ยิงหัวแท็กซี่ชิงรถโยนศพทิ้งริมถนน

ฆ่าโหดยิง 3 นัดโชเฟอร์แท็กซี่ ก่อนนำศพโยนทิ้งในซอยวัดสมรโกฏิ ย่านตลิ่งชัน


ลูกเมียดูศพร่ำไห้ เผยสามีไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เป็นที่รักของเพื่อนๆ ตร.ตั้งปมวัยรุ่นฆ่าชิงรถ เร่งควานหาตัวมาดำเนินคดี


เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงโชเฟอร์แท็กซี่เสียชีวิตแล้วชิงรถหลบหนี เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ต.ท.อัชรัตน์ เหมฑานนท์ สารวัตรเวร สน.ตลิ่งชัน

รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกยิงเสียชีวิตภายในซอยวัดสมรโกฏิ ถนนราชพฤกษ์ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ปราโมทย์ บุญดำเนิน ผกก.สน.ตลิ่งชัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู


ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนภายในซอยดังกล่าว ซึ่งเป็นช่วงโค้ง ห่างจากปากซอยประมาณ 100 เมตร

หน้าบ้านเลขที่ 41/3 หมู่ 3 พบศพชายนอนหงายเสียชีวิต ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว บริเวณหน้าอกเสื้อปักชื่อ นายธนภัทร มีรอด อายุ 43 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 693 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม.

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามร่างกาย พบถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่บริเวณหน้าผาก 1 นัดทะลุท้ายทอย ใต้รักแร้ซ้าย 1 นัด และถูกยิงจากด้านหลังทะลุราวนมด้านขวาอีก 1 นัด ใกล้ศพพบหัวกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 หัว และสายหูฟังโทรศัพท์ หรือสมอลทอล์ค ตกอยู่ที่ปลายเท้า ตรวจสอบในตัวพบเงินสดประมาณ 1,700 บาท ไฟแช็ก และสร้อยคอ

จากการสอบปากคำ นายถาวร สว่างชม อายุ 34 ปี เจ้าของบ้านจุดที่พบศพ กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ขณะที่ตนกับภรรยานอนหลับอยู่ ก็ได้ยินเสียงดังเหมือนสิ่งของตกลงพื้น จึงพากันสะดุ้งตื่น จากนั้นยังได้ยินเสียงคนปิดประตูรถก่อนที่จะเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงเปิดหน้าต่างบนบ้านดูก็เห็นผู้ตายนอนอยู่ จึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ


ขณะที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้กระจายกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตาย จนทราบว่าผู้ตายเป็นคนขับรถแท็กซี่ โดยช่วงเวลา 16.00 น.

วันที่ 25 กรกฎาคม ผู้ตายได้ไปเช่ารถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีส้ม ทะเบียน ทม 7147 กรุงเทพมหานคร โดยเช่าเป็นกะตั้งแต่เวลา 16.00-04.00 น. มาจากอู่บวรสหกรณ์แท็กซี่ ซึ่งอยู่ด้านหลังไปรษณีย์เขตบางกอกน้อย จากนั้นจึงประสานตำรวจสายตรวจในพื้นที่และท้องที่ใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบหารถแท็กซี่คันดังกล่าว

ต่อมาได้มี นางพัชรินทร์ มีรอด อายุ 43 ปี ภรรยาของผู้ตาย พร้อมกับลูกสาวและลูกชายของผู้ตายเดินทางมาดูศพและร่ำไห้ เปิดเผยว่า ผู้ตายกับตนมีลูกด้วยกัน 2 คน ปกติผู้ตายไม่เคยมีปัญหาความขัดแข้งกับใคร และเป็นที่รักของเพื่อนๆ จะดื่มสุราบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ผู้ตายเองก็มีภรรยาน้อยอาศัยอยู่ที่บ้านย่านจรัญฯ 13 ปกติผู้ตายจะขับรถแท็กซี่ช่วงกลางคืน และมักจะเลิกขับเวลาประมาณ 02.00-03.00 น. ก่อนนำรถไปส่งที่อู่ ผู้ตายจะไปรับลูกสาวซึ่งไปซื้อของที่ตลาดโบ๊เบ๊เพื่อนำมาขาย และในวันนี้ยังคุยกันอยู่ว่าจะไปรับหรือไม่ แต่ก็มาพบว่าเสียชีวิตเสียก่อน


ด้าน นายสุรชัย อายุ 45 ปี เพื่อนแท็กซี่ด้วยกัน เดินทางมาดูศพพร้อมกับกล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.30 น.

ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้ตาย ซึ่งจะคุยกันตามปกติทุกวันอยู่แล้ว ผู้ตายบอกกับตนว่า ได้รับผู้โดยสารเป็นหญิง 1 คน

จากห้างสรรพสินค้าเมอรี่คิงส์ให้มาส่งที่บางบัวทอง หลังจากส่งผู้โดยสารที่บางบัวทองแล้ว ผู้ตายจะแวะเติมแก๊สที่ปากซอยวัดชัยพฤกษ์ จากนั้นสายก็ตัดไป แต่ตนได้คุยกับเพื่อนแท็กซี่ คือ นายไพศาล เจริญสุข เล่าให้ตนฟังว่า ได้คุยกับผู้ตายทางโทรศัพท์ในเวลาประมาณ 03.00 น. ทราบว่าก่อนที่จะถึงปั๊มแก๊สมีผู้โดยสารเป็นชายวัยรุ่น 3 คนเรียกให้ไปส่งที่ซอยวัดสมรโกฏิ ย่านตลิ่งชัน แต่อยู่ดีๆ สายก็หลุดไป

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายถูกยิงจากที่อื่นก่อนที่จะนำศพมาทิ้งไว้บริเวณซอยดังกล่าว โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุเพื่อต้องการชิงรถแท็กซี่ เพราะจากการตรวจสอบไม่ได้นำทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ไป ซึ่งจะได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์