เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์