ชักกระตุกในศาล หมูแฮมวุ่น ตัวเกร็ง-พักให้การ

"หมูแฮม"ขึ้นศาลนัดเปิดคดี ไม่ทันไรก็เกิดอาการเครียด ก่อนจะยืนตัวเกร็ง-ชักกระตุก พูดจาไม่รู้เรื่อง

ศาลต้องสั่งพักพิจารณาชั่วคราว กระทั่งฟื้นได้สติก็ดำเนินการต่อ ยืนกรานปฏิเสธคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่า เรื่องที่ซิ่งรถเบนซ์เสยป้ายรถเมล์ รับสารภาพเฉพาะคดีทุบหน้าโชเฟอร์รถเมล์ ทางด้านเหยื่อกับญาติยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมอีก 3 คน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ด้านลูกสาวกระเป๋าขสมก.ที่ถูกรถ"หมูแฮม"ทับตายแฉ ที่ผ่านมา"หมูแฮม"และครอบครัวยังไม่เคยรับผิดชอบค่าเสียหายใดๆ แต่กลับให้ข่าวจ่ายเงินไปแล้ว

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ ห้องพิจารณาคดีที่ 6

ศาลนั่งบัลลังก์นัดแถลงเปิดคดีที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือหมูแฮม อายุ 20 ปี บุตรชายนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ กับนางสาวิณี ปะการะนัง อดีตนางสาวไทยปี 2527 เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น และทำร้ายร่างกายผู้อื่นทำให้ได้รับอันตรายแก่กาย

สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 4 ก.ค.2550 นายกัณฑ์พิทักษ์ได้ขับรถเก๋งเมอร์เซเดสเบนซ์ สีดำ ทะเบียน ศศ 6699 กรุงเทพฯ

ไปรับน้องสาว และถูกรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 513 วิ่งระหว่างปากน้ำ-รังสิต เลขข้างรถ 3-6700 ทะเบียน 12-0937 กรุงเทพฯ โดยมีนายสถาพร อรุณศิริ เป็นผู้ขับรถ เฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย ก่อนนายกัณฑ์พิทักษ์จะขับรถมาปาดหน้ารถโดยสาร เพื่อหยุดรถบริเวณหน้าป้อมตำรวจจราจรที่ปากซอยสุขุมวิท 26 แยกอารีย์ แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. จากนั้นนายกัณฑ์พิทักษ์ได้ใช้ก้อนหินทุบบริเวณใบหน้าของนายสถาพร ก่อนขับรถขึ้นมาพุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนรอรถอยู่บนบาทวิถี จนเป็นเหตุทำให้นางสายชล หลวงแสง พนักงานการเงิน ขสมก. เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย

โดยก่อนที่ศาลจะเริ่มแถลงเปิดคดี ได้สอบถามฝ่ายจำเลยว่า จะยินยอมให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีในครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งฝ่ายจำเลยได้หันไปปรึกษากับทนายความ ก่อนจะแจ้งต่อศาลว่า ไม่ยินยอมให้เข้ารับฟัง ศาลจึงต้องเชิญสื่อมวลชนออกนอกห้องพิจารณา

สำหรับการนัดแถลงเปิดคดีในวันนี้ มีญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เข้ายื่นขอเป็นโจทก์ร่วม

ประกอบด้วย นายมาโนช โตจวง ญาติของผู้บาดเจ็บ น.ส.สังวาล ศรีหวงษ์ ผู้บาดเจ็บ และน.ส.สุชิรา อินทร์สุวรรณ บุตรสาวนางสายชล ซึ่งศาลได้รับเป็นโจทก์ที่ 2 3 และ 4 นอกจากนี้ยังมีนายสวงค์ ฉิมพลี หัวหน้าส่วนอุบัติเหตุ ขสมก. พร้อมด้วยนายสถาพร และน.ส. สมจิต แกล้วกล้า พนักงานเก็บค่าโดยสารรถปรับอากาศคันเกิดเหตุ ซึ่งถูกนายกัณฑ์พิทักษ์ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและลำคอ เข้ามายื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วย


