เจ้าดวงเดือน ร่ำไห้เผยอยู่มา 80 ปี ไม่เคยเห็นเหตุรุนแรงคนเชียงใหม่แบ่งฝ่าย

ทายาทเจ้านครเชียงใหม่ที่เหลืออยู่ เปิดใจโศกสลดกับเหตุฆ่ากันตาย อดีตไม่เคยมีเหตุเกิดเช่นนี้ ประกาศอยาก"ลาออก"จากทุกตำแหน่งที่ทำเพื่อสังคม ด้านททท.หวั่นเหตุฆ่ากันตายกระทบท่องเที่ยวซ้ำอีก หลังปิดสนามบินจนนักท่องเที่ยวยกเลิกมาเที่ยวไฮซีซันนี้แล้ว

เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เกิดการทุบตีจนมีผู้เสียชีวิต เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมาก เมื่อทราบข่าวและเห็นภาพทางโทรทัศน์น้ำตาได้ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะตลอดชีวิตที่ยาวนานมากว่า 80 ปี พยายามส่งเสริมวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ให้ดีขึ้นในสายตาชาวโลก แต่วันนี้สิ่งที่ทำมาตลอดชีวิตสูญหายไปหมดไม่มีเหลือ
 
"ล้มเหลวหมดแล้ว ในอดีตเชียงใหม่ไม่เคยเป็นแบบนี้ ผู้คนน่ารักพูดจากไพเราะหวานหู แต่ตอนนี้มีคนฆ่ากันตาย มีหลายคนพูดว่ารัฐบาลเป็นของ นปช.เป็นพวกเสื้อแดงที่ถูกว่าจ้างให้มาก่อกวนและฆ่าคน"

เจ้าดวงเดือน กล่าวอีกว่า
เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อยากลาออกจากทุกตำแหน่งที่ทำเพื่อสังคมเมืองเชียงใหม่ให้หมด เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำอีกต่อไปแล้ว เป็นเรื่องน่าเศร้าและไม่สบายใจที่เห็นข่าวร้ายๆ แบบนี้ทุกวัน
 
ด้านนายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเขต 1 กล่าวว่า ข่าวการฆ่ากันตายกลางเมืองเชียงใหม่กระทบการท่องเที่ยวแน่

แต่สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าคือการปิดสนามบินทุกแห่งในกรุงเทพฯ ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปได้ จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดพบว่ามี 3-4 บริษัท ที่จองห้องพักและการเดินทางไว้ขอยกเลิกทั้งหมด

 
"ที่ชัดเจนสุดคือตลาดในระยะใกล้คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน และจีน ที่วิตกกับความไม่ปลอดภัยกับสถานการณ์บ้านเมืองของเราในขณะนี้ แม้ตัวเลขจะยังไม่ต่ำไปที่ศูนย์แต่ก็ไม่ดี เนื่องจากร้อยละ 70 เป็นคนไทยที่รอตัดสินใจที่ยังพอมีหวังในช่วงวันหยุดเดือนธันวาคมและช่วงคริสต์มาส แต่ต่างประเทศร้อยละ 30 ก็ลำบากเพราะเริ่มชัดเจนมากขึ้นว่าจะหยุดการเดินทางเข้ามา"
 
นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เรื่องการฆ่ากันตายกลางเมืองเชียงใหม่ไม่ใช่สถานการณ์ธรรมดา เพราะเป็นเหตุมาจากการขาดสติของคนไทยที่ไม่คำนึงถึงบ้านเมืง ตอนนี้ก็เลยแย่ไปหมด
 
พ.ต.อ.ประหยัวช์ บุญศรี รอง ผบก.จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ทำร้ายนายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา บิดาแกนนำทหารเสือพระราชา หรือกลุ่มเสื้อแเหลืองเชียงใหม่จนเสียชีวิตว่า แยกเป็นสองประเด็นคือส่วนหนึ่งส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต และส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นพบอาวุธจำนวนมากทั้งมีด ไม้ หัวกระสุนปืน น๊อต และลูกเหล็ก จึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเสริมเพื่อคุ้มกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
 
"ยอมรับว่าเห็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดเร็วมากและมาจากกการยั่วยุท้าทายกันไปมา ไม่ว่าจะมีตำรวจกี่ร้อยนายก็ไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ แต่ที่ผ่านมาก็พยายามไม่ให้ปะทะกันเต็มที่แล้ว ขณะนี้ผู้บังคับการมอบให้ พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บังคับการฯ เข้าไปคุมคดีเพื่อความคืบหน้าในการสอบสวน ส่วนที่มีข่าวกลุ่มพันธมิตรจากกรุงเทพฯ เดินทางมาเชียงใหม่แล้ว 2 รถบัส นั้นอยู้ระหว่างการประเมินข้อเท็จจริง เพื่อหามาตรการคุ้มกันไม่ให้เกิดการปะทะกันได้" พ.ต.อ.ประหยัวช์ กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.30 น.นายชูศักดิ์ ศิรินิล เลขาธิการนายกฯ เดินทางมาถึงบ้านพักนายกรัฐมนตรี ที่กรีนวัลเลย์แล้ว

เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์