กองปราบสนอง ทรท.หมายเรียก สนธิ-มนูญกฤต-เจิมศักดิ์-พิเชฐ คดีหมิ่นฯแม้ว

กองปราบสนอง ทรท.หมายเรียก สนธิ-มนูญกฤต-เจิมศักดิ์-พิเชฐ คดีหมิ่นฯแม้ว

กองปราบสนอง ทรท.หมายเรียก สนธิ-มนูญกฤต-เจิมศักดิ์-พิเชฐ คดีหมิ่นฯแม้ว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 พฤษภาคม 2549 16:18 น.

กองปราบเล่นไม่เลิก สนองตอบทีมกฎหมายไทยรักไทย ออกหมายเรียก "สนธิ-มนูญกฤต-เจิมศักดิ์-พิเชษฐ์"และ 4 ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ผู้จัดการ ,ไทยโพสต์ ,โพสต์ทูเดย์ และกรุงเทพธุรกิจ ฐานคดีหมิ่นประมาท"ทักษิณ"ระหว่างเปิดเวทีพันธมิตรฯหลังจากก่อนหน้านี้ เคยส่งคนฟ้อง"สนธิ"หมิ่นในกรณีเดียวกัน ต่อศาลอาญามาแล้ว

วันนี้(26 พ.ค.)เวลา 14.00 น.ที่กองบังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผู้บังคับการกองปราบปราม(ผบก.ป.)ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.รุจิรัตน์ หลุ่มบุญเรือง รอง ผบก.ป.ออกหมายเรียกตัว ผู้ต้องหาในคดีหมิ่นประมาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตี ระหว่างที่มีการชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน ที่ผ่านมา ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 7 และ 8 มิ.ย.นี้

โดยคดีนี้ มีผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาประกอบด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ,พลตรีมนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา ,นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สว.กทม. ,นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ สว.นครราชสีมา รวมทั้ง บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นสพ.ผู้จัดการ ,ไทยโพสต์ ,โพสต์ทูเดย์ และกรุงเทพธุรกิจ

พ.ต.อ.รุจิรัตน์ กล่าวว่าคดีนี้สืบเนื่องจาก ทีมกฎหมายพรรคไทยรักไทย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวพาดพิง พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ระหว่างที่มีการชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ของเวทีพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการทำสำนวนคดีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สำหรับข้อกล่าวหา หมิ่นประมาท พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการส่วนตัวนั้น เมื่อวันที่ 4 เม.ย.49 พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ นายชาตรี ถริปภัสสโร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา

โดยคำฟ้องโจทก์ระบุว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.-24 มี.ค.2549 จำเลยกับพวกที่ไม่ได้นำตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันตั้งเวทีปราศรัยที่บริเวณสนามหลวง พูดผ่านเครื่องขยายเสียงด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า ไม่มีนายกฯ คนไหนในโลกนี้ ที่เอาเงินไปซื้อประชาชนให้รักตัวเองมากขนาดนี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2549 ใช้เงินไปกว่า 300 ล้านบาท ลากเอาคนนั้นคนนี้มา พวกกเฬวรากทั้งนั้น สื่อก็รู้เรื่องนี้ ฉะนั้น เมื่อไหร่นายกฯคนนี้จะหยุดสร้างภาพเสียที ประเทศชาติบอบช้ำพอแล้ว

ต่อมาวันที่ 10 มี.ค.นายสนธิ ได้ปราศัยอีกว่า ได้รับข้อมูลลับจากนายทหารระดับนายพลว่ามีการสั่งทีมสังหารจากภาคใต้-ภาคอีสาน ให้จัดการลอบสังหารตนเองด้วยปืนติดกล้อง ผมจะบอกให้พ่อแม่พี่น้องฟังว่า ทำไมต้องเล่าให้ฟังก็เนื่องมาจากว่าให้รู้ว่า กูรู้ว่ามึงอยากยิงกู เขามองว่าถ้าผมตายไปแล้ว ขบวนการกู้ชาติบ้านเมืองจะหยุดยั้ง เข้าใจผิดแล้ว ผมมีพ่อแม่พี่น้องมีพันธมิตรฯ ที่จะนำพาภารกิจต่อไป ถ้าผมตายแล้วไอ้หน้าเหลี่ยมตายด้วย ผมยินดีตาย ไอ้หน้าเหลี่ยมแน่จริงมาตายด้วยกันไหมล่ะ

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 มี.ค.นายสนธิ ได้ปรายศรัยว่า เมื่อตอนตี 4 ของวันที่ 13 มี.ค.เวทีกู้ชาติที่ภูเก็ต ถูกลูกน้องของนายหน้าเหลี่ยมเผาได้รับความเสียหาย ในวันที่ 16 มี.ค.นายสนธิ จัดปราศรัยที่แยกมิสกวัน ถนนราชดำเนินนอก กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีคนบ้าเป็นนายกรัฐมนตรี อับอายขายหน้าเขาไปทั่วโลก คนบ้าเราต้องไล่ไปโรงพยาบาลบ้า แต่ปัญหามันมีหมอที่โรงพยาบาลบ้า บอกว่าระดับความบ้าของนายกฯ คนนี้โรงพยาบาลบ้าก็เอาไม่อยู่ ก็เลยต้องไล่ให้ไปสิงคโปร์

ต่อมาในวันที่ 22 มี.ค.ที่บริเวณแยกมิสกวัน นายสนธิยังได้ปราศัยอันเป็นความเท็จว่า ชาติบ้านเมืองกำลังวิบัติ เพราะเรามีนายกฯ ที่หมกมุ่นเรื่องไสยศาสตร์ ก่อนที่จะมีเหตุทุบพระพรหม มีหมอเขมรไปปัดกวาดพระภูมิที่ทำเนียบแล้วขึ้นไปนั่งค่อมที่หลังคาพระภูมิ เอาคุณไสยไปใส่ หลังจากมีการทุบพระพรหมแล้ว นายกฯไปอยู่ที่เกิดเหตุครึ่งชั่วโมง ไปทำไมนอกจากไปเอาเคร็ด ไปฝังรูปฝังรอย เพราะต้องการจะเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้

โดยที่ ข้อความทั้งหมด พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหา นายสนธิ ว่าเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามด้วยการโฆษณาโดยมีเจตนาให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชังและเป็นการหลอกลวง ใส่ร้ายโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

อย่างไรก็ตาม การส่งทีมกฎหมายแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นายสนธิ และ พวกต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จนมีการออกหมายเรียกตัวในครั้งนี้ ทีมกฎหมายไทยรักไทย ได้ยึดคำกล่าวบนเวทีพันธมิตร ในลักษณะเดียวกัน กับที่ มอบหมายให้นายชาตรี ถริปภัสสโร ไปยื่นฟ้องนายสนธิ ต่อศาลอาญา และถือเป็นการใช้อำนาจของตำรวจกองปราบปราม ดำเนินคดีกับ นายสนธิ และพวก โดยไม่รอคำสั่งของศาลในคดีที่กล่าวหานายสนธิ ว่ากระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่ 5 มิ.ย.2549 เวลา 09.30 น.

เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้