ขณะที่ศาลเริ่มพิจารณาและสอบคำให้การจำเลย ปรากฏว่านายกัณฑ์พิทักษ์ มีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนที่จะยืนตัวเกร็งและมีอาการชักกระตุก ซึ่งขณะนั้นนายกัณฑ์พิทักษ์พูดจาสื่อสารไม่รู้เรื่อง ศาลจึงต้องสั่งให้เจ้าหน้าที่ของศาลนำน้ำเย็นมาให้ดื่ม แต่อาการของนายกัณฑ์พิทักษ์ยังไม่ดีขึ้น ศาลจึงต้องมีคำสั่งพักการพิจารณาไว้ชั่วคราว เพื่อให้นายกัณฑ์พิทักษ์ได้ผ่อนคลายและลดความเครียด หลังจากนั้นนายกัณฑ์พิทักษ์ได้ลงไปนอนฟุบกับโต๊ะม้านั่งภายในห้องพิจารณา

ภายหลังนายกัณฑ์พิทักษ์ได้พักและผ่อนคลายความเครียด ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้ฟัง
 
ก่อนเริ่มสอบคำให้การอีกครั้ง ซึ่งนายกัณฑ์พิทักษ์ให้การรับสารภาพเฉพาะทำร้ายร่างกายผู้อื่นเท่านั้น ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่น ให้การปฏิเสธ จากนั้นอัยการได้แถลงต่อศาลว่าจะนำพยานฝ่ายโจทก์เข้าสืบ 19 ปาก โดยใช้เวลา 3 นัด ส่วนฝ่ายจำเลยแถลงเตรียมพยาน 2 ปาก และใช้เวลา 1 นัด ซึ่งศาลได้พิจารณาและนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 18 พ.ย.2551 เวลา 09.00 น.

ส่วนนายมาโนช น.ส.สังวาล และน.ส.สุชิรา ที่ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วม

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมทั้งสามและผู้เสียหายอื่นรวม 10 ราย ซึ่งโจทก์ร่วมทั้งหมดได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับทางแพ่งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยศาลมีคำสั่งนัดให้ผู้เสียหายทั้งหมด จำเลยและผู้ปกครองจำเลย มาเจรจาตกลงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันที่ 10 เม.ย.2551 เวลา 09.30 น. ส่วนนายกัณฑ์พิทักษ์ศาลยังมีคำสั่งให้เข้ามารายงานตัวต่อศาลเป็นระยะอีกด้วย

ด้านนายกัณฑ์เอนก พ่อของหมูแฮม กล่าวก่อนเข้าแถลงเปิดคดีว่า
ไม่อยากให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อไปแล้ว เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นข่าว นอกจากนี้คดีของบุตรชายก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล จึงอยากให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน

ขณะที่ น.ส.สุชิรา อินทร์สุวรรณ บุตรสาวนางสายชล ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ภายหลังเกิดเหตุดังกล่าว
 
นายกัณฑ์พิทักษ์และครอบครัวไม่เคยมาแสดงความรับผิดชอบและให้ความช่วยเหลือ แต่ครอบครัวนายกัณฑ์พิทักษ์กลับให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า ได้เข้ามาขอขมาหน้าศพมารดา พร้อมทั้งจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว สำหรับการเดินทางมาศาลในวันนี้เพื่อขอเป็นโจทก์ร่วม เนื่องจากต้องการให้นายกัณฑ์พิทักษ์และครอบครัวแสดงความรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายชดเชย โดยตอนนี้ยังไม่ได้คิดถึงจำนวนเงินที่จะเรียกร้องกับครอบครัวนายกัณฑ์พิทักษ์ แต่นายกัณฑ์เอนกได้เสนอที่จะจ่ายค่าชดเชยให้ 500,000 บาท ซึ่งตนยังไม่ได้ตอบรับ โดยจะรอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาในวันนัดเจรจาตกลงชดใช้ความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้นายกัณฑ์พิทักษ์ได้สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ผูกเนกไทสีดำ

โดยนายกัณฑ์พิทักษ์และนายกัณฑ์เอนกเดินทางมาขึ้นศาลตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยเมื่อเดินทางมาถึงศาล นายกัณฑ์พิทักษ์ได้เข้าห้องพิจารณาคดีทันที ภายหลังเสร็จสิ้นการนัดแถลงเปิดคดี นายกัณฑ์เอนกได้พานาย กัณฑ์พิทักษ์เดินออกจากห้องพิจารณา แต่เมื่อนายกัณฑ์พิทักษ์พบเห็นกับกลุ่มผู้สื่อข่าวที่มาดักรอสัมภาษณ์บริเวณหน้าห้อง ทำให้นายกัณฑ์พิทักษ์มีสี หน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว จากนั้นทั้ง 2 คนได้เดินทางกลับทันที โดยไปขึ้นรถแท็กซี่บริเวณหน้าศาล ซึ่งนายกัณฑ์เอนกได้ทิ้งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ ป้ายแดงไว้ที่ศาล

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์