ปชช.โดนตร.ทุบรถโร่แจ้งความ เตรียมเอาผิดอดุลย์-วรพงษ์

ปชช.โดนตร.ทุบรถโร่แจ้งความ เตรียมเอาผิดอดุลย์-วรพงษ์

6 ม.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.)
 
นางสุดารัตน์ ชัยศรีมาวงศ์ อายุ 42 ปี นายสมนึก ชัยศิริ อายุ 47 ปี นายสงวนศักดิ์ อังคลักขณา อายุ 40 ปี นายสุรพล เอียดสุวรรณ อายุ 50 ปี และผู้เสียหายอีก 3 ราย รวม 7 ราย พร้อมด้วย นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนายความกลุ่ม กปปส.เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.รฐนนท์ ทิพย์คุณ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.รวมทั้งกำลังตำรวจชุดปราบจลาจล (ปจ.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2556 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลักทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์ โดยนำหลักฐานภาพถ่าย และคลิปวีดีโอ ช่วงที่ตำรวจซึ่งแต่งกายชุด ปจ.ทุบรถที่จอดในบริเวณสนามกีฬาดังกล่าว มอบให้พนักงานสอบสวนไว้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

ปชช.โดนตร.ทุบรถโร่แจ้งความ เตรียมเอาผิดอดุลย์-วรพงษ์

นางสุดารัตน์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 16.30 น.ตนได้ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ถอ 355 กรุงเทพมหานคร

เพื่อลำเลียงน้ำเปล่าไปให้กับผู้ที่ถูกแก๊สน้ำตา เนื่องจากได้ทำหน้าที่เป็นรถอาสาพยาบาล โดยมีการติดสติ๊กเกอร์ไว้ที่กระจกหน้ารถอย่างชัดเจน และจอดไว้ในบริเวณใกล้ประตู 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง อยู่ในแนวเดียวกับรถพยาบาลของ รพ.ต่างๆ ที่จอดรอรับผู้ได้รับบาดเจ็บการเหตุปะทะกันดังกล่าว ซึ่งช่วงที่ตนลงจากรถมาเพื่อรีบขนน้ำเปล่านั้น ยังคงมีการยิงแก๊สน้ำตาจากฝั่งของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งยังได้ยินเสียงดังคล้ายปืน ทำให้ต้องรีบวิ่งหลบออกมาก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่หลังจากการปะทะกันสงบลงแล้ว ตนจึงได้เดินกลับไปที่รถ และต้องพบว่ารถถูกทุบทำลายเสียหายกระจกแตกทั้งคัน ประตูฝั่งคนขับพัง ยางล้อแตก ส่วนทรัพย์สินภายในรถ ประกอบด้วย ไอแพด เงินสดกว่า 30,000 บาท ภายในกระเป๋าสะพายสูญหาย

นางสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า หลังจากตรวจสอบทรัพย์สินต่างๆ แล้ว ก็ยังเห็นรถคันอื่นๆ ที่จอดอยู่ใกล้กัน
 
รวมทั้งที่จอดอยู่บริเวณประตู 2 สนามกีฬาดังกล่าว ก็ถูกทุบได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ต่อมาได้มีผู้ชุมนุมพาตนไปตรวจสอบกระเป๋าสะพายที่ได้แจ้งว่าสูญหายไป โดยพบว่าถูกนำไปเผา แต่ยังไม่ไหม้ ภายหลังเกิดเหตุตนจึงได้รวมตัวกับผู้เสียหายอีกหลายราย เข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดง แต่ตำรวจกลับไม่รับแจ้งความ จากนั้นก็ปรึกษากับทนายความกลุ่ม กปปส.ก่อนจะมาแจ้งความที่ บก.ปปป.ในวันเดียวกันนี้
                
“เหตุที่เกิดขึ้น ดิฉันเสียความรู้สึกกับการกระทำของตำรวจมาก เพราะเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ทั้งที่รถไม่มีใครนั่งอยู่ มีเพียงขวดน้ำที่ลำเลียงมาเพื่อช่วยคนที่ถูกแก๊สน้ำตา และได้ติดสติ๊กเกอร์ไว้ด้านหน้ารถอย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นรถอาสาพยาบาล” ผู้เสียหายรายนี้ กล่าวทิ้งท้าย
                
ขณะที่ นายสมนึก กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้นำรถยนต์โตโยต้า ทะเบียน ปว 1227 กรุงเทพมหานคร ไปจอดไว้ที่บริเวณประตู 2
 
ก่อนจะช่วยนำน้ำไปให้ผู้ที่ถูกแก๊สน้ำตา แต่ระหว่างนั้นยังมีการปะทะกันอย่างหนัก จึงต้องรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาก่อน ต่อมาจึงพบว่ารถถูกทุบเสียหาย โดยตนได้ถ่ายภาพไว้ และมีผู้ชุมนุมที่ถ่ายคลิปช่วงเกิดเหตุไว้ด้วยจึงนำมาเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความในครั้งนี้
ส่วน นายสุรพล กล่าวว่า ได้ร่วมเดินขบวนกับกลุ่ม คปท.ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.00 น.

จากนั้นเมื่อมีการปะทะกัน ตนก็พยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ชุมนุม จนมีการยิงแก๊สน้ำตา ทำให้เริ่มมองอะไรไม่เห็น ก่อนจะรู้สึกตัวอีกทีว่าศีรษะด้านหลังแตก มีเลือดไหล ซึ่งน่าจะถูกแก๊สน้ำตาที่มีการยิงมาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นก็มีผู้ช่วยพาตนไปยังรถพยาบาล นอกจากนี้เพื่อนที่มาร่วมชุมนุมอีกหลายคนที่ตนเห็นว่าได้รับบาดเจ็บที่ขา และที่ศีรษะ ถูกนำตัวออกมาจากบริเวณประตู 3 ของสนามกีฬาแห่งนี้ด้วย
                
ด้าน ร.ต.ท.รฐนนท์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายไว้ในเบื้องต้น ก่อนจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

ปชช.โดนตร.ทุบรถโร่แจ้งความ เตรียมเอาผิดอดุลย์-วรพงษ์



เครดิต :
เครดิต : เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์