ม็อบฮือขับไล่ผอ.ตีนดุ-เตะก้านคอนร.ม.1

เซติดผนัง พ่อแม่โร่ แจ้งตร.จับ เจ้าตัวโต้ แค่โดดถีบ


ชาวบ้านฮือขับไล่ผอ.โรงเรียน เตะก้าน คอ"น.ร."ชายชั้นม.1 พ่อเด็กพร้อมชาวบ้านนับร้อยคนประท้วงให้ผอ.เขตการศึกษากาญจนบุรีสั่งย้ายด่วนผอ.โรงเรียนวัดขุนไทยธาราราม หลังลูกชายโดนเตะก้านคอในห้องเรียน ต่อหน้าเพื่อนๆ เต็มห้อง เด็กระบุโดนผอ.เรียกไปเตือนเพราะไปนั่งเล่นบนอานรถมอเตอร์ไซค์ของครู ช่วงที่ผอ.กำลังอบรมอยู่ ก็แซวกันเองกับเพื่อน แต่ผอ.คิดว่าแซวครูเลยโดดเตะซอกคอจนเซไปชนผนังห้อง ก่อนผู้ปกครองพาไปแจ้งตร.เอาเรื่อง ตร.ระบุเรียกผอ.มาสอบแล้วยอมรับทำร้ายลูกศิษย์จริง แต่แค่ถีบ ไม่ได้เตะก้านคอ จึงเปรียบเทียบปรับ 500 บาท

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 11 ต.ค. ที่บริเวณหน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1

มีกลุ่มชาวบ้านจากต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี กว่า 100 คน นำโดยนายบุญลือ ศิริบุตร ผู้ปกครองของด.ช.นพฤทธิ์ ศิริบุตร อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ร.ร.วัดขุนไทยธาราราม ได้มายืนรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายจำนงค์ ยอดขำ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เรียกร้องให้สั่งย้ายนายประจินต์ เขียวชอุ่ม อายุ 54 ปี ผอ.ร.ร.วัดขุนไทยธารารามออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง และให้ลงโทษวินัยร้ายแรง

นายบุญลือกล่าวว่า การร้องเรียนให้ย้ายครั้งนี้ เพราะนายประจินต์มีพฤติกรรมทำร้ายด.ช.นพฤทธิ์

โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ด.ช.นพฤทธิ์พร้อมเพื่อนร่วมชั้นได้ไปนั่งเล่นบนเบาะรถจักรยานยนต์ของบรรดาครูอาจารย์ที่จอดอยู่ที่หน้าอาคารเรียนในช่วงพักเที่ยง นายประจินต์เดินผ่านมาเห็นเข้า จึงได้เรียกกลุ่มเด็กนักเรียนไปที่ห้องผอ.ว่ากล่าวตักเตือนเรื่องที่ไปนั่งเล่นบนเบาะรถจักรยานยนต์ ทำให้รถล้มและเสียหาย ซึ่งนายประจินต์ยังพูดว่าหากรถจักรยานยนต์เป็นรถของครู ใครมานั่งจะถีบให้ล้มทั้งรถทั้งคนเลย

นายบุญลือกล่าวว่า ระหว่างที่นายประจินต์กำลังพูดว่ากล่าวนักเรียนอยู่นั้น มีเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งพูดแซวเล่นๆ เบาๆ ว่าจะเล่นงานผอ.โรงเรียน


ลูกชายของตนได้ยินเข้าจึงพูดแซวเพื่อนว่า "เออ..พ่อคนเก่ง" นายประจินต์เมื่อได้ยินดังนั้นจึงคิดว่าลูกชายของตนพูดแซวและท้าทายต่อหน้าเพื่อนๆ จึงเดินตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อแล้วเตะก้านคอด้านขวา 1 ครั้งจนร่างของลูกชายของตนเซไปกระแทกฝาผนังห้อง ต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียนจำนวนกว่า 50 คน

นายบุญลือกล่าวว่า หลังลูกชายเดินทางกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้าน ได้มาเล่าให้ตนฟังพร้อมทั้งเปิดคอเสื้อดูพบว่ามีรอยเขียวช้ำ

จึงสอบถามเพื่อนๆ ของลูกชายทุกคนต่างบอกว่าเป็นความจริงทุกประการ ตนจึงพาลูกชายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่สภ.อ.ท่าม่วง เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา สิ่งที่ตนและชาวบ้านต้องการคือขอให้ย้ายนายประจินต์ออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง และขอให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยขั้นร้ายแรงกับนายประจินต์ด้วย

ด้านนายจำนงค์ ยอดขำ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 1 กล่าวว่า

เกี่ยวกับเรื่องนี้ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังรับเรื่องราวร้องทุกข์จากกลุ่มชาวบ้านและผู้ปกครองแล้วก็จะรีบดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นภายใน 15 วัน หากพบว่าเป็นจริงก็จะดำเนินการลงโทษตามวินัยต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.ศิริ สุขสวาท ผงส. (สบ2) สภ.อ.ท่าม่วง เจ้าของคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้ปกครองด.ช.นพฤทธิ์มาแจ้งความ ตนจึงได้เชิญนายประจินต์ให้การในเบื้องต้น โดยนายประจินต์ให้การว่าได้เรียกเด็กนักเรียนมาตักเตือนว่าอย่าไปนั่งบนรถจักรยานยนต์ของครู เนื่องจากมีสิ่งของหายไปบ่อย หลังจากที่ผอ.พูดเตือนเด็กที่นั่งอยู่ในกลุ่มเสร็จได้หันหลังเพื่อเดินกลับไป เป็นจังหวะที่เด็กนักเรียนคนดังกล่าวได้พูดออกมาว่า "มึงเก่ง" เมื่อนายประจินต์ได้ยินดังนั้นจึงโมโห ใช้เท้าถีบที่ตัวเด็กขณะนั่งอยู่จนล้ม ซึ่งนายประจินต์ยอมรับว่าเป็นคนทำ จึงทำการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาทไป ความจริงเด็กนักเรียนคนดังกล่าวไปพูดว่าเพื่อน แต่นายประจินต์เข้าใจผิด ด้วยความโมโหจึงบันดาลโทสะถีบนักเรียน

พ.ต.ต.ศิริกล่าวว่า จากการสอบสวนอย่างละเอียด ผอ.ประจินต์ยอมรับว่าเกิดบันดาลโทสะและได้ใช้เท้าถีบด.ช.นพฤทธิ์จริง

เพราะระหว่างที่กำลังอบรมเด็กนักเรียนทั้ง 2 ห้องอยู่นั้น ด.ช.นพฤทธิ์พูดแซวในลักษณะท้าทาย จึงบันดาลโทสะใช้เท้าถีบเด็กไป 1 ที ไม่ได้เตะก้านคอ นอกจากนี้ ผอ.ประจินต์ยังให้การด้วยว่าสุดทนจริงๆ ขนาดเป็นผอ.ถูกเด็กนักเรียนแซวและท้าทาย เด็กกลุ่มนี้เคยโดนทำทัณฑ์บนมาแล้ว เคยเรียกผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือน และให้พักการเรียนเรื่องแอบสูบบุหรี่ในโรงเรียนด้วย เคยว่ากล่าวตักเตือนก็ไม่เคยเชื่อฟัง

เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์ข่าวสด


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์