สลดแม่ช่วยลูกโกงโอเน็ต ยอมจ่ายเงินให้เพื่อเข้าจุฬาฯ

นางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวภายหลังนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยม สทศ. วานนี้ (27 มี.ค.) ว่า

ขณะนี้ สทศ.ตรวจข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ประจำปีการศึกษา
2550 ในชั้น ม.6 จำนวน 356,843 คน จาก 3,796 โรงเรียน เสร็จประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงการแก้ไขชื่อและนามสกุลที่นักเรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังกว่า 1,000 คน คาดว่าจะประกาศผลคะแนนโอเน็ตทางเว็บไซต์ สทศ. www.niets.or.th ได้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 6เม.ย. จากกำหนดเดิมวันที่ 10 เม.ย.  นายบุญลือรับจะช่วยประสานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อป้องกันปัญหาเว็บไซต์ล่ม 

ผู้อำนวยการ สทศ.กล่าวต่อถึงความคืบหน้ากรณีนักเรียนโกงสอบโอเน็ตด้วยการใช้นาฬิกามือถือที่ถูกปรับตกไปทุกวิชา ว่า

ตรวจแล้วพบว่านักเรียนคนดังกล่าวฝนคำตอบตรงกับข้อความที่ส่งมาทางนาฬิกามือถือทุกข้อทุกวิชา ยกเว้นวิชาสังคมศึกษาที่ไม่ตรงกัน โดยทั้ง
5 วิชาที่เด็กสอบได้คะแนนเฉลี่ย 50-70 คะแนน โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ได้ 70 คะแนน  เป็นคะแนนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้  กรณีนี้ตรวจสอบแล้วไม่ได้เกิดจากข้อสอบรั่วแน่นอน แต่ตำรวจขยายผลกับคดีนี้ไม่ได้มากนัก รู้เพียงระบบที่ใช้รับส่งข้อความ และใช้บัตรเติมเงินที่ไม่มีการจดทะเบียน  เด็กไม่ยอมซัดทอดว่าเป็นใคร อ้างแต่ว่าเป็นรุ่นพี่ และพบด้วยว่าเด็กยอมเสี่ยงทุจริต  เพราะแม่อยากให้เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และถ้าเข้าได้จะให้เงินรางวัลเป็นหลักแสนบาท อีกทั้งแม่ก็เป็นผู้ออกค่าจ้างให้กับรุ่นพี่ดังกล่าวเป็นหลักแสนด้วย เรื่องนี้ก็คงยุติเพียงเท่านี้ เพราะหลักฐานที่มีไม่สามารถเอาผิดใครได้   นางอุทุมพร กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดสอบโอเน็ต ม.6 รอบพิเศษวันที่ 29-30 มี.ค. จะระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องนาฬิกามือถือ และการสอบปีหน้าจะห้ามใส่นาฬิกาเข้าห้องสอบ ห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบ ถ้าพบจะปรับตกในวิชานั้นๆทันที ที่สำคัญจะให้อยู่ในห้องสอบจนหมดเวลาสอบ 

เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์